thansettakij
thansettakij
คนไทยป่วยโรคไตปีละ 7.8% สธ. เร่งคัดกรอง 7.2 ล้านคน ก่อนสายเกินแก้

คนไทยป่วยโรคไตปีละ 7.8% สธ. เร่งคัดกรอง 7.2 ล้านคน ก่อนสายเกินแก้

12 มี.ค. 2569 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 2569 | 04:21 น.

กรมควบคุมโรค เปิดสถิติย้อนหลัง 3 ปี คนไทยป่วยโรคไตทะลุ 1.1 ล้านคน ชูแคมเปญวันไตโลก 2569 'คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก' เร่งค้นหากลุ่มเสี่ยง 7.2 ล้านคน ตัดวงจรฟอกไตก่อนลามสู่ระยะสุดท้าย

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 7.8 ต่อปี
  • กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งดำเนินโครงการคัดกรองโรคไตในกลุ่มเสี่ยง โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7.2 ล้านคนทั่วประเทศ
  • โครงการมุ่งเน้นการตรวจหาผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อชะลอความเสื่อมของไต

สมาคมโรคไตนานาชาติ ได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมของทุกปี เป็น วันไตโลก (World Kidney Day) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้กำหนดคำขวัญวันรณรงค์เพื่อเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักว่า โรคไตเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่อยู่ใกล้ตัวและทุกคนสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพและตรวจคัดกรองความเสี่ยงเป็นประจำ

จากข้อมูลทั่วโลกพบว่า มีผู้ป่วยโรคไตมากกว่า 850 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2566 – 2568) พบ ปี 2566 จำนวนผู้ป่วย 1,062,756 คน ปี 2567 จำนวน 1,121,545 คน และ ปี 2568 จำนวน 1,145,423 คน ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.8

กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ดำเนินโครงการ "คนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต" โดยมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยนิ่วในไต ผู้ป่วยโรคเกาต์ และผู้ป่วยที่มีประวัติซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS กินเป็นประจำ โดยเน้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ รวมถึงให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการเสื่อมของไต

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย 7.2 ล้านคนทั่วประเทศ ได้รับการคัดกรองโรคไต ปัจจุบันมีประชาชนเข้ารับการคัดกรองแล้ว 4,967,788 คน คิดเป็นร้อยละ 69 ของเป้าหมาย ผ่านระบบบริการสุขภาพของประเทศ และในปี 2567 มีผู้ป่วยโรคไตเสียชีวิตกว่า 1 หมื่นคน 

ด้านนายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่ไตได้รับความเสียหายหรือทำงานผิดปกติติดต่อกันมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดลดลง หากไม่ได้รับการรักษา ของเสียจะสะสมในร่างกายจนเกิดอันตราย และอาจลุกลามไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไต

อาการที่อาจพบได้ : ปัสสาวะผิดปกติ อาการบวมตามร่างกาย และอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม โรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าป่วย

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ : โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ ภาวะอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคเกาต์ โรคทางพันธุกรรมหรือความพิการแต่กำเนิด การใช้ยาแก้ปวดหรือสมุนไพรบางชนิดเป็นเวลานาน รวมถึงการได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อมซึ่งล้วนเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคไตเรื้อรังได้

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโรคไตเรื้อรังไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของบุคคล แต่กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ

ดังนั้น การทำความเข้าใจกลุ่มเสี่ยงและการส่งเสริมให้ประชาชนที่มีโรคประจำตัวเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยโรคไตเรื้อรังมีลักษณะสำคัญ คือ มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองป่วย จนกระทั่งไตถูกทำลายไปแล้ว การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญเพราะสามารถชะลอความเสื่อมของไตได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและรับการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่ผู้ป่วยต้องเข้าสู่กระบวนการฟอกไตหรือล้างไตในอนาคต

การป้องกันโรคไตเรื้อรัง ประชาชนควรควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 8 – 10 แก้ว และตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การใช้ยาแก้ปวดหรือสารที่มีพิษต่อไตเป็นเวลานาน การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การรับประทานอาหารรสเค็มจัด รวมถึงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคไตเรื้อรังในระยะยาว

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพไตของตนเองโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตอย่างสม่ำเสมอ พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ลดการบริโภคอาหารที่มีรสชาติเค็ม หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดหรือยาที่มีผลต่อไตโดยไม่จำเป็น ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว