
เปิดประชาพิจารณ์ร่างระเบียบ 'อาสาสร้างสุขภาพ' ดึงเยาวชนเสริมทัพสาธารณสุขชุมชน
สาธารณสุข เร่งขับเคลื่อนนโยบายการดูแลสุขภาพเชิงรุก เดินหน้าประชาพิจารณ์ (ร่าง) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยอาสาสร้างสุขภาพ พ.ศ. .... ตั้งเป้าปั้นเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ เข้ามาเป็นแกนนำนำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะวางรากฐานระบบสาธารณสุขไทยจากระดับครอบครัวสู่ระดับประเทศอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุขเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบ "อาสาสร้างสุขภาพ" (อสภ.) เพื่อสร้างกลไกทางกฎหมายรองรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพชุมชน
- มีเป้าหมายหลักเพื่อดึงดูดเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป หรือ "Gen-H" เข้ามาเป็นพลังใหม่เสริมทัพอาสาสมัครสาธารณสุข
- อาสาสร้างสุขภาพจะมีบทบาทเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และสร้างความตระหนักรู้ด้านสาธารณสุขในชุมชน
การเข้าสู่สังคมสูงวัยและรูปแบบโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ซับซ้อนขึ้นระบบสาธารณสุขไทยกำลังต้องการ "พลังใหม่" เข้ามาเสริมทัพการดูแลสุขภาพในระดับฐานราก
ล่าสุด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ขยับขับเคลื่อนนโยบายครั้งสำคัญด้วยการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ "(ร่าง) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยอาสาสร้างสุขภาพ พ.ศ. ...." ในช่วงระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ ระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อสร้างกลไกทางกฎหมายรองรับการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
เปิดนิยามของจิตอาสา Gen-H คือใคร ?
ตามสาระสำคัญในร่างระเบียบฉบับนี้ได้กำหนดยุทธศาสตร์การสร้าง "อาสาสร้างสุขภาพ" หรือใช้อักษรย่อว่า "อสภ." ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Generation Health Volunteer" หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า "Gen-H" ซึ่งร่างระเบียบฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปลุกพลังเด็ก เยาวชน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตลอดจนคนวัยทำงานและผู้สูงอายุให้เข้ามาเป็นแกนนำจิตอาสาสื่อสารสุขภาวะ
ข้อแตกต่างสำคัญของ อสภ. หรือ Gen-H กับ ระบบอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีอยู่เดิม คือ การเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 11 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปโดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สมัครใจ มีจิตสาธารณะและมีความพร้อมสามารถเข้ามาขึ้นทะเบียนเป็น อสภ. ได้อย่างเป็นระบบโดยกรณีของผู้เยาว์นั้น จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ทั้งยังเปิดกว้างให้ "อาสาสร้างสุขภาพ" สามารถรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อจัดตั้งเป็น "องค์กรอาสาสร้างสุขภาพ" ได้ เช่น ชมรม คณะเครือข่าย หรือสมัชชาเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ที่เข้มแข็งขึ้น
บทบาทหน้าที่-ภารกิจการเป็น Change Agent ด้านสุขภาพ
ร่างระเบียบดังกล่าวกำหนดบทบาทหน้าที่ของ อสภ. ไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ใน 6 มิติหลัก ได้แก่ การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง การเป็นต้นแบบ (Role Model) เป็นแกนนำการส่งเสริมสุขภาพเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันโรคและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
รวมถึงการเฝ้าระวังและร่วมแก้ไขปัญหาโดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ และการสื่อสารสังคม โดยเป็นกระบอกเสียงรณรงค์ สร้างความรู้และความตระหนักรู้ด้านสาธารณสุขในช่องทางต่าง ๆ และการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ อดทน เคารพกฎหมาย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สำหรับโครงสร้างการบริหารและมาตรฐานการพัฒนาศักยภาพนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของ Gen-H เป็นไปอย่างมีทิศทางและมีมาตรฐานระดับประเทศ ร่างระเบียบฯ ได้วางโครงสร้างการบริหารจัดการผ่าน "คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสร้างสุขภาพ" ใน 3 ระดับ ได้แก่ คณะกรรมการกลาง มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน, คณะกรรมการระดับจังหวัด มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นประธาน และ คณะกรรมการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โครงสร้างข้างต้นสะท้อนภาพของการผนึกกำลังของหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้ง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร สสส. สปสช. และผู้แทนภาคประชาสังคม
นอกจากนี้ อาสาสร้างสุขภาพ ทุกคนจะได้รับการพัฒนาศักยภาพตามหลักสูตรและมาตรฐานสมรรถนะ ที่คณะกรรมการกลางกำหนด เมื่อผ่านการอบรมจะได้รับ ประกาศนียบัตรรับรอง พร้อมทั้งมีระบบทะเบียนประวัติที่ชัดเจน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับประกาศเกียรติคุณและรางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคม
กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาสร้างสุขภาพ พ.ศ. .... ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเอกสารทางกฎหมายแต่คือการเปิดโอกาสให้ "ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน" ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ที่ต้องการเห็นระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง, กลุ่มเด็กและเยาวชน (อายุไม่เกิน 18 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Gen-H, บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องทำงานร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่ รวมถึงพี่น้อง อสม. และ อสส. ที่จะเป็นพี่เลี้ยงและภาคีเครือข่ายสำคัญและผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชนและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม – 3 ปีกุมภาพันธ์ 2569 เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม
(ร่าง) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาสร้างสุขภาพ พ.ศ. .... นับเป็นวัตถุดิบชิ้นสำคัญที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายให้มีความสมบูรณ์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับการรักษา โรค มาเป็นการเชิงรุกสร้างสุขภาพ โดยให้คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการพาประเทศไทยไปสู่สังคมแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน
อ่านฉบับเต็ม (ร่าง) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยอาสาสร้างสุขภาพ พ.ศ. ....







