
‘สุดยอดสถาปัตยศิลป์ แผ่นดินสยาม’ 382 วัน แห่งความจงรักและภักดี สู่การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
ระยะเวลา 382 วัน นับตั้งแต่การเริ่มปลูกสร้างพระเมรุมาศจวบจนถึงวันนี้ 11 มกราคม 2561 วันรื้อถอนพระเมรุมาศ ซึ่งนอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรม ภาพของเหตุการณ์ผ่านไปไวเกินกว่าที่เราจะตั้งตัว แต่สิ่งที่ต้องดำเนินต่อไปคือการน้อมนำแนวพระราชดำริของศาสตร์พระราชาว่าด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้แก่ การทำความเข้าใจถึงความสำคัญในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน ให้ถ่องแท้ ร่วมกันคิดร่วมกันทำ ด้วยความอุตสาหะ เสียสละ อย่างร่วมมือร่วมใจ
โดยลำดับเหตุการณ์ของวันที่ 11 มกราคม 2561 ในช่วงเช้ายังคงเปี่ยมล้นไปด้วยพสกนิกรชาวไทยที่เข้ามายังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กราบสักการะพระเมรุมาศและร่วมพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชน จนกระทั่งในเวลา 08.00 น. พระสงฆ์ 10 รูป ร่วมด้วยพระสงฆ์ 79 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ วัดสามพระยา วัดชนะสงคราม และวัดอรุณราชวรารามฯ รวมทั้งสิ้น 89 รูป ออกรับบิณฑบาต รอบพระเมรุมาศ
จากนั้นใน เวลา 10.10 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ประกอบพิธีอัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องสูงในลำดับพระยศสูงสุดแทนองค์พระมหากษัตริย์ ลงจากยอดพระเมรุมาศในกลางความรักและความผูกพันของพสกนิกรชาวไทยต่อพระมหาราชาแห่งแผ่นดินตลอดระยะเวลาหลายร้อยวันที่ผ่านมา และเมื่อถึงเวลา 10.19 น. ห้วงเวลาแห่งมงคลฤกษ์ เจ้าหน้าที่นำรถเครนยกผู้ประกอบพิธีขึ้นกระเช้าไปเทียบยังนพปฎลมหาเศวตฉัตร โหรพราหมณ์ สั่นฆ้องชัย สังข์ บัณเฑาะว์ พร้อมกับกล่าวโองการทำพิธีบวงสรวงการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายพระเมรุมาศ ทางเจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญลงจากยอดพระเมรุมาศเป็นอันสิ้นสุดพิธี
[caption id="attachment_251757" align="aligncenter" width="503"]
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ในเช้าวันที่ 11 มกราคม 2561[/caption]
“นพปฎลมหาเศวตฉัตร” หรือเรียกโดยย่อว่า “พระมหาเศวตฉัตร” มีลักษณะคล้ายฉัตรที่ปักอยู่เหนือพระแท่นราชบัลลังก์ คือ เป็นฉัตรสีขาวเรียงซ้อนลดหลั่นกัน 9 ชั้น แต่ละชั้นมีระบายขลิบทอง 3 ชั้น ฉัตรชั้นล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง อย่างไรก็ดีเมื่อมองย้อนไปในรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากการบันทึกของ จดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 พระราชพิธีพระบรมศพรัชกาลที่ 2 เศวตฉัตร 9 ชั้นทำด้วยโหมดซึ่งเป็นผ้าชนิดหนึ่ง เดิมทำด้วยกระดาษทองตัดเป็นเส้นเหมือนเส้นทองแล้วทอกับไหมมีสีเหลืองกั้นพระบรมโกศ เนื่องจากในเวลานั้นเศวตฉัตรทำด้วยผ้าสีอื่นไม่ต้องเป็นสีขาวเสมอไป ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเป็นการหุ้มผ้าสีขาวแทน เพื่อ ให้ตรงกับความหมายคำว่า “เศวต” ที่แปลว่า ‘สีขาว”
[caption id="attachment_251759" align="aligncenter" width="503"]
พวงมาลัยที่ประชาชนนำมาสักการะในวันสุดท้ายของการเปิดให้เข้าชมก่อนการรื้อถอน[/caption]
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงเจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการกั้นรั้วโดยรอบพื้นที่เพื่อรื้อถอนพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เผยว่า สำหรับพระเมรุมาศจะเริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายประติมากรรม ศิลปกรรม และจิตรกรรมฉากบังเพลิงไปไว้ที่สำนักช่างสิบหมู่ อำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม พระจิตกาธาน พระโกศจันทน์ นำไปแสดงที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ด้านโครงเหล็กนำไปจัดเก็บที่อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา สำหรับพระที่นั่งทรงธรรมบางส่วนนำไปก่อสร้างเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เช่นเดียวกันกับศาลาลูกขุนและทับเกษตร สำหรับไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งพระเมรุมาศ ในส่วนของไม้ดัดส่งคืนวัดคลองเตยใน ด้านพันธุ์ไม้ต่างๆ ส่งคืนสวนนงนุช และไม้ล้มลุกอย่างดาวเรืองจำนวนหลายแสนต้นเคลื่อนย้ายไปจัดงานฤดูหนาวที่หน้าพระลานพระราชวังดุสิต
ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่า กรมศิลปากรจะอัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรไปประดิษฐานยังกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ด้านแผนการรื้อถอนคาดว่าใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วันหรือช่วงกลางเดือนมีนาคม และส่งมอบพื้นที่ให้แก่กรุงเทพมหานคร ทำการปรับภูมิทัศน์รอบท้องสนามหลวง ด้านอาคารจัดแสดงนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญทางด้านมรดกไทย เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,333 วันที่ 21 - 24 มกราคม พ.ศ. 2561
[caption id="attachment_251757" align="aligncenter" width="503"]
“นพปฎลมหาเศวตฉัตร” หรือเรียกโดยย่อว่า “พระมหาเศวตฉัตร” มีลักษณะคล้ายฉัตรที่ปักอยู่เหนือพระแท่นราชบัลลังก์ คือ เป็นฉัตรสีขาวเรียงซ้อนลดหลั่นกัน 9 ชั้น แต่ละชั้นมีระบายขลิบทอง 3 ชั้น ฉัตรชั้นล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง อย่างไรก็ดีเมื่อมองย้อนไปในรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากการบันทึกของ จดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 พระราชพิธีพระบรมศพรัชกาลที่ 2 เศวตฉัตร 9 ชั้นทำด้วยโหมดซึ่งเป็นผ้าชนิดหนึ่ง เดิมทำด้วยกระดาษทองตัดเป็นเส้นเหมือนเส้นทองแล้วทอกับไหมมีสีเหลืองกั้นพระบรมโกศ เนื่องจากในเวลานั้นเศวตฉัตรทำด้วยผ้าสีอื่นไม่ต้องเป็นสีขาวเสมอไป ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเป็นการหุ้มผ้าสีขาวแทน เพื่อ ให้ตรงกับความหมายคำว่า “เศวต” ที่แปลว่า ‘สีขาว”
[caption id="attachment_251759" align="aligncenter" width="503"]
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงเจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการกั้นรั้วโดยรอบพื้นที่เพื่อรื้อถอนพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เผยว่า สำหรับพระเมรุมาศจะเริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายประติมากรรม ศิลปกรรม และจิตรกรรมฉากบังเพลิงไปไว้ที่สำนักช่างสิบหมู่ อำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม พระจิตกาธาน พระโกศจันทน์ นำไปแสดงที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ด้านโครงเหล็กนำไปจัดเก็บที่อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา สำหรับพระที่นั่งทรงธรรมบางส่วนนำไปก่อสร้างเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เช่นเดียวกันกับศาลาลูกขุนและทับเกษตร สำหรับไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งพระเมรุมาศ ในส่วนของไม้ดัดส่งคืนวัดคลองเตยใน ด้านพันธุ์ไม้ต่างๆ ส่งคืนสวนนงนุช และไม้ล้มลุกอย่างดาวเรืองจำนวนหลายแสนต้นเคลื่อนย้ายไปจัดงานฤดูหนาวที่หน้าพระลานพระราชวังดุสิต
ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่า กรมศิลปากรจะอัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรไปประดิษฐานยังกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ด้านแผนการรื้อถอนคาดว่าใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วันหรือช่วงกลางเดือนมีนาคม และส่งมอบพื้นที่ให้แก่กรุงเทพมหานคร ทำการปรับภูมิทัศน์รอบท้องสนามหลวง ด้านอาคารจัดแสดงนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญทางด้านมรดกไทย เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,333 วันที่ 21 - 24 มกราคม พ.ศ. 2561






