thansettakij
thansettakij
กรมสุขภาพจิตชวนรู้เท่าทันตัวเองสร้างพลเมืองสื่อดิจิตอล

กรมสุขภาพจิตชวนรู้เท่าทันตัวเองสร้างพลเมืองสื่อดิจิตอล

04 ส.ค. 60 | 05:05 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 60 | 12:05 น.
กรมสุขภาพจิตชวนรู้เท่าทันตัวเองสร้างพลเมืองสื่อดิจิตอล ควรมีสติทุกครั้งในการสื่อสารหรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ ทั้งตรวจสอบที่มาของข้อมูล

นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวในงานประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 16 และการประชุมสุขภาพจิตและจิตเวชเด็ก ครั้งที่ 14 ว่า “สื่อ” ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสื่อโลกออนไลน์ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของคนในสังคมอย่างชัดเจน จนกลายเป็นประเด็นทางสังคมต่างๆมากมาย ทั้งนี้ เนื่องจากการไม่มีตัวตนหรือมีตัวตนซ่อนเร้นในโลกออนไลน์ จึงทำให้มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นหรือแสดง“ความแรง” ออกมามากขึ้น ทั้งความโกรธ ความโอ้อวด ความอิจฉา อคติ และความเกลียดชัง นำไปสู่ความขัดแย้งบนโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราสามารถทำได้ในการป้องกัน คือ การรู้เท่าทันสื่อ เข้าใจสภาพของสื่อออนไลน์ว่าเป็นสังคมที่มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ จึงควรมีสติทุกครั้งในการสื่อสารหรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ รวมทั้งตรวจสอบที่มาของข้อมูล อย่าส่งต่อข้อมูลที่ไม่เกิดประโยชน์ ขอให้คิดทุกครั้ง ก่อนโพสต์ ก่อนไลค์ ก่อนแชร์ อาจกล่าวได้ว่า “การรู้เท่าทันสื่อใหม่ ก็เหมือนกับ การรู้เท่าทันตัวเราเอง”

mor2

ด้าน นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิตและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่าปัจจุบัน สังคมยุคดิจิตอล ในทางลบ ไม่ใช่แค่การสร้างการหลอกลวงแต่กลับกลายเป็นการสร้างความเกลียดชังร่วมด้วย ซึ่งพบว่าความรุนแรงบนโลกออนไลน์ จะมีทั้ง Hate Speech คือ การสร้างความแตกต่างที่มีผลต่อยอดไปสู่ความรุนแรงได้ เช่น เรื่องของเพศภาพ เชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง คนพิการ ส่วนใหญ่จะเป็นบริบททางสังคม และ Blame Speechคือ การสร้างความรุนแรงในเรื่องส่วนตัว เช่น กรณี กราบรถกู

mor3

ดังนั้น การสร้างพลเมืองสื่อดิจิตัล (Digital Citizenship) จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องประกอบไปด้วย การไม่ขยายความรุนแรง จาก Hate Speech โดย ใช้หลัก 2 ไม่ 1 เตือน ได้แก่ ไม่สื่อสารทางลบ ไม่ส่งต่อ และเตือนด้วยถ้อยคำที่สุภาพ รวมทั้งให้ข้อมูลที่น่ารับฟัง ขณะที่ Blame Speech ซึ่งทำให้เกิดสังคมดราม่าเหมือนเช่นทุกวันนี้ ให้ใช้หลักเดินหน้า 3 What ได้แก่ What, So What, What Next หมายถึง อย่าหยุดอยู่แค่ What เกิดอะไรขึ้นแบบที่เรียกว่า ดราม่า ซึ่งทุกวันนี้มักจะสนใจอยู่เพียงตัว What หรือตัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงควรก้าวไปสู่ So What ในการเข้าใจสาเหตุว่าทำไมเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้น เพราะสาเหตุเหล่านั้นอาจเกิดได้กับทุกคนเป็นความเครียดหรือการเลี้ยงดูในครอบครัว และท้ายสุด What Next หาแนวทางเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและสังคม
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • lifestyle