
ส่องอันตรายน้ำอัดลมVSน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล ข้อควรระวัง เช็คที่นี่
ส่องอันตรายน้ำอัดลมVSน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล ข้อควรระวัง เช็คที่นี่มีคำตอบ ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลจากกรมอนามัยไว้ให้แล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่แนะนำคนทั่วไปใช้สารให้ความหวานควบคุมน้ำหนัก
สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล (Sweetener) เป็นทางเลือกของผู้ที่ติดการบริโภครสหวาน คือวัตถุเจือปนอาหารชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เพิ่มรสหวานให้กับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อแทนน้ำตาล โดยมีทั้งแบบให้พลังงานและไม่ให้พลังงาน โดยสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้สามารถใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงระดับค่าน้ำตาลในเลือดและน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" จะาพไปตรวจสอบเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างน้ำอัดลมvsน้ำอัดลมแบบปราศจากน้ำตาลว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
น้ำอัดลม
น้ำอัดลม หวาน = น้ำตาล 9-12 ช้อนชา
ส่วนผสมหลัก ได้แก่
- สีธรรมชาติ
- สารให้ก๊าซคาร์บอน
- สารควบคุมความเป็นกรด
- น้ำตาล
- วัตถุกันเสีย
น้ำอัดลม (ปราศจากน้ำตาล)
หวาน = สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
ส่วนผสมหลัก ได้แก่
- สีธรรมชาติ
- สารให้ก๊าซคาร์บอน
- สารควบคุมความเป็นกรด
- สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
- (ซูคราโลสและแอซีซัลเฟมโพแทสเซียม)
ข้อควรระวังของน้ำอัดลม
- กินเป็นประจำติดน้ำตาล
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
- น้ำหนักเกิน โรคอ้วน
- ตับอ่อนผลิตอินซูลินลดลง เสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
- ภูมิคุ้มกันตก
- แก่ก่อนวัย
ข้อควรระวังของน้ำอัดลม (ปราศจากน้ำตาล)
- กินเป็นประจำติดรสหวาน
- กระตุ้นให้หิวบ่อยขึ้น
- บริโภคมากไปอาจส่งผลกับสุขภาพ
- กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ปี หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ที่เป็นไมเกรน ผู้ป่วยโรคลมซักควรหลีกเลี่ยง
อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่แนะนำให้คนทั่วไปใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเพื่อควบคุมน้ำหนัก หรือลดความเสี่ยงการเกิด โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็งที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ข้อมูล : กรมอนามัย






