thansettakij
thansettakij
DEmark Show 2018 มองย้อนสู่งานดีไซน์สุดลํ้า ‘Look Back Think Beyond’

DEmark Show 2018 มองย้อนสู่งานดีไซน์สุดลํ้า ‘Look Back Think Beyond’

26 พ.ค. 61 | 18:38 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 61 | 01:43 น.
กุญแจสำคัญที่ทำให้งานออกแบบแตกต่างจากงานศิลปะก็คือ “User Value” การรังสรรค์ชิ้นงานโดยให้คุณค่ากับผู้ใช้

ปัจจุบันโลกหมุนเครื่องสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีที่หุ่นยนต์เข้ามาแทนที่งานซึ่งทำเป็นกิจวัตร งานในรูปแบบเดิมๆ หรืองานรูทีนมากขึ้น เพราะฉะนั้นศักยภาพที่มนุษย์ทุกคนควรจะมีและต้องมีนับจากนี้ต่อไปคือ “พลังสร้างสรรค์” พลังที่จะเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ให้แตกต่างจากหุ่นยนต์อย่างแท้จริง”

นิยามคำว่า “การออกแบบ” ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุดโดย ผศ.ดร.โชคอนันต์ บุษราคัมภากร นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในเวทีสัมมนาหัวข้อ “Look Back Think Beyond: มองย้อนสู่งานดีไซน์สุดลํ้า” จุดสำคัญที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของพลังสร้างสรรค์ที่มีส่วนเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของมนุษย์

ผลงานส่งเข้าประกวด DEmark ปี 2018 (22)

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เหตุผลที่งาน DEmark Show 2018 งานแสดงผลงานสร้างสรรค์ฝีมือนักออกแบบไทยที่ส่งชิ้นงานและผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ Design Excellence Award ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Look Back Think Beyond” คือ การก้าวสู่ปีที่ 11 ที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการตั้งคำถามถึงสิ่งที่ผ่านมา

แนวคิดที่เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบและคณะกรรมการได้หันกลับมามองย้อนดูตัวตนให้ชัดเจน มองให้เห็นว่าอะไรคือเอกลักษณ์ คืออัตลักษณ์ คือเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรม และงานฝีมือของงานออกแบบไทยที่สืบทอด ปรับปรุงและเปลี่ยนผ่านก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งยุคสมัย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ก่อนก้าวต่อไปข้างหน้า ช่วงเวลาที่สั่งสมประสบการณ์รังสรรค์งานออกแบบให้เป็นตัวแทนของการนำจิตวิญญาณความเป็นไทยสื่อสารในระดับนานาชาติ

“ตราสัญลักษณ์ DEmark ถือเป็นบททดสอบสำคัญในวงการออกแบบไทย เพราะผู้ที่ได้รับตรารับรองนี้จะต้องผ่านการตัดสินจาก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ครํ่าหวอดในวงการออกแบบและมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาที่เปิดรับสมัคร โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาใน 5 เรื่อง คือ 1. Design Story 2. Innovation 3. Emotional/Aesthetics 4. User impacts และ 5. Social & Environment Impacts”

ผลงานส่งเข้าประกวด DEmark ปี 2018 (16)

ความมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถของนักออกแบบไทย นอกจากการนำโมเดลงาน Good Design Award (G-Mark) เป็นต้นแบบให้ “DEmark” เป็นช่องทางหลักในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ขยายฐานการค้า และเพิ่มศักยภาพของผลิตภัณฑ์สู่การแข่งขันในตลาดโลก ผ่านการจัดการประกวดใน 6 กลุ่มสินค้าหลักๆ คือ 1. กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Industrial Process/ Industrial Craft) 2. กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ (Gift & Decorative Items / Household Items) 3. กลุ่มความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นเครื่องแต่งกาย (Creative & Innovation Fashion / Apparel / Jewelry / Textile / Etc.) 4. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Home Appliances / Equipment and Facilities for Office / Etc.) 5. กลุ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design) 6. กลุ่มสินค้ากราฟิกดีไซน์ (Font / Graphic on Surface / Digital Media / Identity Design) มาตลอด 11 ปี

พร้อมกับการจัดให้มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบ จากประเทศญี่ปุ่นมาร่วมตัดสินรางวัล DEmark ในทุกๆ ปีแล้ว จากคณะกรรมการทั้งหมด 35 ท่าน ในปีนี้ DEmark ได้รับเกียรติจาก Mr.Katsuro Mizufuchi, Art Director ผู้ก่อตั้งบริษัท Shingata Inc. และผู้เริ่มก่อตั้งบริษัท Hotchkiss Co.,Ltd. ผู้กำกับทิศทางของ แบรนด์สินค้า โฆษณา และบรรจุภัณฑ์ชั้นนำหลายแบรนด์ในญี่ปุ่น และ Ms.Yoko Yasunishi, Designer Director ผู้ก่อตั้ง Drill Design และ Yasuke Hayashi สตูดิโอ ชั้นนำที่ร่วมพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์รวมถึงการออกแบบกราฟิกให้กับแบรนด์ชั้นนำ อาทิ MUJI, CANNON, Mercedes, Camper เป็นต้น มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินและเป็นวิทยากรให้ความรู้อีกด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการและวิทยากรทั้งสองท่านรู้สึกชื่นชมผลงานออกแบบของคนไทย ความกล้าในการนำเสนอและมองเห็นการพัฒนาที่ยังไปต่อได้ของอุตสาหกรรมการออกแบบไทย

ซึ่ง ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ กล่าวว่า การดำเนินงานผ่านการประสานความร่วมมือระหว่าง G-Mark และ DEmark นอกจากงานออกแบบไทยจะได้รับการประเมินโดยมาตรฐานระดับสากลแล้ว สิ่งที่ได้รับคือการแลกเปลี่ยนความเห็น การที่นักออกแบบญี่ปุ่นได้เห็นผลงานของคนไทย ได้เห็นศักยภาพของคนไทยเพิ่มมากขึ้นและจุดนี้จะเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ดีร่วมกันต่อไปในอนาคต

สินค้าที่วางขายใน DEmark Concept Store (3)

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.โชคอนันต์ บุษราคัมภากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อไปเรื่องของการสร้างความแตกต่าง “Differentiation” ยังไม่เพียงพอ สิ่งที่นักออกแบบไทยต้องคิดและพัฒนาคือการสร้างความเป็นผู้นำ ผ่านการรังสรรค์งานที่เป็นต้นแบบ คิดถึงการคิดเป็น “คนแรก” และการเป็น “Originality” ที่แสดงถึงความคิดริเริ่มอย่างแท้จริง

เพื่อให้ภาพของงานออกแบบเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนได้สัมผัส สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ “สยามพิวรรธน์” ผู้นำด้านการค้าปลีก เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าระดับโลก ในการพัฒนาการทำธุรกิจที่ยั่งยืน รวมถึงช่วยผลักดันให้ผลงานของคนไทยเป็นที่รู้จักบนเวทีโลก นอกจากการเปิดพื้นที่สำหรับจัดแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลงานการออกแบบของคนไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้ว ในปีนี้สยามพิวรรธน์ได้เปิดพื้นที่ชั้น 2 โซนไลฟ์สไตล์ฮอลล์ และชั้น 3 โซนลิฟวิ่งแอนด์เทคโนโลยี ของสยามพารากอน แสดงนิทรรศการ DEmark Show 2018 และนำเสนอร้านต้นแบบ DEmark Concept Store เป็นร้านค้าชั่วคราวที่นำผลงานที่ได้รับรางวัล DEmark ตั้งแต่ปี 2551 - 2560  มาจำหน่าย ในราคาเหมาะสม พร้อมอธิบายแนวคิดการออกแบบผลงานแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าและเข้าใจความเป็นมา รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทาง การจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิตที่ได้รับรางวัล ระหว่างวันที่  24 - 31  พฤษภาคม  2561 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.demarkaward.net

หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3371 ระหว่างวันที่ 3 -6 มิ.ย. 2561

e-book-1-503x62-7
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • lifestyle