
FOOD DESTINATION OF COPENHAGEN
FOOD DESTINATION OF COPENHAGEN เรื่องราวจาก Bang & Olufsen VIP Trip 2018 By Prae’s Kitchen
เป็นเหมือนวัฒนธรรมประจำปีไปแล้วสำหรับ มาดามแพร- ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น เจ้าของเพจทำอาหารสร้างแรงบันดาลใจ Prae’s Kitchen ที่จะต้องพาลูกค้า VIP ของ Bang & Olufsen ประเทศไทย บินลัดฟ้าตะลุยเดนมาร์กแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เยี่ยมชมโรงงานผลิตเครื่องเสียงที่เปิดเป็นพิเศษแค่ปีละครั้ง นอกเหนือไปกว่านั้น เพื่อเปิดประสบการณ์การกิน เที่ยว ดื่ม ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร LIKE NO ONE ELSE ทำให้การเดินทางในครั้งนี้คือการเปิดมุมมองของโคเปนเฮเกน ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักทาน เป็นเมืองแห่งอาหารเลิศรสอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นจาก “NOMA” ร้านอาหารระดับ Two Michelin-stars ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ดึงดูดให้นักเดินทางนอกจากมาสัมผัสอากาศเย็นๆ และทัศนียภาพที่รังสรรค์โดยธรรมชาติที่งามวิจิตรดุจดินแดนในเทพนิยาย พร้อมกับการลิ้มรสอาหารสไตล์นอร์ดิก ที่นำกลิ่นอายสดชื่นหอมหวานของทะเลเหนือสู่ประสาทสัมผัสผ่านการลิ้มรสบรรดา Seafood นานาชนิด การปรุงรสที่ให้ความสำคัญ กับการชูรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ ปรุงรสโดยใช้ผัก เครื่องปรุง และสมุนไพรอย่างบางเบา เกิดเป็นรสชาติแสนกลมกล่อม จนทำให้ใครหลายคนหลงรักจนต้องเดินทางกลับไปเยือนที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อเจ้าแม่นักชิมได้ค้นพบกล่องแพนดอร่าแห่งความอร่อย การเยือนร้านเด็ดจึงเป็นเรื่องที่มาดามแพรถนัดเป็นที่สุด สำหรับตอนแรกของทริปขอเริ่มต้นที่ 2 ร้านดังระดับตำนานที่ Prae’s Kitchen การันตีแล้ว ว่าเป็นเลิศในทุกด้าน
สำหรับร้านสตาร์ตเตอร์ ที่ยังจำกลิ่นและรสชาติของอาหารได้ไม่เสื่อมคลาย ขอยกให้กับ Marchal, Hotel D’Angleterre ร้านอาหารระดับ One Michelin-star ในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน ก่อตั้งตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนผ่านการเนรมิตอาหารทุกจานให้งดงามราวกับชิ้นงานศิลปะ รสชาติอาหารที่รังสรรค์ขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบโดย Executive Head chef สุดหล่อ Andreas Bagh ทำให้นักเดินทางตกหลุมรักอาหารที่อยู่ตรงหน้าตั้งแต่จานแรกที่มาพร้อมความหอมกรุ่นของเห็ดป่าตามฤดูกาลที่พบได้แค่ในยุโรปและอเมริกาเหนือเท่านั้น เสิร์ฟพร้อมกับซอสฟองพาเมซานชีส ในเมนู “Risotto with Chanterelles”
ตามมาติดๆ กับเมนคอร์สสุดพิเศษ Monkfish Grilled With Citrus Herbs And Mild Mustard ปลาทะเลหายากที่ถูกนำมาย่างแบบพิถีพิถัน เนื้อปลามีรสชาติเข้มข้น เนื้อแน่น ไขมันน้อย รับประทานเคียงกับซูกินีฝานบางๆ ในซอสรสเปรี้ยวอ่อนๆ ที่ดึงความเข้มข้นของผัก และเนื้อปลา ให้เข้ากันได้พอดิบพอดีเมื่อรับประทาน กลายเป็นรสชาติเบาๆ แสนจะกลมกล่อมและให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นที่สุด
ปิดท้ายขนมหวานหน้าตาน่ารักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมโมจิ แบบญี่ปุ่น “Dark Chocolate Mousse” เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม Cherry Sherbet ให้รสชาติเปรี้ยวตัดหวานเข้ากันดีกับรสสัมผัสกรุบกรอบจากเวเฟอร์ เฮเซลนัทบด
ต่อด้วยหนึ่งในร้านอาหารทะเล ที่ดีที่สุด ที่ Prae’s Kitchen อยากแนะนำ คือ Krogs Fiskerestaurant ร้านอาหารทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตอนเหนือ ซึ่งกำลังจะครบรอบ 100 ปี ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และ
ยังได้รับการยอมรับในฐานะร้านอาหารโปรดของ พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 ทำให้ยุคนั้น Krogs คือสถานที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ นักการเมือง และดาราคนดังจากทั่วประเทศ จานเด็นของร้านนี้ต้องยกให้ Seafood Platter ที่รวบรวมอาหารทะเลสดๆ ทั้ง หอยแมลงภู่ กุ้งล็อบสเตอร์ หอยนางรมสด กุ้ง Langoustines กุ้ง Fjord ก้ามปู Brown Crab ชิ้นโต และปู Snow Crab เคียงมากับขนมปังซาวเวอร์โดและ เนยโฮมเมดตีจนฟูละเอียด ที่เรียกกันว่า วิปบัตเทอร์ นับเป็นจานเด็ดที่ทานแล้วกลับโรงแรมแล้วยังต้องฝันถึง
ตบท้ายด้วย Braised Pineapple ฟังชื่ออาจดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดา กับสับปะรดตุ๋น เสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลาและซอสคาราเมล รสหวานหอมเข้มข้น ที่ตัดกับความเปรี้ยวของสับปะรด ทำให้เกิดความสมดุลทางรสชาติ เปลี่ยนจากวัตถุดิบแสนธรรมดา กลายเป็นจานของหวาน ที่เหนือความคาดหมาย
แค่เพียง 2 ร้านแรก ก็ทำให้นํ้าย่อยในกระเพาะส่งเสียงเรียกร้องความสนใจกันไม่หวาดไม่ไหว อีก 2 ร้านเด็ด และอีกหนึ่งสถานที่ที่มาดามแพรจะพาท่านไปสัมผัสความเป็นนอร์ดิกของแท้ จะเป็นที่ไหน เตรียมติดตามได้ในสุขสัปดาห์ฉบับสัปดาห์หน้านะคะ
หน้า 28 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 38 ฉบับที่ 3,405 วันที่ 30 กันยายน - 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561
เป็นเหมือนวัฒนธรรมประจำปีไปแล้วสำหรับ มาดามแพร- ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น เจ้าของเพจทำอาหารสร้างแรงบันดาลใจ Prae’s Kitchen ที่จะต้องพาลูกค้า VIP ของ Bang & Olufsen ประเทศไทย บินลัดฟ้าตะลุยเดนมาร์กแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เยี่ยมชมโรงงานผลิตเครื่องเสียงที่เปิดเป็นพิเศษแค่ปีละครั้ง นอกเหนือไปกว่านั้น เพื่อเปิดประสบการณ์การกิน เที่ยว ดื่ม ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร LIKE NO ONE ELSE ทำให้การเดินทางในครั้งนี้คือการเปิดมุมมองของโคเปนเฮเกน ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักทาน เป็นเมืองแห่งอาหารเลิศรสอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นจาก “NOMA” ร้านอาหารระดับ Two Michelin-stars ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ดึงดูดให้นักเดินทางนอกจากมาสัมผัสอากาศเย็นๆ และทัศนียภาพที่รังสรรค์โดยธรรมชาติที่งามวิจิตรดุจดินแดนในเทพนิยาย พร้อมกับการลิ้มรสอาหารสไตล์นอร์ดิก ที่นำกลิ่นอายสดชื่นหอมหวานของทะเลเหนือสู่ประสาทสัมผัสผ่านการลิ้มรสบรรดา Seafood นานาชนิด การปรุงรสที่ให้ความสำคัญ กับการชูรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ ปรุงรสโดยใช้ผัก เครื่องปรุง และสมุนไพรอย่างบางเบา เกิดเป็นรสชาติแสนกลมกล่อม จนทำให้ใครหลายคนหลงรักจนต้องเดินทางกลับไปเยือนที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน
สำหรับร้านสตาร์ตเตอร์ ที่ยังจำกลิ่นและรสชาติของอาหารได้ไม่เสื่อมคลาย ขอยกให้กับ Marchal, Hotel D’Angleterre ร้านอาหารระดับ One Michelin-star ในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน ก่อตั้งตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนผ่านการเนรมิตอาหารทุกจานให้งดงามราวกับชิ้นงานศิลปะ รสชาติอาหารที่รังสรรค์ขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบโดย Executive Head chef สุดหล่อ Andreas Bagh ทำให้นักเดินทางตกหลุมรักอาหารที่อยู่ตรงหน้าตั้งแต่จานแรกที่มาพร้อมความหอมกรุ่นของเห็ดป่าตามฤดูกาลที่พบได้แค่ในยุโรปและอเมริกาเหนือเท่านั้น เสิร์ฟพร้อมกับซอสฟองพาเมซานชีส ในเมนู “Risotto with Chanterelles”
ตามมาติดๆ กับเมนคอร์สสุดพิเศษ Monkfish Grilled With Citrus Herbs And Mild Mustard ปลาทะเลหายากที่ถูกนำมาย่างแบบพิถีพิถัน เนื้อปลามีรสชาติเข้มข้น เนื้อแน่น ไขมันน้อย รับประทานเคียงกับซูกินีฝานบางๆ ในซอสรสเปรี้ยวอ่อนๆ ที่ดึงความเข้มข้นของผัก และเนื้อปลา ให้เข้ากันได้พอดิบพอดีเมื่อรับประทาน กลายเป็นรสชาติเบาๆ แสนจะกลมกล่อมและให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นที่สุด
ปิดท้ายขนมหวานหน้าตาน่ารักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมโมจิ แบบญี่ปุ่น “Dark Chocolate Mousse” เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม Cherry Sherbet ให้รสชาติเปรี้ยวตัดหวานเข้ากันดีกับรสสัมผัสกรุบกรอบจากเวเฟอร์ เฮเซลนัทบด
ต่อด้วยหนึ่งในร้านอาหารทะเล ที่ดีที่สุด ที่ Prae’s Kitchen อยากแนะนำ คือ Krogs Fiskerestaurant ร้านอาหารทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตอนเหนือ ซึ่งกำลังจะครบรอบ 100 ปี ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และ
ยังได้รับการยอมรับในฐานะร้านอาหารโปรดของ พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 ทำให้ยุคนั้น Krogs คือสถานที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ นักการเมือง และดาราคนดังจากทั่วประเทศ จานเด็นของร้านนี้ต้องยกให้ Seafood Platter ที่รวบรวมอาหารทะเลสดๆ ทั้ง หอยแมลงภู่ กุ้งล็อบสเตอร์ หอยนางรมสด กุ้ง Langoustines กุ้ง Fjord ก้ามปู Brown Crab ชิ้นโต และปู Snow Crab เคียงมากับขนมปังซาวเวอร์โดและ เนยโฮมเมดตีจนฟูละเอียด ที่เรียกกันว่า วิปบัตเทอร์ นับเป็นจานเด็ดที่ทานแล้วกลับโรงแรมแล้วยังต้องฝันถึง
ตบท้ายด้วย Braised Pineapple ฟังชื่ออาจดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดา กับสับปะรดตุ๋น เสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลาและซอสคาราเมล รสหวานหอมเข้มข้น ที่ตัดกับความเปรี้ยวของสับปะรด ทำให้เกิดความสมดุลทางรสชาติ เปลี่ยนจากวัตถุดิบแสนธรรมดา กลายเป็นจานของหวาน ที่เหนือความคาดหมาย
แค่เพียง 2 ร้านแรก ก็ทำให้นํ้าย่อยในกระเพาะส่งเสียงเรียกร้องความสนใจกันไม่หวาดไม่ไหว อีก 2 ร้านเด็ด และอีกหนึ่งสถานที่ที่มาดามแพรจะพาท่านไปสัมผัสความเป็นนอร์ดิกของแท้ จะเป็นที่ไหน เตรียมติดตามได้ในสุขสัปดาห์ฉบับสัปดาห์หน้านะคะ
หน้า 28 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 38 ฉบับที่ 3,405 วันที่ 30 กันยายน - 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561






