
นิคมอุตสาหกรรมจะนะ สู่หายนะสลายการชุมนุม กับเหตุผลทำไมต้องประท้วง
โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ "เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต" คืออะไร ทำไมประชาชนต้องประท้วง จนนำมาสู่สลายการชุมนุม
โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา หรือ ที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง
หลัง ตำรวจ คฝ. เข้าสลายการชุมนุมของประชาชนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ที่ได้รวมตัวกันปักหลักค้างคืน บริเวณทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ
เรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อตกลงกรณีปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะให้ครบถ้วน ตามที่ได้รัฐบาลได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้กับเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ปี 2563
แต่กำลังใจยังดีเยี่ยม บอกชัดเป็นหนึ่งเดียวว่าหากปล่อยออกมาก็จะมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบอีก จุดยืนยังมุ่งมั่นความตั้งใจยังเด็ดเดี่ยว สู้อำนาจรัฐมารต้องทุ่มเท ไม่สยบยอมกับประยุทธ์ที่ไม่มีหัวใจ
ในพื้นที่จะนะเอง ประชาชนก็ตื่นตัวและโกธรรัฐบาลมาก ได้มีการนัดหมายชุมนุมที่หาดสวนกง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และฐานที่มั่นการต่อสู้ของชาวบ้านจะนะ เวลา 14.00 น. วันนี้
ฐานเศรษฐกิจ จะพาไปทำความรู้จักกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะฯ ว่าทำไมประชาชนในพื้นที่ต้องการให้หยุด และออกมาประท้วง
7 พ.ค. 62 ครม.อนุมัติให้มีการขยายโครงการฯ ไปสู่เมืองที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้อำนาจของรัฐบาล คสช. อนุมัติโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยมอบอำนาจให้ ศอ.บต. เป็นผู้ดำเนินการเมื่อปี 2559
โครงการนี้ใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของ ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน และ ต.สะกอม อ.จะนะ จำนวน 16,753 ไร่ ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ เพื่อรองรับอุตสาหกรรม 6 ประเภท คือ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมเบา 4,253 ไร่ พื้นที่อุตสาหกรรมหนัก 4,000 ไร่ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า 4,000 ไร่ จำนวน 4 โรง กำลังผลิตรวม 3,700 เมกะวัตต์ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรือ 2,000 ไร่ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า 2,000 ไร่ และพื้นที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย 500 ไร่ พร้อมการนำของกิจการเอกชน 2 บริษัท ได้แก่ TPIPP และ IRPC และได้อนุมัติงบลงทุน 18,680 ล้านบาท โดยที่ไม่ได้พูดคุยกับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก่อน
ประเด็นคือ พื้นที่ที่ไว้ใช้สำหรับทำเกษตรกรรมจะเป็นสีเขียวเท่านั้น หากจะเปลี่ยนให้ใช้สำหรับการลงทุน ต้องเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สีม่วงเสียก่อน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ศอ.บต. ใช้อำนาจไม่ถูกต้องและหากเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สีม่วงก็จะต้องทำเปิดรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ก่อน
ล่าสุด นพ.สุภัทร ระบุว่า ความยุ่งเหยิงของโควิดยังไม่หายฝุ่นตลบ ผังเมืองสีม่วงที่จะเปลี่ยนจะนะเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาด 2 หมื่นไร่ใน 3 ตำบลคือ นาทับ ตลิ่งชัน สะกอม ก็เรื่มเดินหน้าอีกครั้งอย่างรีบเร่ง เปลี่ยนสีผังมืองเพื่อให้สร้างนิคมอุตสาหกรรมเอกชนของ TPIPP ที่ผลักดันขันแข็งโดย ศอ.บต. ใต้เงาของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยมี รมช.นิพนธ์ บุญญามณี เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดการรวบรวมที่ดิน จึงเดาได้เลยว่า ที่ต้องรีบเร่ง รอไม่ได้อีกแล้ว ก็เพราะรัฐบาลกำลังจะหมดอายุ อำนาจรัฐที่ใช้กดใช้บีบในพื้นที่ก็จะลดลงไป เหลือแต่อำนาจเงินที่ไร้ความชอบธรรม
นพ.สุภัทร ระบุว่า นิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตแห่งอำเภอจะนะ มีองค์ประกอบของนิคมคร่าวๆคือ
- ส่วนของนิคมอุตสาหกรรม เบื้องต้นมีขนาดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 7,000 ไร่ โดยมีทั้งส่วนอุตสาหกรรมหนักก้าวหน้า เช่นต่อตู้รถไฟ อุตสาหกรรมเบา และ biotech
- ส่วนของโรงไฟฟ้า เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว ขนาด 2,900 ไร่ (ใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าจะนะในปัจจุบันราว 2 เท่า) เพื่อเลี้ยงนิคมและขายไฟให้ กฟผ. (โดยที่ กฟผ.ไม่ได้อยากซื้อ)
- ส่วนของท่าเรือน้ำลึกและพื้นที่หลังท่า โดยมีท่าเรือ 2 ท่า รองรับเรือที่กินน้ำลึก 16 เมตร ในขณะที่ทะเลจะนะตื้นมาก พร้อมพื้นที่กองคอนเทนเนอร์หลังท่า (พื้นที่กี่ไร่ ไม่ปรากฏข้อมูล)
- ส่วนของท่าเรือขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ น้ำมันปิโตรเลียม และคลังเก็บ โดยมีท่าเรือ 1 ท่า รองรับเรือที่กินน้ำลึก 16 เมตร พร้อมคลังถังเก็บก๊าซและน้ำมัน (พื้นที่กี่ไร่ ไม่ปรากฏข้อมูล)
- ส่วนของโซลาร์ฟาร์ม มีภาพของ solar farm ในแผนผังน่าจะมากกว่า 2,500 ไร่ แต่ไม่ปรากฏข้อมูลรายละเอียดใดๆ
- ระบบรางและถนน จะมีการทำรถไฟรางคู่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟควนมีดกับท่าเรือ และมีถนนเข้านิคมฯเพื่อการขนถ่ายสินค้า
29 มิถุนายน 2563 ไครียะห์ ระหมันยะ หรือ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ เดินทางมายัง กทม. เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบการทำงานของ ศอ.บต. หลังพบความผิดปกติหลายอย่างในฐานะผู้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
18 สิงหาคม 2563 ครม.มีมติให้กรมโยธาธิการและผังเมืองและจังหวัดสงขลา ปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินในส่วนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับแผนเร่งด่วนการลงทุนของภาคเอกชน ด้วยการเปลี่ยนผังเมืองในพื้นที่ตรงนั้นจากสีเขียวเป็นสีม่วง พร้อมอ้างผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จากเวทีที่ ศอ.บต. จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริง เวทีรับฟังความคิดเห็นกลับมีปัญหา มีความเห็นที่คัดค้านว่าเป็นเวทีที่ไม่ชอบธรรมและไม่เป็นไปตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามระเบียบสำนักนายกฯ พ.ศ. 2548
เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นจึงได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกโครงการเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 10 – 15 ธันวาคม 2563 ซึ่งได้มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ไว้กับรัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move ซึ่งได้ยอมรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ ที่ให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต.
โดยตั้งคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตามการแก้ไขปัญหากรณีโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ร่วมด้วย
พร้อมกับให้ยุติการดำเนินการใดๆในโครงการนี้เอาไว้ก่อน โดยเฉพาะการเปลี่ยนสีผังเมืองในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 16,700 ไร่ รวมทั้งการยุติการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA,EHIA) ทั้ง 4 โครงการ ของบริษัท TPIPP. และ IRPC.
และรัฐบาลต้องจัดให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA) โดยมีหลักการประเมินโดยต้องตั้งคณะทำงานซึ่งมีสัดส่วนการของภาคประชาชน และนักวิชาการที่ภาคประชาชนเสนอในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อวางกรอบการศึกษาการเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ร่วมกัน โดยกระบวนการทำงานให้ดำเนินการประเมินศักยภาพทรัพยากร และพัฒนาต่อยอดจากทรัพยากรของท้องถิ่น และในการศึกษานี้ต้องไม่มี ศอ.บต. เป็นผู้มีส่วนในการดำเนินการจัดทำ
แต่เวลาผ่านไป 1 ปี รัฐบาลไม่มีการดำเนินการใดๆเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และยังเดินหน้าจัดทำกระบวนการแก้ไขผังเมืองในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนสีผังเมืองจากพื้นที่สีเขียว หรือที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ให้กลายเป็นพื้นที่สีม่วงซึ่งเป็นสำหรับประกอบอุตสาหกรรม สำหรับนิคมอุตสาหกรรมกว่า 16,700 ไร่ และมีการเดินหน้าจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA,EHIA) ทั้ง 4 โครงการ ของบริษัท TPIPP ซึ่งผิดเงื่อนไขข้อตกลงที่ได้มีการลงนามกันไว้
เมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค.64 เวลาประมาณ 21.20 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ตำรวจติดอุปกรณ์ปราบม็อบนับร้อยนาย และรถผู้ต้องขัง 2 คัน เข้าสลายการชุมนุมของชาวบ้านจะนะหรือเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นกว่า 50 ชีวิต หลังเดินทางจากจังหวัดสงขลามายังกรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นวาน เพื่อเข้าชุมนุมอย่างสันติเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่รัฐเคยให้ไว้กับชาวจะนะในการตรวจสอบนิคมอุตสาหกรรมจะนะ นำโดย นางสาว ไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวทะเลจะนะ






