
ทอมขึ้นคูล เดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรก ของครูภาษาไทยที่คูลที่สุดในทศวรรษ
นับตั้งแต่ “ครูทอม - จักรกฤตโยมพยอม” ปรากฏตัวและได้รับการรู้จักในฐานะ “สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่” ต้องยอมรับประการแรกว่าสิ่งที่ใครหลายคนรู้สึกไม่ใช่แค่ทึ่งในความสามารถที่สามารถดึงเอาความจำจากกลีบสมองขึ้นมาตอบอย่างรวดเร็ว แต่คือความรู้สึกประหลาดใจกับภาพลักษณ์ที่ดูแตกต่างจาก “ครูภาษาไทย” ที่เคยสัมผัสและรู้จักมาตลอดช่วงเวลาของการดำเนินชีวิต
“ครูทอม คำไทย” ไม่ได้มีผมหยิกฟูหรือไว้ผมทรงเดรดล็อกแบบบ๊อบ มาเลย์ มาตั้งแต่เกิด แต่เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่สนใจภาษาไทย เป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ นักกิจกรรม รวมถึงรั้งตำแหน่งสำคัญในสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยไว้ผมสั้นและตัดอย่างเรียบร้อย แต่ด้วยคาเรกเตอร์ ที่โดดเด่น วิธีการอธิบายและการเล่าเรื่องที่เปลี่ยนเนื้อหาธรรมดาๆ ให้น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ กระตุ้นความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมจากคนรอบข้างขนาดที่ว่าหากเขากำลังเล่าบางเรื่องกับเพื่อนในโรงอาหาร ความสนใจไม่หยุดอยู่แค่เพื่อนในโต๊ะ แต่ยังกระจายรัศมีไปยังโต๊ะรอบๆ จนถึงเกือบทั้งโรงอาหารก็มี
เมื่อโลกของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มาบรรจบกับโลกของครูทอม วันที่เขาไม่หยุดอยู่แค่การอ่านเรื่องราวบนอินเตอร์เน็ต แต่ยังไม่ละเลยและใส่ใจเรื่อง “การใช้ภาษาไทย” ให้ถูกต้อง การเป็น คนรุ่นใหม่ที่ใช้ความกล้าก้าวขึ้นมาปกป้อง “ภาษาไทย” อย่างองอาจ ทำให้ครูทอมขึ้นแท่นการเป็น “ครูภาษาไทยยุคใหม่” ที่น่าสนใจที่สุดในทศวรรษนี้ และที่สำคัญหลังจากจับไมค์สอนและเป็นพิธีกรมานับไม่ถ้วน ครูทอม คำไทย กำลังจะมีโชว์เดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรก
ในชีวิต “ครูทอม ออน สะเตด ตอน…ทอม-ขึ้น-คูล”
> อะไรคือสิ่งแรกที่คนคิดถึง “ครูทอม”(ได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม)
คิดว่าน่าจะเป็น “ภาพครูภาษาไทย ที่แปลกแตกต่างจากครูภาษาไทยอื่นๆ” ครับ คือครูภาษาไทยส่วนใหญ่จะค่อนข้าง เรียบร้อย แต่ผมไม่ใช่แบบนั้นเลย ทรงผม เดรดล็อก บุคลิกก็บ้าบอ กระโดกกระเดก แต่ผมก็คิดว่าการที่ผมเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนะครับ ผมว่าการเรียนรู้ มีหลายวิธี กลวิธีการสอนมีหลายแบบ การสอนรูปแบบเดียวไม่สามารถจะถูกจริตเด็กทั้งหมดได้หรอกครับ การที่มีครูอีกรูปแบบ กลวิธีการสอนอีกแบบ ก็น่าจะทำให้เด็กอีกกลุ่มหนึ่งพร้อมจะเรียนรู้มากขึ้น เหมือนเพิ่ม สื่อทางเลือกอีกรูปแบบให้นักเรียนครับ
อีกความต่างคือผมไม่ได้เป็นครูประจำในโรงเรียน ไม่ได้เปิดโรงเรียนกวดวิชา แต่เป็นครูพิเศษตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ สาเหตุหนึ่งก็เพราะผมรู้สึกว่าผมชอบทำหลายอย่างครับ จะบอกว่ามีความฝันหลายอย่างก็คงไม่ผิดนัก ผมมีความสุขกับการสอนหนังสือมาก ๆ ในขณะเดียวกันก็มีความสุขมาก ๆ กับการทำงานในวงการบันเทิงทั้งงานพิธีกร เล่นละคร เล่นโฆษณา แต่เหลือถ่ายแบบนี่แหละครับที่ยังไม่เคยมีใครจ้างให้ทำ (หัวเราะ) ถ้าผมเป็นครูประจำ โอกาสที่ผมจะได้ทำอีกอย่างที่ผมรักก็คงเป็นไปได้ยาก ผมเลยตัดสินใจเป็นครูแบบนี้นี่แหละครับ จัดสรรเวลาไปสอน จัดสรรเวลาไปทำงานในวงการบันเทิงด้วย ผมว่ามันทำให้ผมมีความสุข ในขณะเดียวกันก็ยังได้ทำประโยชน์ให้สังคมด้วยการจัดสรรเวลาไปจัดกิจกรรมสอนและแนะแนวการกุศลให้โรงเรียนในชนบทด้วยครับ อย่างการจัดทอล์กโชว์ครั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งก็จะนำไปเป็นทุนสำหรับจัดกิจกรรมการกุศลเหมือนกันครับ
> การใช้ภาษาไทยในปัจจุบันถึงขั้นวิกฤติแล้วหรือยัง?
ไม่หรอกครับ ผมว่าภาษามันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พวกคำแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามธรรมชาติของมัน เวลาได้ยินผู้ใหญ่หลายคนบอกว่า “เด็กสมัยนี้ใช้คำอะไรกันก็ไม่รู้ ทำภาษาไทยวิบัติไปหมด” ผมอยากจะถามกลับมากว่า “สมัยป้าไม่มีเหรอครับ” ลองนึกย้อนดูสิครับ หลายปีก่อนก็มีคำว่า จ๊าบ เปิ๊ดสะก๊าด และอีกหลายคำ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ค่อยใช้กันแล้ว นั่นก็เพราะว่าคำเหล่านี้จะเป็นที่นิยมกันแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นครับ อย่าไปซีเรียสกับมันมากครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใครจะใช้ภาษาแปลกๆ ใหม่ๆ ก็ต้องดูกาลเทศะด้วยครับว่าเมื่อไหร่ควรใช้ เมื่อไหร่ไม่ควรใช้ ดูด้วยว่าคนที่เราคุยด้วยนั้นเขาจะเข้าใจภาษาที่เราใช้หรือเปล่า ถ้าเราใช้ผิดที่ผิดทาง พอสื่อสารไม่เข้าใจ เดี๋ยวปัญหาก็จะตามมาอีก
> คำว่า “ครู” มีความหมายและนำไปสู่การ กำหนดรูปแบบชีวิตของ “ครูทอม” อย่างไร
ครูคือผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ครับ พอเราถ่ายทอดความรู้ ก็จะมีภาพอย่างหนึ่งเกิดขึ้นตามมา คือความน่าเชื่อถือ พอเป็นแบบนี้ปั๊บ เราไม่รู้เลยนะครับว่าคนอื่นจะทำอะไรตามอย่างเราบ้าง ดังนั้น เราก็จะค่อนข้างระวังตัวเวลาทำอะไรในที่สาธารณะ จะไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทางเท่าไรนัก(หัวเราะ) เพราะเราเองก็ไม่ใช่คนที่เรียบร้อยอะไร เวลาอยู่กับเพื่อนก็ค่อนข้างจะเป็นตัวเอง ก็เป็นไปตามธรรมชาติของเพื่อนแต่ละกลุ่ม แต่เรื่องการใช้ภาษา การพูดคำหยาบเนี่ย ผมว่าคนเลียนแบบกันง่าย เราไม่รู้เลยว่าถ้ามีเด็กได้ยินเราพูด แล้วจะเอาไปเลียนแบบโดยการพูดคำเหล่านี้ในที่
ที่ไม่เหมาะสมหรือเปล่า
> แรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาทำ โชว์เดี่ยวไมโครโฟนในครั้งนี้
การที่คนจำได้ว่าเราเป็น “ครูสอนภาษาไทย” มีข้อดีคือเวลามีใครอยากจะถามภาษาไทย อยากจะเชิญครูภาษาไทยไปออกรายการ หรือต้องการพิธีกรรายการเกี่ยวกับภาษาและวรรณคดีไทย ก็มักจะนึกถึงเรา นี่คือข้อดีมาก ๆ เลยครับ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน คือบางครั้งภาพลักษณ์นี้ก็ตัดโอกาสบางอย่างของผมเหมือนกันครับ คือบางทีก็มีโมเมนต์ที่อยากจะเล่นตลกอย่างเดียวบ้าง อยากจะทำรายการตลกโปกฮาเน้นบันเทิงบ้าง แต่ก็แทบไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะหลายคนติดภาพว่าเราเป็นครูสอนภาษาไทยครับ ก็เลยคิดทำวาไรตีทอล์กโชว์ครั้งนี้ขึ้นมาเพื่อจะนำเสนออีกภาพที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นว่าเราก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน ทั้งร้อง เต้น เล่นละคร เรียกว่าครบเครื่องเรื่องความบันเทิงครับ
> กำไรของผู้ชม ใครจะมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษของครูทอม
เพราะผมตั้งใจให้งานนี้เป็นวาไรตีทอล์กโชว์แบบที่ผมอยากเห็นอยากดูมากที่สุด สำหรับการขึ้นเวทีครั้งนี้
คนสำคัญที่ผมเชิญมาร่วมด้วยก็มีน้องโดม- จารุวัฒน์ น้องชายที่ผมรักมาก (เสียงลากยาว น่าจะรักมากเป็นพิเศษ)
คุณพิซซ่า-ทฤษฎี ณ พัทลุง สุดยอดวาทยกรที่มีผลงานระดับโลก เพื่อนสนิทผมเอง คุณกิ๊บจัง ครูสอนเปียโนที่มีแฟนๆ ติดตามทั่วบ้านทั่วเมือง เพื่อนสนิทที่นั่งเรียนข้างกันตลอดสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้วก็มีคุณยู - กตัญญู สว่างศรี เพื่อนรักของผมอีกคนที่ผลักดันให้โชว์นี้เกิดขึ้นมาได้ครับ ที่พูดมานี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ เพราะวันจริงจะมีแขกรับเชิญทั้งที่เป็นคนและไม่ใช่คนมา เซอร์ไพรส์อีกเพียบ สร้างความประทับใจ ให้ผู้ชมทุกท่านอย่างแน่นอนครับ
เพราะการฟังคือการเปิดเรื่องราวสมองให้รับประสบการณ์ใหม่ได้ชัดและรวดเร็วที่สุดวิธีการหนึ่ง ที่สำคัญการฟังครั้งนี้อาจเป็นต้นทางของความเข้าใจและพลังสร้างสรรค์ใหม่อย่างที่คุณคาดไม่ถึง พบกับมุมมองและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย วรรณคดีไทย พร้อมประสบการณ์การเดินทางไปบรรยายจากเหนือสุดสู่ใต้สุดในสยาม และการท่องเที่ยวในแบบของครูทอม สไตล์การสะบัดผมที่เรียกทุกสายตาจนเด็กๆ วิ่งตามมาขอถ่ายภาพกันเป็นขบวน ได้ใน “ครูทอม ออน สะเตด ตอน... ทอมขึ้นคูล” เฉพาะ 2 รอบการแสดง 14.00 น. และ 17.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 นี้ ที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ สำรองบัตรล่วงหน้าได้ที่ thaiticketmajor.com หรือเคาน์เตอร์ thaiticketmajor ทุกสาขา
“ผมขอยํ้านะครับว่าโชว์นี้ผมมาเล่าเรื่องตลกที่แทรกเกร็ดภาษาและวรรณคดีไทย ไม่ได้มาสอนภาษาไทย
ไม่ได้มาสอนวรรณคดีไทยครับ ดังนั้นไม่ต้องเตรียมความรู้เลยนะครับ เตรียมตัว มาฮาอย่างเดียวก็พอ แต่ผมมั่นใจว่า
คุณจะได้อะไรกลับไปมากกว่าความฮาแน่นอนครับ”
หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,377 วันที่ 24 - 27 มิถุนายน 2561
“ครูทอม คำไทย” ไม่ได้มีผมหยิกฟูหรือไว้ผมทรงเดรดล็อกแบบบ๊อบ มาเลย์ มาตั้งแต่เกิด แต่เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่สนใจภาษาไทย เป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ นักกิจกรรม รวมถึงรั้งตำแหน่งสำคัญในสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยไว้ผมสั้นและตัดอย่างเรียบร้อย แต่ด้วยคาเรกเตอร์ ที่โดดเด่น วิธีการอธิบายและการเล่าเรื่องที่เปลี่ยนเนื้อหาธรรมดาๆ ให้น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ กระตุ้นความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมจากคนรอบข้างขนาดที่ว่าหากเขากำลังเล่าบางเรื่องกับเพื่อนในโรงอาหาร ความสนใจไม่หยุดอยู่แค่เพื่อนในโต๊ะ แต่ยังกระจายรัศมีไปยังโต๊ะรอบๆ จนถึงเกือบทั้งโรงอาหารก็มี
เมื่อโลกของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มาบรรจบกับโลกของครูทอม วันที่เขาไม่หยุดอยู่แค่การอ่านเรื่องราวบนอินเตอร์เน็ต แต่ยังไม่ละเลยและใส่ใจเรื่อง “การใช้ภาษาไทย” ให้ถูกต้อง การเป็น คนรุ่นใหม่ที่ใช้ความกล้าก้าวขึ้นมาปกป้อง “ภาษาไทย” อย่างองอาจ ทำให้ครูทอมขึ้นแท่นการเป็น “ครูภาษาไทยยุคใหม่” ที่น่าสนใจที่สุดในทศวรรษนี้ และที่สำคัญหลังจากจับไมค์สอนและเป็นพิธีกรมานับไม่ถ้วน ครูทอม คำไทย กำลังจะมีโชว์เดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรก
ในชีวิต “ครูทอม ออน สะเตด ตอน…ทอม-ขึ้น-คูล”
> อะไรคือสิ่งแรกที่คนคิดถึง “ครูทอม”(ได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม)
คิดว่าน่าจะเป็น “ภาพครูภาษาไทย ที่แปลกแตกต่างจากครูภาษาไทยอื่นๆ” ครับ คือครูภาษาไทยส่วนใหญ่จะค่อนข้าง เรียบร้อย แต่ผมไม่ใช่แบบนั้นเลย ทรงผม เดรดล็อก บุคลิกก็บ้าบอ กระโดกกระเดก แต่ผมก็คิดว่าการที่ผมเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนะครับ ผมว่าการเรียนรู้ มีหลายวิธี กลวิธีการสอนมีหลายแบบ การสอนรูปแบบเดียวไม่สามารถจะถูกจริตเด็กทั้งหมดได้หรอกครับ การที่มีครูอีกรูปแบบ กลวิธีการสอนอีกแบบ ก็น่าจะทำให้เด็กอีกกลุ่มหนึ่งพร้อมจะเรียนรู้มากขึ้น เหมือนเพิ่ม สื่อทางเลือกอีกรูปแบบให้นักเรียนครับ
อีกความต่างคือผมไม่ได้เป็นครูประจำในโรงเรียน ไม่ได้เปิดโรงเรียนกวดวิชา แต่เป็นครูพิเศษตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ สาเหตุหนึ่งก็เพราะผมรู้สึกว่าผมชอบทำหลายอย่างครับ จะบอกว่ามีความฝันหลายอย่างก็คงไม่ผิดนัก ผมมีความสุขกับการสอนหนังสือมาก ๆ ในขณะเดียวกันก็มีความสุขมาก ๆ กับการทำงานในวงการบันเทิงทั้งงานพิธีกร เล่นละคร เล่นโฆษณา แต่เหลือถ่ายแบบนี่แหละครับที่ยังไม่เคยมีใครจ้างให้ทำ (หัวเราะ) ถ้าผมเป็นครูประจำ โอกาสที่ผมจะได้ทำอีกอย่างที่ผมรักก็คงเป็นไปได้ยาก ผมเลยตัดสินใจเป็นครูแบบนี้นี่แหละครับ จัดสรรเวลาไปสอน จัดสรรเวลาไปทำงานในวงการบันเทิงด้วย ผมว่ามันทำให้ผมมีความสุข ในขณะเดียวกันก็ยังได้ทำประโยชน์ให้สังคมด้วยการจัดสรรเวลาไปจัดกิจกรรมสอนและแนะแนวการกุศลให้โรงเรียนในชนบทด้วยครับ อย่างการจัดทอล์กโชว์ครั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งก็จะนำไปเป็นทุนสำหรับจัดกิจกรรมการกุศลเหมือนกันครับ
> การใช้ภาษาไทยในปัจจุบันถึงขั้นวิกฤติแล้วหรือยัง?
ไม่หรอกครับ ผมว่าภาษามันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พวกคำแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามธรรมชาติของมัน เวลาได้ยินผู้ใหญ่หลายคนบอกว่า “เด็กสมัยนี้ใช้คำอะไรกันก็ไม่รู้ ทำภาษาไทยวิบัติไปหมด” ผมอยากจะถามกลับมากว่า “สมัยป้าไม่มีเหรอครับ” ลองนึกย้อนดูสิครับ หลายปีก่อนก็มีคำว่า จ๊าบ เปิ๊ดสะก๊าด และอีกหลายคำ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ค่อยใช้กันแล้ว นั่นก็เพราะว่าคำเหล่านี้จะเป็นที่นิยมกันแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นครับ อย่าไปซีเรียสกับมันมากครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใครจะใช้ภาษาแปลกๆ ใหม่ๆ ก็ต้องดูกาลเทศะด้วยครับว่าเมื่อไหร่ควรใช้ เมื่อไหร่ไม่ควรใช้ ดูด้วยว่าคนที่เราคุยด้วยนั้นเขาจะเข้าใจภาษาที่เราใช้หรือเปล่า ถ้าเราใช้ผิดที่ผิดทาง พอสื่อสารไม่เข้าใจ เดี๋ยวปัญหาก็จะตามมาอีก
> คำว่า “ครู” มีความหมายและนำไปสู่การ กำหนดรูปแบบชีวิตของ “ครูทอม” อย่างไร
ครูคือผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ครับ พอเราถ่ายทอดความรู้ ก็จะมีภาพอย่างหนึ่งเกิดขึ้นตามมา คือความน่าเชื่อถือ พอเป็นแบบนี้ปั๊บ เราไม่รู้เลยนะครับว่าคนอื่นจะทำอะไรตามอย่างเราบ้าง ดังนั้น เราก็จะค่อนข้างระวังตัวเวลาทำอะไรในที่สาธารณะ จะไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทางเท่าไรนัก(หัวเราะ) เพราะเราเองก็ไม่ใช่คนที่เรียบร้อยอะไร เวลาอยู่กับเพื่อนก็ค่อนข้างจะเป็นตัวเอง ก็เป็นไปตามธรรมชาติของเพื่อนแต่ละกลุ่ม แต่เรื่องการใช้ภาษา การพูดคำหยาบเนี่ย ผมว่าคนเลียนแบบกันง่าย เราไม่รู้เลยว่าถ้ามีเด็กได้ยินเราพูด แล้วจะเอาไปเลียนแบบโดยการพูดคำเหล่านี้ในที่
ที่ไม่เหมาะสมหรือเปล่า
การที่คนจำได้ว่าเราเป็น “ครูสอนภาษาไทย” มีข้อดีคือเวลามีใครอยากจะถามภาษาไทย อยากจะเชิญครูภาษาไทยไปออกรายการ หรือต้องการพิธีกรรายการเกี่ยวกับภาษาและวรรณคดีไทย ก็มักจะนึกถึงเรา นี่คือข้อดีมาก ๆ เลยครับ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน คือบางครั้งภาพลักษณ์นี้ก็ตัดโอกาสบางอย่างของผมเหมือนกันครับ คือบางทีก็มีโมเมนต์ที่อยากจะเล่นตลกอย่างเดียวบ้าง อยากจะทำรายการตลกโปกฮาเน้นบันเทิงบ้าง แต่ก็แทบไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะหลายคนติดภาพว่าเราเป็นครูสอนภาษาไทยครับ ก็เลยคิดทำวาไรตีทอล์กโชว์ครั้งนี้ขึ้นมาเพื่อจะนำเสนออีกภาพที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นว่าเราก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน ทั้งร้อง เต้น เล่นละคร เรียกว่าครบเครื่องเรื่องความบันเทิงครับ
> กำไรของผู้ชม ใครจะมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษของครูทอม
เพราะผมตั้งใจให้งานนี้เป็นวาไรตีทอล์กโชว์แบบที่ผมอยากเห็นอยากดูมากที่สุด สำหรับการขึ้นเวทีครั้งนี้
คนสำคัญที่ผมเชิญมาร่วมด้วยก็มีน้องโดม- จารุวัฒน์ น้องชายที่ผมรักมาก (เสียงลากยาว น่าจะรักมากเป็นพิเศษ)
คุณพิซซ่า-ทฤษฎี ณ พัทลุง สุดยอดวาทยกรที่มีผลงานระดับโลก เพื่อนสนิทผมเอง คุณกิ๊บจัง ครูสอนเปียโนที่มีแฟนๆ ติดตามทั่วบ้านทั่วเมือง เพื่อนสนิทที่นั่งเรียนข้างกันตลอดสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้วก็มีคุณยู - กตัญญู สว่างศรี เพื่อนรักของผมอีกคนที่ผลักดันให้โชว์นี้เกิดขึ้นมาได้ครับ ที่พูดมานี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ เพราะวันจริงจะมีแขกรับเชิญทั้งที่เป็นคนและไม่ใช่คนมา เซอร์ไพรส์อีกเพียบ สร้างความประทับใจ ให้ผู้ชมทุกท่านอย่างแน่นอนครับ
เพราะการฟังคือการเปิดเรื่องราวสมองให้รับประสบการณ์ใหม่ได้ชัดและรวดเร็วที่สุดวิธีการหนึ่ง ที่สำคัญการฟังครั้งนี้อาจเป็นต้นทางของความเข้าใจและพลังสร้างสรรค์ใหม่อย่างที่คุณคาดไม่ถึง พบกับมุมมองและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย วรรณคดีไทย พร้อมประสบการณ์การเดินทางไปบรรยายจากเหนือสุดสู่ใต้สุดในสยาม และการท่องเที่ยวในแบบของครูทอม สไตล์การสะบัดผมที่เรียกทุกสายตาจนเด็กๆ วิ่งตามมาขอถ่ายภาพกันเป็นขบวน ได้ใน “ครูทอม ออน สะเตด ตอน... ทอมขึ้นคูล” เฉพาะ 2 รอบการแสดง 14.00 น. และ 17.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 นี้ ที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ สำรองบัตรล่วงหน้าได้ที่ thaiticketmajor.com หรือเคาน์เตอร์ thaiticketmajor ทุกสาขา
“ผมขอยํ้านะครับว่าโชว์นี้ผมมาเล่าเรื่องตลกที่แทรกเกร็ดภาษาและวรรณคดีไทย ไม่ได้มาสอนภาษาไทย
ไม่ได้มาสอนวรรณคดีไทยครับ ดังนั้นไม่ต้องเตรียมความรู้เลยนะครับ เตรียมตัว มาฮาอย่างเดียวก็พอ แต่ผมมั่นใจว่า
คุณจะได้อะไรกลับไปมากกว่าความฮาแน่นอนครับ”
หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,377 วันที่ 24 - 27 มิถุนายน 2561






