
ส่องโมเดล Smart Factory NEO ขับเคลื่อนเทคโนโลยีคู่ Well-Being
NEO นำแนวคิด Workplace Well-Being มาปรับใช้ควบคู่การพัฒนา Smart Factory ผ่านการออกแบบพื้นที่ทำงาน การใช้ระบบอัตโนมัติในสายการผลิต และการพัฒนาบุคลากร
KEY
POINTS
- นีโอ คอร์ปอเรท นำเสนอโมเดล Smart Factory NEO ที่ผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะเข้ากับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน (Workplace Well-Being)
- มีการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการออกแบบโรงงานที่เน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น พื้นที่เปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ
- บริษัทเชื่อว่าความสุขและคุณภาพชีวิตของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของสินค้า
- มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยมีพื้นที่ส่วนกลางอย่าง NEO Care Space สำหรับการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
แนวคิด Workplace Well-Being หรือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในที่ทำงาน กำลังได้รับความสนใจจากหลายองค์กร ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เนื่องจากมีผลการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของคนทำงานมีความเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เป็นหนึ่งในองค์กรที่นำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ โดยเชื่อว่าคุณภาพสินค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหรือเทคโนโลยีการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้ร่วมงานที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการผลิต
นางสาวณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Well-Being เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากเมื่อผู้ร่วมงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี จะส่งผลต่อแรงบันดาลใจในการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพของสินค้าและบริการ
ความสุขของผู้ร่วมงานสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิต
บริษัทมองว่าความสุขของผู้ร่วมงานไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายด้านทรัพยากรบุคคล แต่เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิต โดยแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาปรับใช้ทั้งในสำนักงานใหญ่ NEO Corporate และโรงงาน NEO Factory ผ่านการออกแบบสถานที่ทำงานที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ร่วมงาน
หนึ่งในตัวอย่างคืออาคารโรงงานผลิตสินค้า Personal Care แห่งใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 45,000 ตารางเมตร ภายในอาคารมีพื้นที่เปิดโล่งและ Courtyard หรือลานปลูกต้นไม้กลางอาคารที่เปิดรับแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายและช่วยลดการใช้พลังงานในช่วงเวลากลางวัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่พักผ่อนที่สามารถมองเห็นธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ร่วมงานใช้พักระหว่างวัน
ในด้านการผลิต บริษัทนำเทคโนโลยี Smart Factory และแนวคิด Industry 4.0 มาพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation & Robotics) ในขั้นตอนที่มีความซ้ำซ้อนหรือใช้แรงงานหนัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
NEO Care Space พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการเรียนรู้
ขณะเดียวกัน บริษัทยังจัดให้มี NEO Care Space พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการจัดกิจกรรม Workshop ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยบริษัทมองว่าการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะควรดำเนินควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคนทำงาน
อีกหนึ่งแนวทางที่บริษัทให้ความสำคัญคือการพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิด People-Driven Organization ผ่านการปลูกฝัง DNA ขององค์กร 4 ด้าน ได้แก่ Passion, Innovation, Insightful และ Resourceful เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานกล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ เข้าใจผู้บริโภค และพร้อมพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง
NEO ระบุว่า Workplace Well-Being เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศการทำงานที่เชื่อมโยงคน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กรเข้าด้วยกัน โดยมุ่งสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งสะท้อนผ่านการทำงานและคุณภาพของสินค้า
ในด้านการยอมรับจากภายนอก บริษัทได้รับรางวัล Well-Being Organizations Awards 2025 ระดับ Gold จาก PMAT รวมถึง 2 รางวัลจากเวที HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 ได้แก่ รางวัล Best Company to Work For in Asia (Gold Winner) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และรางวัล Most Caring Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลด้านการบริหารงานบุคคลและการพัฒนาองค์กรอีกหลายรายการ
นางสาวณิศรา กล่าวว่า การดูแลผู้ร่วมงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม แต่ยังรวมถึงการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตขององค์กรในระยะยาว






