thansettakij
thansettakij
บำรุงราษฎร์ผนึก51ร.พ.พันธมิตรชูนวัตกรรมบริบาลฯ

บำรุงราษฎร์ผนึก51ร.พ.พันธมิตรชูนวัตกรรมบริบาลฯ

14 ก.ค. 60 | 12:29 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 60 | 19:29 น.
“รพ.บำรุงราษฎร์” ผนึก 51 พันธมิตรโรงพยาบาลทั่วประเทศ ยกระดับบริบาลทางการแพทย์แบบไร้รอยต่อชู ‘บิสซิเนส โมเดล’ นวัตกรรมการตลาดบริบาลทางการแพทย์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผู้ให้บริบาลด้านการแพทย์ภาคเอกชนแห่งใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)  เดินหน้าขยายความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูโรงพยาบาลพันธมิตร  51 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้บริบาลแก่ผู้เข้ารับการดูแลรักษาทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมขยายตลาดบริบาลทางการแพทย์ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ร่วมกันในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

รศ. นพ. สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการด้านบริหารร่วมและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าในครั้งนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรเพิ่มอีก 16 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ต่อจากในปี 2559 ที่มีโรงพยาบาลพันธมิตรเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) จำนวน 35 แห่ง

bmr

สำหรับความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรได้อย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบไร้รอยต่อ โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ให้สามารถรับช่วงต่อผู้เข้ามาใช้บริบาลทางการแพทย์ระหว่างกันได้โดยไม่สะดุด ซึ่งมาจากการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรร่วมกัน  โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการให้บริบาลทางการแพทย์ดังกล่าว

ขณะที่ความร่วมมือระหว่างพันธมิตร 51 โรงพยาบาลในครั้งนี้ ยังมุ่งให้ความสำคัญต่อการบูรณาการทางการแพทย์ของไทยร่วมกันใน 4 ด้าน คือ 1.พลังความคิด ที่มาจากแนวทางการให้บริบาลทางการแพทย์ในทิศทางเดียวกันของโรงพยาบาลพันธมิตรที่เข้าร่วมในโครงการ ในการประสานความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพการรักษา และสร้างความเจริญเติบโตทางด้านการแพทย์อย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยมีโรงพยาบาลพันธมิตรครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าถึงบริบาลสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมาตรฐานได้สะดวกขึ้น

2. พลังปัญญาของโรงพยาบาลพันธมิตร โดยเฉพาะในด้านบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการ การศึกษาวิจัย ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย และเพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือในการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนด้านวิชาการในอนาคต อันจะเป็นการรองรับและก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 ในด้านสาธารณสุข 3. พลังแห่งความหลากหลายจาก 3 เสาหลักที่มารวมกันทั้งภาครัฐบาล ภาคเอกชน และโรงเรียนแพทย์ เพื่อยกระดับและพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทย นับเป็นความร่วมมือในวงการสาธารณสุข ซึ่งครอบคลุมในความเชี่ยวชาญในทุก ๆ ด้าน โดยในกลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตรจะมีกระบวนการในการประสานงานอย่างไร้รอยต่อ ที่มีประสิทธิภาพทั้งการดูแลรักษาและการบริบาล และ

4. รูปแบบธุรกิจ (บิสซิเนส โมเดล) นวัตกรรมทางการตลาดเพื่อให้บริบาลทางการแพทย์ ที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริบาลงานคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของงานบริบาลด้านการแพทย์ โรงพยาบาลพันธมิตรจะได้มีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนในกระบวนการมาตรฐานต่าง ๆ ทางด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับการบริบาลแก่ผู้ป่วยร่วมกัน

ด้าน นพ. ดร. เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าจากความสำเร็จของโครงการในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีพันธมิตรโรงพยาบาล 35 แห่งเข้าร่วมนั้น โดยปีนี้ได้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ดำเนินการเอ็มโอยูร่วมกับโรงพยาบาลต่าง ๆ เพิ่มอีก 16 แห่งรวมเป็น 51 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแสดงถึงความพร้อม และศักยภาพการให้บริบาลทางการแพทย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของพันธมิตรโรงพยาบาลที่มีจุดแข็งการดูแลรักษาเฉพาะด้าน

bmr1

“การเอ็มโอยูร่วมกับพันธมิตรโรงพยาบาลทั้ง 51 แห่งในปีนี้ จะเป็นการเข้ามาเกื้อหนุนการให้บริบาลทางการแพทย์ร่วมกัน จากพลังปัญญาของทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ที่สามารถส่งต่อดูแลผู้เข้ารับการรักษาได้ ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้ารับบริบาลทางการแพทย์ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดจากบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ” นพ. ดร. เทอดศักดิ์ กล่าว

ขณะเดียวกันโครงการดังกล่าวในปีนี้ ยังถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่าง 3 ภาคี คือ 1.โรงเรียนแพทย์ ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนรศวร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ พร้อมส่งเสริมการวิจัยทางการแพทย์ร่วมกันระหว่างบุคลากรสาธารณสุข ที่จะสามารถเข้าถึงภาคประชาชนไปด้วยพร้อมกัน  ส่วนภาคีที่ 2 และ 3 คือ กลุ่มโรงพยาบาลภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรโรงพยาบาลเพื่อให้บริบาลดูแลรักษาทางการแพทย์ร่วมกัน

bmr2

ส่วนศ. นพ. นิมิต เตชไกรชนะ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเพิ่มว่า สำหรับการเอ็มโอยู และความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่องานสาธารณสุขทางการแพทย์ของไทยที่พร้อมยกระดับสู่ความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและมาตรฐาน และการให้บริบาลทางการแพทย์แบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ที่ยังสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมตลอดทุกกระบวนการทางการแพทย์ ระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตร

ทั้งนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ ได้ให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก เช่น การนำ       ‘เอไอ’ (อาร์ติฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์) Artificial Intelligence (AI)  เข้ามามีส่วนร่วมทางการแพทย์ตลอดทุกขั้นตอน เช่น การดูแลรักษาเฉพาะบุคคล (Personalised Medicine) และการตรวจวินิจฉัยและการวิเคราะห์ ไปจนถึงกระบวนการวางแผนเพื่อรักษาผู้ป่วย เป็นต้น จากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลฯ ได้นำระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะมาร่วมใช้งานทางการแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็ง

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นรูปแบบธุรกิจ (บิสซิเนส โมเดล) นวัตกรรมการตลาดทางการแพทย์ จากความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถขยายการให้บริบาลทางการแพทย์แก่ผู้เข้ามารับการรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างไปจากผู้ให้บริบาลทางการแพทย์รายอื่นที่ใช้กลยุทธ์แตกต่างกันออกไป

ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มองว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าว ยังจะเข้ามาช่วยสร้างแบรนด์อิควิตี้ (Brand Equity) บริบาลทางการแพทย์ของ รพ.บำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลพันธมิตรให้แข็งแกร่งร่วมกัน จากจุดแข็งความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์หรือโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่มีความชำนาญการดูแลรักษาโรคต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวยังจะผลักดันให้เกิดคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านการรับรู้ ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้เข้ามาใช้บริบาล และส่งผลจำนวนของผู้ใช้บริบาลทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย

นอกจากนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ ยังมองเห็นโอกาสถึงการให้บริบาลทางการแพทย์ที่สามารถเชื่อมต่อการให้บริบาลแก่ภาคประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ ให้ได้รับบริบาลทางการแพทย์อย่างดีที่สุดและทั่วถึง  ผ่านโรงพยาบาลพันธมิตรที่เข้าร่วมเอ็มโอยูดังกล่าว รวมถึงยังสามารถขยายการให้บริบาลทางการแพทย์ผ่านทางโรงพยาบาลพันธมิตรไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน  ที่อยู่ติดกับประเทศไทยให้เข้ารับการดูแลอีกด้วย    ปัจจุบัน รพ.บำรุงราษฎร์มีผู้เข้ามาใช้บริบาลมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก แบ่งสัดส่วนเป็น 60% กลุ่มคนไทย และ 40% เป็นชาวต่างชาติ

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • lifestyle