
รู้จัก"มะเร็งปอด"โรคร้ายที่คร่าชีวิต"ครูมืด"บรมครูโขน สัญญานเตือน-อาการ
"มะเร็งปอด" โรคร้ายคร่าชีวิต"ครูมืด" ประสาท ทองอร่าม บรมครูโขนไทย สัญญาณเตือน มีปัจจัยเสี่ยง อาการบ่งชี้ ตลอดจนแนวทางการรักษาอย่างไรบ้าง เช็กได้ที่นี่
ข่าวเศร้าวงการนาฏยสังคีตและศิลปะไทย สูญเสียบุคลากร ที่ทรงคุณค่าระดับบรมครู เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อนายประสาท ทองอร่าม หรือ ครูมืด ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด หลังป่วยเป็นมะเร็งมาตั้งแต่ปี 2564 และรักษาจนดีขึ้นแต่อาการมากำเริบเมื่อ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาและเข้ารักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ กระทั่งสิ้นลมอย่างสงบ
โดยญาติกำลังดำเนินการ ขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดยจะจัดพิธีทางศาสนาที่ วัดบางรักใหญ่ จ.นนทบุรี และจะมีพิธีรดน้ำศพ ในวันจันทร์ที่ 7 พ.ย. นี้ เวลา 14.00 น.
อ่านเพิ่ม
: อาลัย "ครูมืด" ประสาท ทองอร่าม ครูโขน เสียชีวิตแล้ว
: เปิดประวัติ ผลงาน "ครูมืด" ประสาท ทองอร่าม
โรคมะเร็งปอด ได้คร่าชีวิตศิลปินดารานักแสดงตลก ที่เป็นข่าวในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น
- “หม่อมน้อย” หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล
- น้าเฉื่อย ระเบิดเถิดเทิง
- วิทยา ศุภพรโอภาส
- เอก-สรพงษ์ ชาตรี
- และ ต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา
"มะเร็งปอด" น่ากลัวแค่ไหน เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้
"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมข้อมูลข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคร้ายนี้ ว่ามีอาการบ่งชี้ สัญญาณเตือนแบบไหนบ้าง การรักษามีกี่วิธี ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคนี้ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยง ป้องกัน ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายนี้
มะเร็งปอดพบมากที่สุดในโลก
มะเร็งปอด ถือเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ยังคงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของคนไทย (ในผู้ชายรองจากมะเร็งตับและเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง) แต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 17,222 ราย เป็นเพศชาย 10,766 ราย และเพศหญิง 6,456 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 14,586 ราย หรือคิดเป็น 40 รายต่อวัน
ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของโรคมะเร็งปอด
- การสูบบุหรี่รวมถึงยามวนต่างๆ เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของโรคมะเร็งปอด ผู้สูบบุหรี่อาจมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบถึง 10 เท่า รวมถึงผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่เองโดยตรง แต่สูดดมจากบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบก็มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป เพราะในควันบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากกว่า 60 ชนิด
-
ได้รับแร่ใยหิน (แอสเบสตอส) เป็นแร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่นการก่อสร้าง โครงสร้างอาคาร ผ้าเบรค ฉนวนกันความร้อน ผู้เสี่ยงคือผู้ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแอสเบสตอสปนเบื้อนเป็นเวลานาน อาจใช้เวลา 15-35 ปี ในการทำให้เกิดมะเร็งปอด สำหรับผู้ไม่สูบบุหรี่แต่ทำงานกับฝุ่นแอสเบสตอส อาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า
-
สาเหตุอื่นๆ มลภาวะเช่น PM 2.5 สารเบนซิน ฟอร์มาลดีฮายด์ เป็นต้น
มะเร็งปอดมีสัญญาณเตือน
- อาการไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด
- หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ มีเสียงหวีด
- เจ็บหน้าอก
- ปอดติดเชื้อบ่อย
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
การรักษา
- การรักษามีทั้งการผ่าตัด การใช้ยา การฉายแสง หรือรักษาร่วมกันหลายวิธี เนื่องจากมะเร็งปอดการตรวจคัดกรองให้พบโรคในระยะแรกทำได้ยาก และ มีอัตราตายสูง
- ดังนั้นการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น งดสูบบุหรี่ ป้องกันตัวจากการสัมผัสแร่ใยหิน หรือ มลภาวะ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ รีบมาพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญ
อ้างอิงข้อมูล : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ,กรมการแพทย์







