เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

01 กันยายน 2565

ใครสายมู มามุงทางนี้เที่ยว”วัดอาซากุสะ”เที่ยววัดเดียวได้ครบทั้งขอพรเทพเจ้า ซื้อเครื่องรางพกติดตัวให้ปัง สายช้อปห้ามพลาดของกินของฝากเพียบ

วัดอาซากุสะ หรือมีชื่อเรียกจริงๆว่า วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ เป็นวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของโตเกียว คิดว่าสายบุญ สายมูเตลูที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะมีโอกาสได้แวะเวียนไปชมความงามและความกว้างขวางของวัดกันมาบ้างแล้ว สัปดาห์นี้ “ฐาน ละ มู” จะพาไปตอกย้ำความเก่าแก่และมีชื่อเสียงของวัดนี้ หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดรับนักท่องเที่ยวบ้างแล้วหลังจากที่ปิดประเทศมาไปเกือบ3ปีจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

สิ่งที่ที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการมาวัดอาซากุสะไม่มีอะไรมาก ทางเข้าวัดมีทั้งด้านข้างวัด และด้านหน้าที่จะต้องผ่านร้านค้าต่างๆก่อน   หากใครที่เข้าประตูด้านข้างวัดจะใกล้กับศาลาขนาดใหญ่สีแดงที่ภายในจะมีเทวรูปคันนง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐอยู่ รวมทั้งมีเจ้าแม่กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ขอบอกว่าใครมาขอพรสิ่งใดก็สมปรารถนาทุกประการ

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

 

นอกจากนี้ไฮไลท์ของที่นี่ที่ใครมาก็ต้องแวะเช็คอิน นั้นคือ “โคมแดงยักษ์” ที่ตั้งอยู่บริเวณประตูคามินาริวงด้านหน้า และอีกจุด คือก่อนเข้าไปไหว้องค์เทวรูปภายในศาลา และรูปปั้นของ2เทวดาผู้รักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน เทพแห่งสายลม และโรจิน เจ้าแห่งอสุนีบาต

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

ภายในบริเวณ วัดยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อมาถึงก่อนเริ่มจะต้องมาล้างมือโดยใช้มือซ้ายกวักน้ำล้างมือขวา และใช้มือขวากวักน้ำล้างมือซ้าย จากนั้นกวักน้ำบ้วนปาก (เดิมจะมีกระบวยสำหรับให้ตักน้ำล้างและดื่ม แต่เนืองจากโควิดทางวัดจึงยกเลิกใช้กระบวกตักน้ำ) 

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

หลังจากนั้นเดินไปจุดธูปตั้งจิตอธิฐาน แล้วนำไปปักที่กระถางใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง ปักธูปเสร็จ ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น จะใช้มือพัดควันธูปเข้าหาตัวเพื่อให้สิ่งดีๆเข้ามา หลังจากนั้นก็ไปหยอดเสี่ยงใบเสี่ยงทาย 100เยนก็จะมีหมายเลขของใบเซียมซี่ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น เป็นอันเสร็จพิธีขอพรจากด้านนอก

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

ใครอยากเดินไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านในศาลาก็สามารถเดินขึ้นบันไดไปไหว้ได้ และมีช่องสำหรับโยนเหรียญ ส่วนใหญ่จะใช้เหรียญที่เป็นเลข5 เช่น เหรียญ 5 เยน 50 เยน 500 เยนหรือใครไม่มีสามารถใช้เหรียญ5บาทไทยก็ได้ เพพราะตามความเชื่อของญี่ปุ่น เลข 5 คือเลขมงคล

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

มาวัดอาซากถสะ ถ้าไม่แวะชมแวะซื้อเครื่องลางของขลังก็เหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่นซึ่งภายในวัดอาซากุสะ จะมีร้านที่จำหน่ายเครื่องราง ทั้งยันต์ตามความหมายต่างๆ เช่น “สีชมพู เกี่ยวกับความรัก” “สีแดงเกี่ยวชีวิตที่ดี”  “สีเหลืองเกี่ยวกับการเงิน โชคลาภ ครอบครัว”  “สีขาวเกี่ยวกับสุขภาพ” หรือแผ่นทองที่มีรูปเทพเจ้าต่างๆก็จะมีความหมายต่างลักษณ์กันไปแล้วแต่ว่าเราต้องการที่จะบูชาเรื่องอะไร   หรือสร้อยหิน ที่มีทั้งสีขาว สีดำให้เลือกซื้อได้ ซึ่งจะร้านที่จำหน่ายเครื่งรางอยู่บริเวณทางเดิน ราคาไม่แพงและจำหน่ายราคาเท่ากันทุกร้าน  ยันต์ถุงผ้า ชิ้นละ1000เยน หรือ260บาท  หรือ1,500เยน ก็400บาท เป็นต้น ทั้งนี้คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าจะพกสิ่งมงคลนี้เพียง1ปีและจะเปลี่ยนใหม่ทุกๆ1ปีและห้ามแกะดูสิ่งที่อยู่ในยันต์เด็ดขาดเพราะจะให้ทำพลังของยันต์ลดน้อยลง

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เดินออกมาด้านกน้าจะเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านขนมญี่ปุ่น ของเล่น ไอศครีม ร้านกาแฟ ให้ได้ถ่ายรูป ซึ่งจะมีสาวญี่ปุ่นแต่งกายด้วยชุดกิโมโนที่เราสามารถขอถ่ายรูปได้ด้วย  ต้องบอกว่ามาวัดอาซากุสะ เหมือนมาครบจบในที่เดียวทั้งไหว้ขอพรเทพเจ้า ซื้อเครื่องลาง ได้ชม ช้อป ชิม ขนมญี่ปุ่นแท้ๆ

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่

เที่ยว”วัดอาซากุสะ”ที่ญี่ปุ่นยังไงให้ปังปุริเย่