
สธ.คลอด 5 มาตรการป้องกัน-ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มเด็กและเยาวชน
สธ.คลอด 5 มาตรการป้องกัน-ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มเด็กและเยาวชน หลังประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 78,7 42 คน ระบุ 30% เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปี
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.)มีมติเห็นชอบ 5 มาตรการ เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ได้รับพิษภัยจากผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ จากปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วย
- การพัฒนาและจัดการองค์ความรู้
- การสร้างความตระหนัก/รับรู้โทษ พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าแก่เด็ก เยาวชน รวมถึงสาธารณชน
- การเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า
- การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกัน ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า
- การยืนยันนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม ร่วมกันดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ 4 ด้าน ได้แก่
- ด้านติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบการดำเนินงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- ด้านบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้เสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบ ได้ผลักดันยาเลิกบุหรี่เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ส่วนการบำบัดรักษาและการติดตามผลการบำบัด ผู้มีภาวะติดนิโคติน ได้ทำแนวทางให้กับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่นำไปดำเนินการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบชุมชนเป็นฐานในการคัดกรองและการส่งต่อ
- ด้านกฎหมาย
- ด้านการเร่งรัดติดตามการดำเนินงานคดีการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560
โดยล่าสุด มีคดีที่อยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน 72 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ 35 คดี เปรียบเทียบ/คดีสิ้นสุด 37 คดี
ส่วนการเฝ้าระวังในช่องทางออนไลน์ โดยกรมควบคุมโรค พบ 212 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวน 118 ราย และปิดการใช้งานแล้ว 94 ราย สำหรับการดำเนินคดีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า (ข้อมูลระหว่างเดือนกันยายน 2565 – กุมภาพันธ์ 2566) เป็นคดีที่มีการร้องทุกข์ กล่าวโทษ/ตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 435 คดี ซึ่งทำการจับกุมแล้ว เหลือเพียง 1 คดีที่อยู่ระหว่างการสืบสวน
อย่างไรก็ดี ข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่า ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 78,7 42 คน ในจำนวนนี้ 30% เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 15-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่กำลังเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ






