
ยอดขายร้านขายยาปี 67 ทะยาน 4.3 หมื่นล้าน โต 4% รับสังคมสูงผู้สุงอายุ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ ร้านขายยาเติบโตต่อเนื่อง ยอดขายปี 2567 คาดว่าจะถึง 43,000 ล้านบาท ชี้ ปัจจัยหลักเพราะความเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการในการดูแลสุขภาพมากขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์แนวโน้มของการใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนไทยในปี 2567 พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องที่ 6.0% โดยส่วนใหญ่เนื่องจากการเป็นสังคมที่มีส่วนแบ่งของคนสูงอายุที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การวิเคราะห์ยังพบว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและปัญหามลพิษเช่น อากาศร้อนจัด และฝุ่น PM 2.5 ได้ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการดูแลและป้องกันสุขภาพมากขึ้น
อีกทั้งยังมีความต้องการในการดูแลรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งในปี 2572 ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุขั้นสุดยอด จึงอาจมีความต้องการดูแลและรักษาเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้
ในทางธุรกิจสุขภาพ มูลค่าการใช้จ่ายด้านนี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งร้านขายยาเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่ายอดขายของร้านขายยาในปี 2567 จะอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท เติบโตที่ 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดยังคงมีแนวโน้มรุนแรง โดยเฉพาะจากร้านเชนสโตร์ที่ขยายสาขาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้ร้านขายยารายย่อยบางส่วนต้องเสี่ยงที่จะต้องแข่งขันกับผู้ใหญ่ในอุตสาหกรรมเชนสโตร์
ดังนั้น ในปี 2567 การเจริญเติบโตของร้านขายยาจะต้องพึ่งพาการจัดการและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สามารถทนทานต่อการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ และเพื่อรักษาตำแหน่งของตนในตลาดให้เหนือกว่า
ปัจจัยหนุนตลาดร้านขายยา:
- สังคมผู้สูงอายุขยายตัว เพิ่มความต้องการยาและเวชภัณฑ์
- สภาพอากาศแปรปรวนและมลพิษ กระตุ้นการซื้อสินค้าดูแลสุขภาพ
- ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ ป้องกันโรคมากขึ้น
จำนวนร้านขายยา:
- ปี 2566 มี 21,648 ร้าน
- กระจุกตัวในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว (62%)
- ร้านเชนสโตร์เพิ่มสัดส่วนขึ้น
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น:
- ร้านเชนสโตร์รุกขยายสาขา แย่งชิงลูกค้าจากรายย่อย
- แข่งขันแย่งชิงเภสัชกร
- ร้านยารายย่อยต้องปรับตัว พัฒนาธุรกิจ
แนวโน้มปี 2567:
- ยอดขาย 43,000 ล้านบาท
- ร้านเชนสโตร์มีสัดส่วน 30%
- ร้านยารายย่อยต้องหาจุดแข็ง เพิ่มขีดความสามารถ
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย


