
13 มี.ค. วันนอนหลับโลก 2569 เปิดที่มา ความสำคัญ เคล็ดลับแก้อาการนอนไม่หลับ
วันนี้ 13 มีนาคม 2569 วันนอนหลับโลก ชวนเจาะลึกที่มา-ความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ รากฐานสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมแนวทางปรับพฤติกรรมการนอนที่ถูกต้องเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
KEY
POINTS
- วันนอนหลับโลกปี 2569 ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม จัดตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีผลต่อสุขภาพ
- การนอนหลับที่มีคุณภาพส่งผลดีต่อร่างกายหลายด้าน เช่น พัฒนาสมองและความจำ ควบคุมอารมณ์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- เคล็ดลับแก้อาการนอนไม่หลับเบื้องต้นคือการปรับพฤติกรรม เช่น เข้านอนให้เป็นเวลา งดคาเฟอีนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน และจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เหมาะสม
วันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม 2569 วันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับ "การนอน" ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีพอ ๆ กับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเลยทีเดียว
วันนอนหลับโลก ถูกริเริ่มขึ้นโดย สมาคมการนอนหลับโลก (World Sleep Society) โดยมีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการนอนหลับ และผลกระทบจากความผิดปกติของการนอนที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2008 โดยกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยที่ทำงานด้านเวชศาสตร์การนอนหลับเนื่องจากพบว่าคนส่วนใหญ่ละเลยการนอนคุณภาพซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างที่คาดไม่ถึง
ที่น่าสนใจ พบว่า มนุษย์ใช้เวลา 1 ใน 3 ไปกับการนอน ดังนั้น การนอนหลับจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพดี และลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ
ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาการนอนที่พบมากที่สุด คิดเป็น 10-20% ของประชากรทั่วโลกเกิดในผู้สูงอายุถึง 20% ถ้าระยะเวลาในการนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไปจะส่งผลถึงอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น อาการผิดปกติจากการนอน อาจส่งผลกระทบถึงการทำงานการตอบสนองต่าง ๆ การสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย อีกทั้งยังส่งผลถึงด้านสุขภาพจิตด้วย
ทำไม ? เราควรต้องนอนหลับให้ดีมีคุณภาพ
1. สมองและความจำสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Improve attention, concentration, learning and make memories)
การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ ส่งผลดีต่อสมองในแง่ของขบวนการเรียนรู้และจัดเก็บความจำให้เป็นระบบระเบียบ เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รวมไปถึงการนำความจำเก่ากลับมาใช้ นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีสมาธิที่เพิ่มมากขึ้น สมองปลอดโปร่ง ทำให้สามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์
มีการศึกษาถึงระยะเวลาการนอนที่น้อยกว่าปกติและคุณภาพการนอนที่ลดลงเป็นผลเสียต่อสมองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภาวะสมองเสื่อม หรือ อัลไซเมอรที่มากขึ้น
2. ช่วยพัฒนาสภาวะทางอารมณ์และความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง (Mood and relationship improvement)
ช่วงเวลาที่เราควรได้รับการพักผ่อน และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ คือ ช่วงเวลาของการนอนหลับ
การนอนหลับที่ดีจะช่วยทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ช่วยลดภาวะทางความเครียด และ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
ส่วนการนอนหลับที่ไม่ดี รวมทั้งภาวะความเครียด ความวิตกกังวล ล้วนส่งผลต่อการนอนหลับ มีผลทำให้เราหงุดหงิดง่าย ประสิทธิภาพในการควบคุมอารมณ์ลดลง ส่งผลกระทบในด้านลบทั้งต่อตัวเอง เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ต่อคู่ชีวิตและครอบครัว และหากเราปล่อยปะละเลยไว้นานๆ การนอนไม่หลับเรื้อรัง หรือ สภาวะอดนอนเรื้อรั้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวลได้
3. หัวใจที่แข็งแรง (Healthier heart)
การอดหลับอดนอน หรือ คุณภาพการนอนที่ไม่ดี (จากการถูกรบกวน) มีผลกระทบต่อการเพิ่มอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูง หัวใจโต หัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมไปถึงการอักเสบของหลอดเลือด ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
โดยปกติในช่วงเวลานอนหลับ หัวใจจะเข้าสู่สภาวะการซ่อมแซมและได้รับการพักผ่อน อัตราการเต้นของหัวใจและความดันจึงต่ำกว่าปกติ
แต่กรณีที่เรานอนหลับไม่ดี ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเผชิญสภาวะอันตรายหรือภาวะฉุกเฉิน จะถูกกระตุ้นเป็นระยะ ส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หรือ อัตราการเต้นของหัวใจไม่คงที่ตลอดทั้งคืน จนกระทั่งก่อให้เกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดตามมา
4. ช่วยควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาล (Maintain healthy weight and regulate blood sugar)
การนอนที่ดีจะช่วยลดอาการหิวได้ดีขึ้น รวมไปถึงการมีสุขลักษณะเวลานอนที่ดี จะช่วยให้ไม่อยู่ดึกจนเกินไปซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการกินอาหารช่วงดึกได้ ทั้งนี้เมื่อมีการนอนหลับที่ไม่ดี ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการควบคุมความหิว ความอิ่ม และการควบคุมระดับน้ำตาลจะถูกรบกวน ส่งผลให้การควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้ยากลำบากขึ้น ก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน หรือ ความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานเพิ่มขึ้นตามมาได้
5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (Germ fighting and immune enhancement)
การนอนที่ดีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ปรับสภาพร่างกายให้ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อที่จะพร้อมรับมือกับ สภาวะติดเชื้อใดๆที่จะเข้ามาในร่างกายได้อย่างทันท่วงที แต่ในกรณีที่อดนอนเป็นเวลานาน จะสังเกตุได้ว่า เราป่วยง่ายขึ้น หรือ บ่อยขึ้น เนื่องมาจาก การอดนอนนั้นส่งผลต่อเซลล์อักเสบในร่างกาย รวมไปถึงการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมที่ช้าลงและมีประสิทธิภาพที่ลดลง
แนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ
- เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาในทุกวัน
- ออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนนอน ประมาณ 30 นาที
- รับประทานอาหารที่มีสารทริปโตเฟน เช่น กล้วย นม เป็นต้น
- งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1-2 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน
- งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หลังเที่ยงวัน
- งดสูบบุหรี่ช่วงเวลาก่อนนอน
- สร้างสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เหมาะสม เช่น มืด เงียบและเย็นสบาย
- เลือกหมอนหรือที่นอน ที่โอบอุ้มสรีระได้อย่างดี ไม่ทำให้ปวดเมื่อยขณะหลับ
พฤติกรรมที่ไม่ควรทำสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ
- ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเองโดยเด็ดขาด
- ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง ก่อนซื้อวิตามินหรือยาช่วยเรื่องการนอนหลับ
ข้อมูล : สภากาชาดไทย / มหาวิทยาลัยมหิดล











