thansettakij
thansettakij
อบจ. 12 จังหวัด พร้อมรับโอน รพ.สต. 1 มิถุนายนนี้

อบจ. 12 จังหวัด พร้อมรับโอน รพ.สต. 1 มิถุนายนนี้

12 พ.ค. 66 | 06:55 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 66 | 06:58 น.

รองปลัดสาธารณสุข เผยผลสำรวจ อบจ. พร้อมบริหาร รพ.สต. ถ่ายโอนภารกิจทันที 12 จังหวัดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เตรียมสอบถาม สตง. กรณีจัดสิ่งสนับสนุน ยา อุปกรณ์การแพทย์ให้ ป้องกันการทำผิดระเบียบราชการ

12 พฤษภาคม 2566 นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจความพร้อม อบจ. ในการบริหารจัดการ สอน./รพ.สต.ถ่ายโอน พบตอบรับ 33 จังหวัดจาก 49 จังหวัด ในจำนวนนี้พร้อมบริหารทันที 12 จังหวัด เตรียมส่งมอบภารกิจทั้งหมดวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ที่เหลือพร้อมบริหารในปีนี้ 16 จังหวัด และยังไม่พร้อม 5 จังหวัด มอบ สสจ.ช่วยดูแลไม่ให้กระทบการบริการ

ส่วนจังหวัดที่ยังไม่ตอบจะติดตามสอบถามอีกครั้ง หากไม่ตอบรับจะถือว่า มีความพร้อมทั้งหมดเตรียมส่งหนังสือถึง สตง. สอบถามความชัดเจนกรณีจัดหายา วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ สนับสนุนหน่วยงานที่ถ่ายโอนแล้ว ป้องกันการทำผิดระเบียบราชการ

นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นพ.พงศ์เกษม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษานวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2565 จนครบ 3,263 แห่ง ใน 49 จังหวัด

หลังการถ่ายโอนได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ติดตามการจัดบริการของ สอน./รพ.สต. พบว่า ยังดำเนินภารกิจด้านการบริการได้ไม่เต็มที่ จึงให้ สสจ.ช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบในการจัดบริการประชาชนต่อไปอีก 6 เดือน จนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ก่อนจะมอบให้ อบจ.บริหารจัดการเบ็ดเสร็จทั้งหมด พร้อมทั้งให้ สสจ.สำรวจความพร้อมของ อบจ. ในการรับบริหารจัดการภารกิจ โดยยังเฝ้าระวังผลกระทบกับประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อรวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ ได้รวบรวมผลการสำรวจและยืนยันการเตรียมพร้อมบริหารจัดการ สอน./รพ.สต. ของ อบจ. ทั้ง 49 จังหวัด ซึ่งมีการตอบแบบสำรวจมา 33 จังหวัด พบว่า มีความพร้อมทันทีหลังการถ่ายโอน วันที่ 2 ตุลาคม 2565 จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่

  • เพชรบูรณ์
  • กำแพงเพชร
  • พิจิตร
  • อุทัยธานี
  • สมุทรสาคร
  • ประจวบคีรีขันธ์
  • ศรีสะเกษ
  • อุบลราชธานี 

มีความพร้อมในวันที่ 1 เมษายน 2566 (หลังการถ่ายโอน 6 เดือน) จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่

  • นครสวรรค์
  • ปราจีนบุรี
  • ชัยภูมิ
  • ยโสธร

รวมมีความพร้อมทั้งหมด 12 จังหวัด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะมอบให้ อบจ. บริหารจัดการภารกิจทั้งหมด ในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 โดยยังคงให้ สสจ.ติดตามเฝ้าระวังผลกระทบต่อประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือหากเกิดปัญหาทันที 

ส่วนที่เหลือ เป็น อบจ.ที่จะเตรียมความพร้อมแล้วเสร็จภายในปี 2566 จำนวน 16 จังหวัด ได้แก่

เดือนมิถุนายน

  • สิงห์บุรี

เดือนกันยายน

  • แพร่
  • นนทบุรี
  • กาญจนบุรี
  • กาฬสินธุ์
  • หนองบัวลำภู
  • ชุมพร
  • นครปฐม
  • น่าน
  • ราชบุรี
  • มุกดาหาร

เดือนตุลาคม

  • ตาก
  • ระยอง
  • นครราชสีมา
  • สงขลา

เดือนธันวาคม

  • มหาสารคาม

และ อบจ.ที่ยังไม่มีความพร้อม 5 จังหวัด ได้แก่

  • ลำพูน
  • สุโขทัย
  • ปทุมธานี
  • นครพนม
  • พัทลุง

ซึ่งจะมอบให้ สสจ.ช่วยประคับประคองการให้บริการต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน พร้อมกับให้วางแนวทางดำเนินการเพื่อให้มีความพร้อมในการจัดบริการ

ขณะเดียวกันจะมีการสอบถามสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรณีที่มีการส่งมอบภารกิจไปแล้ว หากกระทรวงสาธารณสุข โดย สสจ. หรือโรงพยาบาลในพื้นที่ ยังคงจัดหายา วัสดุทางการแพทย์ รวมถึงอุปกรณ์และทรัพยากรต่างๆ สนับสนุนให้กับหน่วยงานที่ถ่ายโอนแล้ว จะเป็นการผิดระเบียบราชการหรือไม่ และต้องดำเนินการแก้ไขอย่างไร

โดยสรุปภาพรวมจาก 33 อบจ. พบว่า ส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อม และต้องการระยะเวลาในการเตรียมการรับการถ่ายโอนภารกิจ รวมทั้งต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลด้านวิชาการและการควบคุมกำกับ

สำหรับ 16 อบจ. ที่ยังไม่ตอบแบบสำรวจความพร้อม สสจ.ในพื้นที่จะติดตามสอบถามอีกครั้ง หากยังไม่มีการตอบรับจะถือว่ายืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการภารกิจทั้งหมด

ทั้งนี้ จะมีการรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมาธิการวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับการสอบถามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่องด้วย นพ.พงศ์เกษมกล่าว