
BDMS ชูแนวคิด Proactive Healthcare ขยายตลาดสิงคโปร์ดันไทย Wellness Hub
BDMS Wellness Clinic โชว์วิชันแนวคิด Proactive Healthcare ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หนุนไทยสู่ Global Wellness Hub ประเทศสิงคโปร์
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resort เข้าร่วมงาน Enhancing Thailand: A Journey of Culture & Connectivity ซึ่งจัดขึ้นโดย Singapore Chinese Chamber of Commerce & Industry (SCCCI) ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสิงคโปร์ พร้อมนำเสนอมุมมองใหม่ในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยระบุว่า
ประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของภูมิภาคเอเชียที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของผู้หญิงอย่างรอบด้าน ผ่านนโยบายสาธารณสุขที่ชัดเจน การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ป้องกัน รวมถึงการลงทุนใน เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพผู้หญิง (FemTech) ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ระดับโลกที่มาแรงในยุค 5.0
การมีบทบาทใน FemTech หรือเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพผู้หญิง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ได้ถูกเน้นย้ำในงานครั้งนี้ โดย FemTech ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การรักษาโรค แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพฮอร์โมน การตรวจสุขภาพจิต และการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่การตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพหลังคลอด ไปจนถึงการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความเท่าเทียมสำหรับผู้หญิงทั่วโลก
ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก ผ่านการรวมเอาภูมิปัญญาทางการแพทย์ดั้งเดิมและเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน โดย BDMS Wellness Clinic มุ่งหวังจะให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางทางสุขภาพ (Global Wellness Destination) โดยอาศัยความโดดเด่นทางวัฒนธรรมไทยที่มีในด้านการดูแลสุขภาพ รวมถึงการนวดแผนไทย การใช้สมุนไพรไทย และการบำบัดที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
การผสมผสานระหว่างศาสตร์สุขภาพแบบไทยและ Scientific Wellness ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในการนำเสนอทางเลือกที่แตกต่างสำหรับการดูแลสุขภาพในระดับที่ลึกซึ้งและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง Soft Power ของประเทศ
สำหรับสิงคโปร์ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในปี 2041 การดูแลสุขภาพเชิงรุกจึงถือเป็นคำตอบสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือกับความท้าทายของสังคมผู้สูงวัย การพัฒนานโยบายและการลงทุนในเทคโนโลยีที่สนับสนุนการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นการป้องกันโรคเป็นสิ่งที่ประเทศต่างๆ ต้องให้ความสำคัญ และสิงคโปร์ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
การแพทย์แบบเชิงป้องกันในสิงคโปร์ยังเน้นไปที่การลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชากรประเทศ นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเผยว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในสิงคโปร์สูงถึง 75% หรือคิดเป็นมากกว่า 20,000 รายต่อปี โดยโรคมะเร็งและโรคหัวใจเป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิต
นายแพทย์ตนุพลได้กล่าวถึงผลกระทบของภาวะน้ำหนักเกินที่เกี่ยวข้องกับการหดสั้นของเทโลเมียร์ ซึ่งการหดสั้นของเทโลเมียร์ในผู้ที่มีภาวะอ้วนอาจส่งผลให้เซลล์ในร่างกายมีอายุที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การหดสั้นของเทโลเมียร์ในภาวะอ้วนเทียบเท่ากับอายุขัยที่ลดลงถึง 8.8 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมอาหารและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
สำหรับประเทศไทยนั้น นายแพทย์ตนุพลมองว่า การผสมผสานระหว่างศาสตร์สุขภาพแบบไทยที่เน้นการบำบัดตามธรรมชาติและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยในระดับสากล จะทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Hub) ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และยังเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว











