
PUBAT จัดใหญ่ “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ” 24 ประเทศดีลซื้อขายคอนเทนต์
สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เดินหน้าจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ ชูแนวคิด “Read The Legend” ย้อนตำนานความยิ่งใหญ่ บนพื้นที่กว่า 3 หมื่นตร.ม. รวม 1,028 บูธ จาก 362 สำนักพิมพ์ นิทรรศการและกิจกรรมกว่า 100 รายการ ดึง 24 ประเทศร่วมเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์
KEY
POINTS
- สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ (PUBAT) จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และนานาชาติ ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. - 6 เม.ย. 69 ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์
- ภายในงานมีการจัดเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ "Bangkok Rights Fair 2026" โดยมีผู้ประกอบการและนักเขียนจาก 24 ประเทศเข้าร่วม
- ตั้งเป้าจับคู่เจรจาการค้ากว่า 300 คู่ คาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์ได้กว่า 90 ล้านบาท เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนังสือระดับภูมิภาค
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 (54th National Book Fair & Bangkok International Book Fair 2026)
ในปีนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Read The Legend” ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน 2569 รวม 12 วันเต็ม ณ ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นการร่วมย้อนตำนานความยิ่งใหญ่จากนักเขียนในอดีตสู่นักอ่านทุกวัย พร้อมดึงครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์ เชิญชวนคนร่วมงาน ผ่านทุกแพลตฟอร์ม
โดยงานปีนี้จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 3 หมื่นตารางเมตร มีหนังสือให้เลือกซื้อกว่า 10 ล้านเล่มโดยมีบูธเข้าร่วม 1,028 บูธ จาก 362 สำนักพิมพ์และองค์กรที่เกี่ยวข้อง พร้อมการเข้าร่วมของผู้ประกอบการและนักเขียนไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 บริษัท จาก 24 ประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ตุรกี เวียดนาม จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนังสือระดับภูมิภาค
“การจัดงานภายใต้แนวคิด Read The Legend มีเป้าหมายเพื่อมุ่งสะท้อนพลังของ “ตำนาน” ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าในอดีต แต่คือเรื่องจริงที่เดินทางข้ามกาลเวลา ผ่านหนังสือและบุคคลสำคัญที่กลับมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจอีกครั้ง ท่ามกลางการรวมตัวของสำนักพิมพ์ และนักเขียน จากทั้งในและต่างประเทศ”
ทั้งนี้ภายในงานแบ่งออกเป็น 8 โซน ได้แก่ 1. โซนนิยายและวรรณกรรม 2.โซนการ์ตูนและวัยรุ่น 3.โซนหนังสือทั่วไป 4.โซนหนังสือเก่า 5.โซนหนังสือเด็กและการศึกษา 6.โซนหนังสือต่างประเทศ 7.โซน Non book ,บอร์ดเกม และ 8.โซน Boy’s love/Girl’s love ซึ่งเป็นโซนหนังสือใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน
นายณัฐกร กล่าวอีกว่า นอกจากหนังสือกว่า 10 ล้านเล่มที่มีให้เลือกซื้อแล้ว ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมกว่า 100 รายการที่นักอ่านรอคอย อาทิ นิทรรศการ “แสงแห่งปัญญา ในสมเด็จพระพันปี” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นิทรรศการอ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ พร้อมจัดแสดงพระไตรปิฏกจุลจอมเกล้าฯ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของโลก รวมถึงนิทรรศการจากวิถีแห่งศรัทธา สู่ภูมิปัญญาของยุคสมัย และโครงการประกวดหนังสือระดับชาติ “รางวัลจรัสแสง: มนุษยภาพและสังคมศาสตร์”
นิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” ที่เปิดประสบการณ์การอ่านแบบ Immersive พร้อมเวทีเสวนาใกล้ชิดกับนักเขียนระดับตำนานและนักเขียนชื่อดัง ถ่ายทอดเบื้องหลังงานเขียนอย่างลึกซึ้ง, นิทรรศการ Y Book Journey : ย้อนรอยตำนานวายจากไทยสู่เทศ, นิทรรศการ “ครีเอต ไทยวิถี”, นิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลกแปล”, นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569, นิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลก READ” และ Author’s Salon เป็นต้น
อีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อว่าจะได้รับความนิยม ซึ่งต่อยอดมาจากกิจกรรมในการจัดงานครั้งก่อนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ “PUBAT X เจ้าขุนทองและผองเพื่อน” หุ่นมือในตำนานที่กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง ผ่านการแสดงเต็มรูปแบบ เวิร์กชอปทำหุ่นมือ การพากย์เสียง และโซนสินค้าที่ระลึก ช่วยเชื่อมโยงความทรงจำของคนทุกวัย และดึงดูดกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกของการอ่าน
“สมาคมได้จัดตั้ง “กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ” ขึ้น โดยเฟ้นหาตัวจริงสายคอนเทนต์กว่า 200 คน มาร่วมครีเอทคอนเทนต์เพื่อขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนมาร่วมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ ด้วยไอเดียสุดครีเอทีฟ สด แปลก ใหม่ ไม่ซ้ำใคร ถ่ายทอดเสน่ห์ของงานหนังสือ ผ่านทุกแพลตฟอร์ม
สร้างกระแสให้การอ่านกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ ภายใต้กิจกรรม “21 Miracle Challenge และการประกวดสุดยอดนักอ่านมืออาชีพ” เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ใช้พลังคอนเทนต์เชื่อมโยงผู้คนสู่มหกรรมหนังสือครั้งยิ่งใหญ่ ให้คึกคักกว่าที่เคย”
นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดให้มีการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมฯ พร้อมการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF ภายในงานมีผู้เข้าร่วม 163 บริษัท และนักเขียน จาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นไทย 83 ราย และต่างชาติ 80 ราย โดยตั้งเป้าจับคู่เจรจาการค้ามากกว่า 300 คู่
คาดสร้างรายได้การซื้อขายลิขสิทธิ์ มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท พร้อมจัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจับคู่เจรจาการค้า เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านลิขสิทธิ์ การนำเสนอผลงานคอนเทนต์ไทย เพื่อดัดแปลงสู่สื่ออื่น (Pitching Session) และกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรมด้วย





