
ไข้หวัดแดดในเด็กคืออะไร อาการเป็นยังไง ป้องกันแบบไหน เช็คที่นี่
ไข้หวัดแดดในเด็กคืออะไร อาการเป็นยังไง ป้องกันแบบไหน เช็คที่นี่มีคำตอบ กรมการแพทย์แนะหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด หรืออยู่ในสถานที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่หยุดยาว
ไข้หวัดแดดในเด็กคืออะไร มีอาการอย่างไร จะป้องกันแบบไหน กำลังเป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น
หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อน และมีอุณหภูมิปรับเพิ่มสูงขึ้น
จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า กรมการแพทย์ได้มีการนำเสนอขอ้มูลเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า
"โรคไข้หวัดแดด" มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ในช่วงหน้าร้อน ซึ่งอุณหภูมิภายนอกสูง
อาการของโรคไข้หวัดแดด
โรคไข้หวัดแดดกกระตุ้นจากอากาศที่ร้อน ร่วมกับการรับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น จึงทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้
- อาจมีอาการไข้สูงอ่อนเพลีย
- ปวดศีรษะ
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- เบื่ออาหาร
- ครั่นเนื้อครั่นตัว
- บางรายอาจมีตาแดง
วิธีดูแลป้องกัน
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เด็กๆ ต้องนอนอย่างน้อยวันละ 8-10 ชั่วโมง
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดต่อวันให้เพียงพอเพื่อลดการสูญเสียน้ำจากเหงื่อที่เสียไปในฤดูร้อน
- หมั่นล้างมือบ่อยๆ หรือพกเจลล้างมือติดตัวเพื่อสะดวกในการล้างมือ
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
- พยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปใกล้ชิดปะปนกับคนที่เป็นหวัด ไอ น้ำมูก เพื่อลดโอกาสการรับเชื้อ
- คุณพ่อคุณแม่หมั่นทำความสะอาดบ้าน ของเล่นที่ลูกใช้อยู่เป็นประจำเพื่อลดการสะสมเชื้อโรค
- ไม่เข้าไปในสถานที่ที่มีคนอยู่แออัด ระบบการถ่ายเทอากาศไม่ดีเช่น ตลาดนัด โรงภาพยนตร์
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้แก่เด็ก โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือนเป็นต้นไปและฉีดกระตุ้นซ้ำทุกปี
ดังนั้นเด็กๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด หรืออยู่ในสถานที่อากาศร้อนจัด
นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและอากาศร้อนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นช่วงที่เด็ก ๆ ปิดเทอม โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน
ส่วนใหญ่ต่างพากันเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่พ้นจากการเจอแสงแดด อากาศร้อน และการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดโรคได้มากมาย
ซึ่งเด็กมีภูมิต้านทานไม่มากนักจึงมักเจ็บป่วยได้ง่าย ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจสุขภาพของบุตรหลาน หมั่นสังเกตอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น และหากพบความผิดปกติควรไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง






