
ตามกลิ่นชา เสพวิถีพุทธ อิ่มความสุขที่ย่างกุ้ง
ไม่เพียงแต่พระเจ้าอลองพญาที่มองเห็นเมืองแห่งนี้คืออนาคต แต่ชาวอังกฤษที่เข้ามาขยายอาณานิคมก็เข้ามาพัฒนาดินแดนแห่งนี้ให้เกิดความเฟื่องฟู โดยเฉพาะในมิติของเศรษฐกิจ อาทิ โครงสร้างพื้นฐานอย่าง ถนน ท่าเรือ และการค้า ต่อยอดสู่การเป็นเมืองที่หลากหลายผู้ลงทุนกำลังจับตามอง “เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา”
ผู้ร่วมทริปและหยิบกระเป๋าไปพร้อมกับเราบนรถโดยสารชาวไทยหรือไกด์ผู้เชี่ยวชาญ เล่าให้เราฟังว่า แต่ก่อนมาพม่ารถไม่เคยติด แต่เดี๋ยวนี้ ต้องเผื่อเวลา เพราะเมืองย่างกุ้งหรืออดีตเมืองหลวงแห่งนี้พัฒนาไปมาก กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางท่องเที่ยวทุกชาติ ในทางกลับกันด้วยประเทศที่ใหญ่ทำให้การพัฒนาแบบองค์รวมเป็นไปได้ยากและใช้งบประมาณสูง โดยเฉพาะการขยายความเจริญรุ่งเรืองโครงสร้างพื้นฐาน นี่จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่เมียนมาในปัจจุบันได้ย้ายเมืองหลวงไปที่เนปยีดอเพราะอยู่ใจกลางของประเทศ
[caption id="attachment_264503" align="aligncenter" width="503"]
ประชาชนนำมือสัมผัสแท่นบรรจุพระเกศาธาตุภายในพระเจดีย์โบตาทาวน์[/caption]
แต่อย่างไรก็ตามการมาย่างกุ้งยังคงคุณค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าสนใจชวนหลงใหล แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ฉับไวเหมือนไกด์ท้องถิ่นบอก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่และกลายเป็นเสน่ห์ให้กับผู้เดินทางแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสายหนึ่งในนั้น คือ ความงดงามทางศาสนา ผ่านขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่สวยงาม ในประเทศที่วิถีพุทธยังหลอมรวมอยู่กับวิถีชีวิตอย่างแท้จริง การปฏิบัติที่สะท้อนความศรัทธาอย่างเด่นชัดตั้งแต่การถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่ศาสนสถาน ไม่ว่าจะมีฐานันดรศักดิ์เช่นไร หรือมีกิจสำคัญเพียงใด หรือพื้นนั้นจะรับแสงอันแรงกล้าจนร้อนระอุแค่ไหน มีเพียงเท้าเปล่าเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับพื้นของศาสนสถานแห่งนี้ นับเป็นความประทับใจในประเทศที่ศาสนาพุทธปักหลักอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งนับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันจนเราสัมผัสได้
หนึ่งศาสนสถานที่เป็นดั่งจุดศูนย์รวมดวงใจของชาวเมียนมาคือ เจดีย์ชเวดากอง พระเจดีย์ขนาดใหญ่สูงเสียดฟ้าตั้งโดดเด่นเป็นสง่าเกือบใจกลางเมืองย่างกุ้งภายใต้การวางภูมิทัศน์ตามระเบียบความคิดภูมิจักรวาล ไม่ว่าจะเดินทางออกเมืองไปทางทิศใดเมื่อหันกลับมามองจะเห็นยอดพระเจดีย์สีเหลืองทองอร่ามปรากฏในสายตาเสมอ พลังศรัทธาในพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวพม่า มหาเจดีย์แห่งนี้นอกจากประจักษ์ชัดด้วยโลหะ อัญมณี และถนิมพิมพาภรณ์อันลํ้าค่า ในกิจปฏิบัติที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระพุทธศาสนา ลานมหาเจดีย์ที่รายล้อมไปด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อให้เกิดภาพอันงดงามตั้งแต่แสงสุริยาจับขอบฟ้า วินาทีที่ลมหายใจถูกพินิจพิจารณาจังหวะเข้าออก เสียงสวดมนต์แผ่วเบา และภาพของหญิงสาวชาวพม่าจับไม้กวาดดอกหญ้าคนละไม้คนละมือเรียงแถวหน้ากระดานกวาดทำความสะอาดลานพระเจดีย์ไปพร้อมๆ กัน จิตที่เลื่อมใสแฝง
นอกจากความงดงามทางศาสนา ในแง่มุมของวัฒนธรรมเมืองแห่งนี้ก็ดูน่ารักและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อาทิ การทาทานาคาบนแก้ม นอกจากสวยงามและดูแปลกตาทานาคายังกลายเป็นของฝากที่เราหิ้วกลับไปฝากคนที่บ้าน ทั้งนี้ยังมีการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์อย่างเช่น การนุ่งโสร่ง รวมทั้งอาหารทะเลสดๆ ที่เลิศรสในราคาไม่สูงนัก และการสังเกตบ้านและที่อยู่อาศัยที่มีขดลวดหมุนเป็นรูปทรงกลมบนรั้วบ้านนั้นหมายถึงผู้อาศัยคือบุคคลสำคัญทางทหารของประเทศ
ย่างกุ้งก้าวผ่านช่วงเวลาที่สำคัญที่หลากหลายจนเกิดเป็นการผสมผสาน อาทิ ยุคเริ่มก่อตั้งที่มีชาวมอญเข้ามาครอบครองจนกระทั่งในปี 2298 พระเจ้าอลองพญาได้บุกยึดและเปลี่ยนชื่อเป็น ย่างกุ้ง (Yangon) จากนั้นต้องก้าวเข้าสู่ยุคสงครามโลกและอังกฤษก็เข้ามาครอบครอง และหนึ่งสิ่งที่ชาวผู้ดีชาตินี้ส่งต่อไว้จนเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติจวบจนถึงปัจจุบัน คือการดื่มชา ซึ่งนอกจากได้ลิ้มรสชาที่หอม การตั้งโต๊ะดื่มชายังเป็นการเปิดบทสนทนาให้กับชาวเมียนมาได้พูดคุยกันอย่างมีมิตรภาพในทุกวัน สำหรับรูปแบบของชานั้นมีทั้ง ชาร้อนปกติ และชาที่ใส่นมข้นและนมสด ไม่เพียงเท่านั้นร้านชายังบ่งบอกวิถีชีวิตแบบเมียนมา เรียกได้ว่านอกจากเสพความอร่อยของรสชา ยังได้สูดกลิ่นรสนิยมของเจ้าของร้าน โดยปัจจุบันร้านชาปลูกสร้างอยู่ทั่วเมืองย่างกุ้ง
ความงดงามที่เป็นดั่งศูนย์กลางจิตใจของชาวพุทธและชาวพม่าอย่าง เจดีย์ชเวดากอง การปฏิบัติและสืบสานวิถีพุทธอย่างเคร่งครัด อัตลักษณ์ในเรื่องของวัฒนธรรมอันงดงามในมิติต่างๆ ที่มีทั้งการแต่งกาย การดื่มชา ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และสัมผัสพม่าเพียงเสี้ยววินาทีของลมหายใจทั้งชีวิต เพื่อไม่ให้เรื่องราวของเมื่อวานเป็นเพียงเรื่องเล่าอยากให้ทุกคนลองไปสัมผัสและเปิดประสบการณ์ทั้งย่างกุ้งและเมืองอื่นๆอย่าง พุกาม มัณฑะเลย์ ซึ่งการเดินทางเดี๋ยวนี้ก็สะดวกสบายมีทั้งสายการบิน ทัวร์ และรูปแบบการอื่นๆ ที่พร้อมตอบโจทย์ แล้วทุกคนจะรู้ว่าพม่างดงามเพียงใด
อย่าให้เวลามาเป็นขีดจำกัด หากคุณไม่ออกเดินทาง
เรื่อง: อนุวัฒน์ โพธิ์ทอง
ภาพ ระวิภาส บุญลือ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561
[caption id="attachment_264503" align="aligncenter" width="503"]
แต่อย่างไรก็ตามการมาย่างกุ้งยังคงคุณค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าสนใจชวนหลงใหล แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ฉับไวเหมือนไกด์ท้องถิ่นบอก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่และกลายเป็นเสน่ห์ให้กับผู้เดินทางแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสายหนึ่งในนั้น คือ ความงดงามทางศาสนา ผ่านขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่สวยงาม ในประเทศที่วิถีพุทธยังหลอมรวมอยู่กับวิถีชีวิตอย่างแท้จริง การปฏิบัติที่สะท้อนความศรัทธาอย่างเด่นชัดตั้งแต่การถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่ศาสนสถาน ไม่ว่าจะมีฐานันดรศักดิ์เช่นไร หรือมีกิจสำคัญเพียงใด หรือพื้นนั้นจะรับแสงอันแรงกล้าจนร้อนระอุแค่ไหน มีเพียงเท้าเปล่าเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับพื้นของศาสนสถานแห่งนี้ นับเป็นความประทับใจในประเทศที่ศาสนาพุทธปักหลักอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งนับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันจนเราสัมผัสได้
ย่างกุ้งก้าวผ่านช่วงเวลาที่สำคัญที่หลากหลายจนเกิดเป็นการผสมผสาน อาทิ ยุคเริ่มก่อตั้งที่มีชาวมอญเข้ามาครอบครองจนกระทั่งในปี 2298 พระเจ้าอลองพญาได้บุกยึดและเปลี่ยนชื่อเป็น ย่างกุ้ง (Yangon) จากนั้นต้องก้าวเข้าสู่ยุคสงครามโลกและอังกฤษก็เข้ามาครอบครอง และหนึ่งสิ่งที่ชาวผู้ดีชาตินี้ส่งต่อไว้จนเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติจวบจนถึงปัจจุบัน คือการดื่มชา ซึ่งนอกจากได้ลิ้มรสชาที่หอม การตั้งโต๊ะดื่มชายังเป็นการเปิดบทสนทนาให้กับชาวเมียนมาได้พูดคุยกันอย่างมีมิตรภาพในทุกวัน สำหรับรูปแบบของชานั้นมีทั้ง ชาร้อนปกติ และชาที่ใส่นมข้นและนมสด ไม่เพียงเท่านั้นร้านชายังบ่งบอกวิถีชีวิตแบบเมียนมา เรียกได้ว่านอกจากเสพความอร่อยของรสชา ยังได้สูดกลิ่นรสนิยมของเจ้าของร้าน โดยปัจจุบันร้านชาปลูกสร้างอยู่ทั่วเมืองย่างกุ้ง
อย่าให้เวลามาเป็นขีดจำกัด หากคุณไม่ออกเดินทาง
เรื่อง: อนุวัฒน์ โพธิ์ทอง
ภาพ ระวิภาส บุญลือ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561






