thansettakij
thansettakij
ยก รพ.สต.ด้ามพร้า ต้นแบบปฐมภูมิดีเด่น ลุยถอดบทเรียนขยายผลบัตรทองปี 70

สปสช. ยก รพ.สต.ด้ามพร้า ต้นแบบปฐมภูมิดีเด่น ลุยถอดบทเรียนขยายผลบัตรทองปี 70

30 ส.ค. 69 | 09:50 น.

สปสช. ชู รพ.สต.ด้ามพร้า หน่วยบริการปฐมภูมิดีเด่นระดับประเทศ ชูนวัตกรรม "คลินิกพาเซา" ปรับพฤติกรรมสุขภาพช่วยผู้ป่วยเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงควบคุมโรคได้ดีขึ้น พร้อมถอดบทเรียนเตรียมขยายผลสู่การพัฒนาบริการปฐมภูมิในระบบบัตรทองปี 2570

KEY

POINTS

  • สปสช. ยกย่อง รพ.สต.ด้ามพร้า จ.อุบลราชธานี เป็นต้นแบบหน่วยบริการปฐมภูมิดีเด่น จากผลงานเชิงรุกที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน
  • ผลงานสำคัญคือ "คลินิกพาเซาเบาหวาน–ความดัน" ที่ใช้แนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิตช่วยผู้ป่วยปรับพฤติกรรมจนควบคุมโรคได้ดีขึ้น และโมเดลดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ
  • สปสช. เตรียมถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อนำไปพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิในสิทธิบัตรทองให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570

30 สิงหาคม 2569 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วยนางมลุลี แสนใจ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 10 อุบลราชธานี และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด้ามพร้า (รพ.สต.ด้ามพร้า) อ.เมืองอุบลราชธานี โดยมี พญ.ศิริลักษณ์ นิยกิจ รอง ผอ.ด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ นายชัชชาย เพชรพิมพ์ นักวิชาการสาธารสุขชำนาญการพิเศษ ผอ.รพ.สต.ด้ามพร้า และคณะให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ รพ.สต.ด้ามพร้า รับผิดชอบดูแลประชาชนในพื้นที่ 9 หมู่บ้าน 4 ชุมชน รวมกว่า 16,882 คน โดยพัฒนาระบบบริการภายใต้แนวคิด "บริการเกินคาด เพราะคุณไม่ใช่แค่ญาติ แต่คือคนในครอบครัว" เน้นการทำงานเชิงรุก การเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มวัย และการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้านและดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

นายชัชชาย กล่าวว่า จากแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้าย รพ.สต.ด้ามพร้าจึงนำข้อมูลสุขภาพของชุมชนมาใช้วิเคราะห์ปัญหา วิจัย และออกแบบบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

ผลงานสำคัญ คือ "D-LIFE Model" และ "Dampra NCD Remission Clinic" หรือ "คลินิกพาเซาเบาหวาน–ความดัน" ซึ่งประยุกต์แนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นระบบ คำว่า "พาเซา" ในภาษาอีสานหมายถึงพาให้หยุดหรือทุเลา โดยคลินิกไม่ได้มุ่งเพิ่มยาเพียงอย่างเดียว แต่ช่วยให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมโรคและใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ

ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น โดยค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสม หรือ HbA1c ลดลงจากร้อยละ 7.8 เหลือร้อยละ 6.2 ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

สปสช. ยก รพ.สต.ด้ามพร้า ต้นแบบปฐมภูมิดีเด่น ลุยถอดบทเรียนขยายผลบัตรทองปี 70

รพ.สต.ด้ามพร้ายังพัฒนา "DAMPRA Model" เพื่อดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้ายแบบบูรณาการ เชื่อมการทำงานระหว่าง รพ.สต. ครอบครัว อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุมชน และโรงพยาบาลแม่ข่าย ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องทั้งด้านสุขภาพ สังคม และคุณภาพชีวิต

ขณะเดียวกัน โครงการ Health Rider และ Health Literate Family ได้พัฒนา อสม.แกนนำ 295 คน ให้ถ่ายทอดความรู้และติดตามสุขภาพประชาชนกว่า 1,551 ครัวเรือน ช่วยเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทำให้ประชาชนดูแลตนเองได้ดีขึ้น และมีส่วนร่วมจัดการปัญหาสุขภาพในชุมชน

นายชัชชาย เพชรพิมพ์ นักวิชาการสาธารสุขชำนาญการพิเศษ ผอ.รพ.สต.ด้ามพร้า

นายชัชชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า รพ.สต.ด้ามพร้ามุ่งให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม สะดวก และเกิดความไว้วางใจ ตั้งแต่การปรับสภาพแวดล้อมให้รู้สึกอบอุ่น การจัดบริการทันตกรรมนอกเวลาราชการเพื่อลดการรอคอย ไปจนถึงการพัฒนาผู้ดูแลหรือ Care Giver ที่มีทักษะด้านอื่น เช่น การตัดผมและเสริมสวย เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขให้ผู้ป่วย

พญ.ศิริลักษณ์กล่าวว่า โรงพยาบาล 50 พรรษาฯ ในฐานะโรงพยาบาลแม่ข่าย สนับสนุนงานปฐมภูมิใน 3 ด้าน ได้แก่ "คน" โดยจัดทีมสหสาขาวิชาชีพร่วมให้บริการกับ รพ.สต. "เงิน" โดยสนับสนุนงบบริการผู้ป่วยนอก งานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมถึงงบตามผลงาน และ "ระบบ" ทั้งระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อ ระบบสารสนเทศ และการพัฒนางานวิชาการ ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการใกล้บ้านได้อย่างต่อเนื่อง

พญ.ศิริลักษณ์ นิยกิจ รอง ผอ.ด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในพระสังฆราชูปถัมภ์

ด้าน นพ.จเด็จกล่าวว่า รพ.สต.เป็นกลไกสำคัญของระบบบริการปฐมภูมิ และเป็นจุดเชื่อมระหว่างโรงพยาบาล อสม. ชุมชน และประชาชน ในปีงบประมาณ 2570 สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขเตรียมร่วมกันพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ทั้งรูปแบบบริการ กลไกการเงิน และการติดตามประเมินผล

"รพ.สต.ด้ามพร้ามีบทเรียนสำคัญ ทั้งการนำปัญหาสุขภาพของประชาชนมาเป็นโจทย์พัฒนางาน การใช้ข้อมูลและงานวิจัยออกแบบบริการ ตลอดจนการทำงานเชิงรุกโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม หากถอดบทเรียนจาก รพ.สต.ที่มีผลงานเด่นอีก 4–5 แห่ง และพัฒนาเป็นโมเดลขยายผล จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูประบบบริการปฐมภูมิ ซึ่งเป็นทางออกสำคัญของระบบสุขภาพในอนาคต" เลขาธิการ สปสช. กล่าว