
สธ. แก้ปัญหา รพ.ชายแดนตาก อัดฉีด 50 ล้าน-ตั้งกองทุนฯ-แยกบัญชีไทย-ต่างด้าวชัดเจน
รมว.สธ. เผย นายกฯห่วงใยปัญหา รพ.พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก สั่งเร่งแก้ไขเชิงระบบ มอบปลัด สธ.ลงพื้นที่วางแนวทางพัฒนาระบบไฟฟ้า- IT ช่วยลดภาระงาน แยกบัญชีค่าใช้จ่าย-สนับสนุนงบช่วยเหลือระยะสั้น 50 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนสาธารณสุขชายแดนโดยขอรับการสนับสนุนจากนานาชาติ
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อนุมัติงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก
- มีการจัดตั้ง "กองทุนสาธารณสุขชายแดน" เพื่อเป็นช่องทางในการรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากนานาชาติ
- ปฏิรูประบบการเงินการคลัง โดยให้แยกบัญชีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติให้ชัดเจน
11 พฤษภาคม 2569 ที่โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมติดตามการดำเนินงานสาธารณสุขและการจัดบริการสุขภาพกลุ่มประชากรต่างชาติในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.เลิศชาย เลิศวุฒิ รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 และคณะผู้บริหารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในพื้นที่ จ.ตาก เข้าร่วมประชุม
นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยสถานการณ์การดำเนินงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก และสั่งการให้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขเชิงระบบเพื่อความยั่งยืนโดยกระทรวงสาธารณสุขวางได้แนวทางการดำเนินงาน เน้นให้บริหารจัดการการควบคุมโรคระบาดตามแนวชายแดนให้มีประสิทธิภาพ บริหารกำลังคนให้เหมาะสมกับภาระงานและพื้นที่ โดยจะสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณสำหรับผู้มีสิทธิ์รักษาพยาบาล และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำภารกิจของโรงพยาบาลชายแดน ตลอดจนขอรับการสนับสนุนทุนจากต่างประเทศ กรณีผู้ที่ยังไม่มีสิทธิ์การรักษา
ด้าน นพ.สมฤกษ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานสาธารณสุขและการจัดบริการสุขภาพกลุ่มประชากรต่างชาติในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก ทั้งที่ อ.แม่สอด อ.พบพระ และในวันนี้ที่ อ.อุ้มผาง ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดาร เส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว เดินทางลำบากโดยใช้เวลาเดินทางไปยัง รพ.แม่สอดถึง 3 ชั่่วโมง 30 นาที พบว่า บุคลากรมีความตั้งใจและทุ่มเทในการทำงานอย่างมากสามารถบริหารจัดการทั้งด้านสุขาภิบาลและโรคระบาดได้เป็นอย่างดี
รักษาการผู้ตรวจราชการฯ ดูแลใกล้ชิด 4 ประเด็นหลัก
เบื้องต้นได้มอบหมายให้รักษาการผู้ตรวจราชการฯ ติดตามการพัฒนาอย่างใกล้ชิดใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย
1. ระบบไฟฟ้าและ IT โดยสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ พัฒนาระบบสารสนเทศ ให้สามารถเคลมเงินหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
2.การปฏิรูปการเงินการคลัง โดยแยกบัญชีค่าใช้จ่ายระหว่างคนไทยและต่างด้าวให้ชัดเจน รวมถึงงานส่งเสริมป้องกันโรคในระดับ รพ.สต. เพื่อความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจในการให้บริการคนไทย
3.การตั้งงบช่วยเหลือจากส่วนกลางร่วมกับเขตราชการ จำนวน 50 ล้านบาท และจัดตั้งกองทุนสาธารณสุขชายแดน เพื่อรับการช่วยเหลือจากนานาชาติต่อไป
4.ร่วมมือกับฝ่ายปกครองและฝ่ายกฎหมายในการจัดระเบียบการข้ามฝั่งมารับการรักษา รวมทั้งช่วยคัดกรองกลุ่มต่างด้าวที่มีกำลังจ่าย เพื่อจัดเก็บค่าบริการตามจริง







