thansettakij
thansettakij
'10 คำดี vs 10 คำร้าย' พลังของคำพูด ทั้งช่วยฮีลใจ หรือทำลายครอบครัวให้พังได้

'10 คำดี vs 10 คำร้าย' พลังของคำพูด ทั้งช่วยฮีลใจ หรือทำลายครอบครัวให้พังได้

14 เม.ย. 69 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :14 เม.ย. 69 | 06:30 น.

"14 เม.ย. วันครอบครัว" ฐานเศรษฐกิจ รวบรวม "10 คำดี และ 10 คำร้าย" คำพูดที่สามารถสร้างพลัง-ฮีลใจ หรือ สามาถทำลายกำลังใจคนในครอบครัวนำไปสู่ความรุนแรงได้

KEY

POINTS

  • คำพูดมีพลังทั้งในแง่บวกและลบ โดย "10 คำร้าย" สามารถทำลายความสัมพันธ์และสร้างบาดแผลทางใจ ขณะที่ "10 คำดี" ช่วยเยียวยาและสร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน
  • การสื่อสารที่บกพร่องและการใช้คำพูดรุนแรงเป็นสาเหตุหลักของปัญหาครอบครัวกว่า 70% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น ทำให้เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า
  • กระทรวง พม. แนะนำให้ใช้ "10 คำดี" เช่น "รักนะ" "เหนื่อยไหม" "ขอบคุณ" เพื่อยุติวงจรความรุนแรงและฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว

ในวาระวันที่ 14 เมษายน 2569 “วันครอบครัวไทย” ท่ามกลางบรรยากาศการรดน้ำดำหัวและการรวมตัวกันอย่างอบอุ่นในบ้าน 

แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์ในมิติสังคมและเศรษฐกิจตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2559 – 2569 กลับฉายภาพวิกฤตการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมูลเพื่อชี้ให้เห็นว่า “บ้าน” เป็นสถาบันหลักที่สร้างพลังกายและพลังใจให้กับสมาชิกในบ้าน ขณะเดียวกันก็พบว่ากลายเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด หากเราใช้เพียงคำพูดที่ "ผิดหู" นำไปสู่การผิดใจกันภายในบ้าน

อาวุธทางวาจา: “10 คำร้าย” และบาดแผลที่มองไม่เห็น

ข้อมูลจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า กว่า ร้อยละ 70 ของปัญหาครอบครัวเกิดจากการสื่อสารที่บกพร่อง การใช้ถ้อยคำที่รุนแรงไม่ได้ทิ้งรอยเขียวช้ำไว้บนร่างกาย แต่สร้างบาดแผลลึกในใจที่เป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง

โดยเฉพาะ “10 คำร้าย” ที่สมาชิกในครอบครัวควรหลีกเลี่ยง:

  1. ไปตายซะ
  2. คำด่าหยาบคาย (เลว/ชั่ว)
  3. แกไม่น่าเกิดเป็นลูกฉันเลย
  4. ตัวปัญหา
  5. ดูลูกบ้านอื่นบ้างสิ (การเปรียบเทียบ)
  6. น่ารำคาญ
  7. ตัวซวย
  8. น่าเบื่อ
  9. ไม่ต้องมายุ่ง
  10. เชื้อพ่อเชื้อแม่มันแรง

 

ผลกระทบจากคำพูดเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อเด็กวัยรุ่น ทำให้พวกเขาไม่กล้าแสดงความคิดเห็น รู้สึกห่างเหิน และสูญเสียความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่ โรคซึมเศร้า

สถิติปี 2567 พบว่าวัยรุ่นไทยมีความเสี่ยงซึมเศร้าสูงถึงร้อยละ 29.51 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 2 เท่า นอกจากนี้ยังนำไปสู่ภาวะ PTSD (โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ) ที่ทำให้เหยื่อเกิดอาการผวา (Hyperarousal) หรือการตัดขาดทางอารมณ์เพื่อป้องกันตนเอง

“10 คำดี” โอสถทางใจกู้คืนความสัมพันธ์

กระทรวง พม. แนะนำทางออกว่า การยุติวงจรความรุนแรง (Cycle of Violence) สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการใช้พลังของการสื่อสารเชิงบวก เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน ผ่าน “10 คำดี” ที่ควรพูดให้ติดปาก:

  1. เหนื่อยไหม
  2. รักนะ
  3. มีอะไรให้ช่วยไหม
  4. เก่ง/ดี/เยี่ยม (คำชมเชย)
  5. ไม่เป็นไรนะ
  6. สู้ๆ นะ
  7. ทำได้อยู่แล้ว
  8. คิดถึงนะ
  9. ขอบคุณนะ
  10. ขอโทษนะ

อาจจะกล่าวได้ว่า ​ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่นำไปสู่การทำร้ายร่างกายกัน มักเริ่มต้นจากการสื่อสารที่บกพร่องและการใช้ถ้อยคำที่สร้างบาดแผลทางใจ ก่อนจะพัฒนาไปสู่การใช้กำลังทางกายภาพ

ในบริบทของสังคมไทย การพูดจาข่มขู่ ดูถูกเหยียดหยาม หรือการประชดประชันถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมสั่งสอนหรือความคุ้นเคย แต่ในเชิงจิตวิทยา สิ่งเหล่านี้คือรูปแบบหนึ่งของการทารุณกรรมทางจิตใจ ที่ต้องพึงระวังและหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง