
'วันออกพรรษา -ตักบาตรเทโว 2569' ตรงกับวันไหน เปิดประวัติ ความสำคัญ
เปิดประวัติความสำคัญ "วันออกพรรษา" ประจำปี 2569 ตรงกับวันใด พร้อมเผยที่มาทำไมหลังออกพรรษาต้องตักบาตรเทโว
วันออกพรรษา 2569 ใกล้เข้ามาถึงแล้ว โดยในปีนี้ตรงกับ วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 สำหรับสายบุญและพุทธศาสนิกชนที่กำลังเตรียมตัวทำบุญใหญ่ สามารถเช็กปฏิทินวันสำคัญ พร้อมเจาะลึกประวัติความเป็นมา ความสำคัญทางพระพุทธศาสนา และไขข้อสงสัยว่าทำไมหลังวันออกพรรษาจึงต้องมีประเพณี 'ตักบาตรเทโว' ซึ่งจะมีความพิเศษอย่างไรบ้าง สามารถติดตามข้อมูลทั้งหมดนี้ได้ที่นี่
วันออกพรรษา 2569 ตรงกับวันไหน
- วันออกพรรษา ประจำปี 2569 ตรงกับ วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญกุศลตามประเพณีโบราณ เช่น การตักบาตรเทโวโรหณะ
ความสำคัญและประวัติความเป็นมาของ "วันออกพรรษา"
- ข้อมูลจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า คำว่า "วันออกพรรษา" สืบเนื่องมาจากวันเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8) ซึ่งเป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์อธิษฐานจิตอยู่จำพรรษา ณ วัดใดวัดหนึ่งต่อเนื่องครบไตรมาส หรือ 3 เดือน ตามพระพุทธบัญญัติโดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น เมื่อครบกำหนด 3 เดือน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จึงเป็น วันสุดท้ายของการจำพรรษา ส่งผลให้พระภิกษุสงฆ์มีสิทธิ์ออกจาริกและไปพักค้างคืนที่อื่นได้โดยไม่ผิดพระธรรมวินัย
ทำไมวันออกพรรษา จึงเรียกว่า "วันมหาปวารณา"
วันออกพรรษามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "วันปวารณา" หรือ "วันมหาปวารณา" เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป ไม่ว่าจะเป็นพระผู้ใหญ่หรือพระผู้น้อย สามารถตักเตือนและว่ากล่าวกันด้วยความเมตตา หากได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยมีคำปวารณาภาษาบาลีว่า
- "สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิกะริสสามิ"
- แปลว่า: "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็น ได้ฟัง หรือสงสัยก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียใหม่ให้ดี"
ทำไมหลังวันออกพรรษา ต้องมีประเพณีตักบาตรเทโว
การตักบาตรเทโว หรือ "เทโวโรหณะ" (ตักบาตรดาวดึงส์) นิยมจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในพุทธกาลเมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช
เปิดตำนานการเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ตามตำนานเล่าขาน ระบุว่า เมื่อก่อนพุทธศักดิ์ราช 80 ปี พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปจำพรรษา ณ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนา "พระสัตตปรณาภิธรรม" คือพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โปรดพระพุทธมารดา (ซึ่งทรงบังเกิดอยู่ในสวรรคชั้นดุสิต)
ครั้นครบกำหนดการทรงจำพรรษาครบ 3 เดือนพระพุทธเจ้าทรงปวารณาพระวัสสาแล้วเสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลกมาสู่มนุษย์โลก ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 โดย เสด็จลงทางบันไดแก้วทิพย์ ซึ่งตั้งระหว่างกลางของนับไดทองทิพย์อยู่เบื้องขวาบันไดเงินทิพย์อยู่เบื้องซ้ายและหัวบันไดทิพย์ที่เทวดาเนรมิตขึ้นทั้ง 3 พาด บนยอดเขาพระสิเนรุราช อันเป็นที่ตั้งแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ส่วนเชิงบันไดตั้งอยู่บนแผ่นศิลาใหญ่ใกล้ประตูเมืองสังกัสสนครและสถานที่นั้นประชาชนถือว่าเป็นศุภนิมิตรสร้างพระเจดีย์ขึ้นเป็น "พุทธบูชานุสาวรีย์" เรียกว่า "อจลเจดีย์"
อนึ่งในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาสู่มนุษย์โลกนั้นประชาชนพร้อมกันไปทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมากสุดจะประมาณ พิธีที่กระทำกันในการตักบาตรเทโว ซึ่งถือตามประวัตินี้ก็เท่ากับทำบุญตักบาตร รับเสด็จพระพุทธเจ้าในคราวเสด็จลงมาจากเทวโลกนั่นเอง บางวัดจึงเตรียมการในคฤหัสถ์แต่งตัวเป็นเทวดาบ้าง เป็นพรหมบ้าง แล้วอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่มีล้อเคลื่อนและมีบาตรตั้งอยู่ข้างหน้าพระพุทธรูปใช้คนลากนำหน้าพระสงฆ์ พวกทายกทายิกาตั้งแถวเรียงรายคอยใส่บาตรเป็นการกระทำให้ใกล้กับความจริงเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า
ส่วนอาหารที่นำมาทำบุญตักบาตรในวันนั้น มีข้าว กับข้าวต้มมัดใต้ ข้าวต้มลูกโยนที่ห่อด้วยใบมะพร้าวหรือใบลำเจียกไว้หางยาวและข้าวต้มลูกโยนนี้มี ประวัติมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะตั้งใจอธิษฐานแล้วโยนไปให้ลงบาตรของพระพุทธเจ้า เนื่องจากมีคนมากเข้าไปใส่บาตรไม่ได้







