
ผวา! อีโบลาระบาด เสียชีวิตสูงมากถึง 50% อาการเป็นยังไง ติดต่อทางไหน อ่านเลย
ผวา อีโบลาระบาด เสียชีวิตสูงมากถึง 50% อาการเป็นยังไง ติดต่อทางไหน อ่านเลยที่นี่มีคำตอบ หมอเฉลิมชัยรวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว
โรคอีโบลากำลังกลับมาระบาดอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ประเทศยูกันดา และที่สำคัญมีอัตราการเสียชีวิตที่ค่อนข้างสูง
น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า
น่าเป็นห่วง อีโบลาระบาดอีกครั้งที่ยูกันดา เสียชีวิตมากถึง 50%
กระทรวงสาธารณสุขยูกันด้าและองค์การอนามัยโลก ได้แจ้งข่าวการระบาดของโรคไวรัสอีโบล่าเมื่อวานนี้ (24 ตุลาคม 2565)
พบว่าในหลายเมืองของประเทศยูกันด้า มีผู้ติดเชื้อแล้ว 90 ราย เสียชีวิตมากถึง 44 ราย คือเกือบ 50%
และแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีความรู้ ก็ยังติดเชื้อไปถึง 11 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตไป 5 ราย ราวครึ่งหนึ่งเช่นกัน
การระบาดของอีโบลาระลอกใหม่ครั้งนี้ เป็นสายพันธุ์ซูดาน ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูง 53% แต่ก็ยังน้อยกว่าสายพันธุ์ซาอีร์ซึ่งเสียชีวิตสูงถึง 68%
อัตราการเสียชีวิตของอีโบลานั้น มากกว่าอัตราการเสียชีวิตของโควิด-19 อย่างมากทีเดียว
ในประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วย "อีโบลา" แต่อย่างใด แต่กระทรวงสาธารณสุขไทยก็ได้ประกาศให้อีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตราย เช่นเดียวกับที่โควิด-19 เคยเป็นมาก่อน และในปัจจุบันนี้ รายชื่อโรคอีโบลาก็ยังอยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตราย
เราจึงควรมาทำความเข้าใจ และหาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคไวรัสอีโบลาดังนี้
- ชื่อโรค : โรคไวรัสอีโบลา หรือโรคไข้เลือดออกอีโบลา
- เชื้อโรค : เป็นไวรัสในสกุล Ebolavirus วงษ์ Filoviridae มีสี่ชนิดได้แก่ BOBV EBOV SUDV TAFV
- ระยะฟักตัว : 2-21 วัน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 8-10 วัน
- อาการและอาการแสดง : ส่วนใหญ่จะเริ่มอาการแบบเฉียบพลัน โดยมีไข้สูง ปวดหัว ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ อาจมีอาการปวดท้อง อาเจียน และถ่ายเหลว สามารถเจ็บคอ กลืนลำบาก และหายใจลำบาก นอกจากนั้นจะมีการพยากรณ์โรคที่แย่ลงอย่างมาก ถ้ามีเลือดออกร่วมด้วย โดยเลือดออกนั้นสามารถออกที่ใต้ผิวหนัง เป็นจุดแดง หรือเป็นปื้นสีม่วงดำ เลือดออกที่ตาขาว ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด และสามารถมีเลือดออกจากทางช่องคลอดได้ ส่วนการเสียชีวิตนั้น ไม่ใช่เกิดจากเลือดออกจนช็อค หากแต่เป็นระบบการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เกิดลิ่มเลือดที่มีปัญหา ทำให้หลายอวัยวะเกิดการล้มเหลว
- การติดต่อ : เริ่มต้นติดต่อจากสัตว์มาสู่คน เท่าที่พอสืบทราบคือมาจากค้างคาว หลังจากที่มีการติดต่อคนสู่คนได้แล้ว ก็พบว่าเกิดจากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง ที่สำคัญคือแม้เสียชีวิตแล้ว ไวรัสก็ยังอยู่ในศพอีกนานพอสมควร การติดต่อสู่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ก็เกิดจากเข็มและกระบอกฉีดยา
- การรักษา : ยังคงใช้การรักษาประคับประคองตามอาการ
- วัคซีน : ยังไม่มีวัคซีนในปัจจุบัน
กล่าวโดยสรุป
ไวรัสอีโบลา เป็นไวรัสที่มีความร้ายแรงมาก เมื่อเจ็บป่วยแล้วมีอัตราการเสียชีวิตราว 50%
ขณะนี้มีการระบาดเพิ่มเติมซ้ำที่ประเทศยูกันดา
ส่วนในประเทศไทย ยังไม่พบผู้ป่วย แต่ได้มีมาตรการผ่านกรมควบคุมโรค ที่จะตรวจเช็คนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางมาจากประเทศยูกันดาแล้ว












