
PM2.5 ระดับ 33.3-57.3ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเสี่ยงตายเพิ่ม4.14%
PM2.5 ระดับ 33.3-57.3ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเสี่ยงตายเพิ่ม4.14% หมอธีระวัฒน์เผยรายงานในวารสารของสมาคมโรคหัวใจ ระบุประเทศไทยล่าสุดเสี่ยงเกือบทุกพื้นที่
PM2.5 กำลังเป็นปัญหาสำคัญต่อการดำเนินชีวิต หลังจากหลายพื้นที่ในประเทศไทยมีปริมาณที่เกินค้่ามาตรฐาน
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญก็คือปริมาณ PM2.5 มากแค่ไหนที่ส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (หมอธีระวัฒน์) ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha)โดยมีข้อความว่า
ทุก ๆ ปริมาณที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของฝุ่นจิ๋ว 2.5 ถึงระดับ 33.3 และและฝุ่นพีเอ็ม 10 จนถึงระดับ 57.3
จะเพิ่มความเสี่ยงของการตาย 4.14% และสำหรับไนโตรเจนไดออกไซด์เพิ่ม
ความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันโดยมีอัตราเพิ่มขึ้นอีก 1.3%
การที่ได้รับฝุ่นพิษจิ๋วเล็ก 2.5 และจิ๋วใหญ่ขึ้นขนาด 10 ไมครอนภายในหนึ่งวัน หรือในวันนั้นเองจะส่งผลกับการตายอย่างมีนัยยะสำคัญ
และยิ่งถ้าปริมาณสูงมากกว่านั้นจะเป็นอย่างไร
รายงานในวารสารของสมาคมโรคหัวใจ (Journal of American College of Cardiology) วันที่ 26 มกราคม 2021 รวมทั้งบทบรรณาธิการ
จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 14 มีนาคม 2566 ณ เวลา 07.00 น. ภาพรวมปริมาณ "PM2.5" ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้
- กรุงเทพฯ
- จ.นนทบุรี
- จ.สมุทรสาคร
- จ.สมุทรปราการ
- จ.เชียงราย
- จ.แม่ฮ่องสอน
- จ.พะเยา
- จ.เชียงใหม่
- จ.น่าน
- จ.ลำพูน
- จ.ลำปาง
- จ.แพร่
- จ.อุตรดิตถ์
- จ.สุโขทัย
- จ.พิษณุโลก
- จ.ตาก
- จ.กำแพงเพชร
- จ.พิจิตร
- จ.นครสวรรค์
- จ.อุทัยธานี
- จ.สิงห์บุรี
- จ.สระบุรี
- จ.อ่างทอง
- จ.สุพรรณบุรี
- จ.ราชบุรี
- จ.ชลบุรี
- จ.ระยอง
- จ. เลย
คุณภาพอากาศรายภาค
- ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 31 - 76 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 19 - 58 มคก./ลบ.ม.
- ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 5 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 37 - 58 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 36 - 64 มคก./ลบ.ม.
- ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 18 - 29 มคก./ลบ.ม.












