
SPTX ปรับพอร์ต-แผนลงทุน ชิงตลาด Health & Beauty 2 แสนล้าน
SPTX ขยายพอร์ตธุรกิจ Health & Beauty เข้าลงทุน 92% ใน “รัสมิ์ภูมิคลินิก” มูลค่า 1,195 ล้านบาท พร้อมต่อยอดสู่ IPO ชิงตลาด Health & Beauty 2 แสนล้านบาท
KEY
POINTS
- SPTX ทุ่มเงิน 1,195 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น "รัสมิ์ภูมิคลินิก" ในสัดส่วน 92% เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาด Health & Beauty
- วางแผนระยะยาวในการพัฒนารัสมิ์ภูมิคลินิกให้เติบโต ก่อนพิจารณา Spin-off เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ในอนาคต
- ปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจใหม่โดยมุ่งเน้น 3 กลุ่มหลัก คือ ธุรกิจการสอนลงทุน (SPTR), กลุ่ม Health & Beauty (Doctor Jel) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Learn Rocket)
ทิศทางธุรกิจ Health & Beauty ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเพียงการเสริมความงามภายนอก แต่ขยายครอบคลุมไปถึง Wellness และ Anti-aging มากขึ้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจากภายในควบคู่กับการดูแลรูปลักษณ์ภายนอก เนื่องจากปัจจัยด้านสุขภาพ เช่น สภาพเลือด ระดับวิตามิน ภูมิแพ้ และโรคประจำตัว ล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวและความงาม
ซื้อหุ้น ‘รัสมิ์ภูมิคลินิก’ 92% เตรียมต่อยอด IPO
พญ.อัชฌา นูนคาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจ Health & Beauty ด้วยการเข้าลงทุนในบริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด หรือ RSP ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ “รัสมิ์ภูมิคลินิก” ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 92% คิดเป็นมูลค่ารายการรวม 1,195 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็นการรับโอนกิจการทั้งหมดจากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 850 ล้านบาท และการซื้อหุ้นจากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จำกัด มูลค่า 345 ล้านบาท
สำหรับโครงสร้างการลงทุนดังกล่าว SPTX กำหนดเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 โดยรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ขนาดใหญ่และรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากผู้ถือหุ้นตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันรัสมิ์ภูมิคลินิกมี 5 สาขาในกรุงเทพฯ ในช่วงครึ่งแรกของปีสามารถสร้างรายได้และกำไรแล้วกว่า 30 ล้านบาท
ด้านแผนระยะยาวจะมุ่งพัฒนารัสมิ์ภูมิคลินิกให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ก่อนพิจารณา Spin-off แยกธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ในอนาคต โดยมี SPTX เป็นบริษัทแม่ เพื่อสร้างโอกาสในการระดมทุนและขยายธุรกิจ Health & Beauty ในระยะยาว
เดินหน้า Health & Beauty เต็มรูปแบบ
พญ.อัชฌา กล่าวว่า ทิศทางผลประกอบการ SPTX ในปีปัจจุบันยังเผชิญผลขาดทุนจากการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและปัจจัยด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแล (Regulator) อย่างไรก็ตาม บริษัทวางแผนปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ โดยการเข้าลงทุนในรัสมิ์ภูมิคลินิกและการจำหน่ายธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไรออกจากพอร์ต เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้และสร้างความสามารถในการทำกำไร
ทั้งนี้ แผนดำเนินงานในไตรมาส 4 ปีนี้จะมุ่งผลักดันธุรกิจ Doctor Jel และกลุ่ม Organics Innovations รวมถึงการพัฒนา Learn Rocket ให้เติบโต ขณะที่ปี 2570 จะเดินหน้าธุรกิจ Health & Beauty อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านความร่วมมือกับรัสมิ์ภูมิคลินิก รวมถึงพันธมิตรทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างฐานรายได้และต่อยอดธุรกิจในระยะยาว
“สำหรับมูลค่าตลาด Health & Beauty ในประเทศไทย ประเมินเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่เฉพาะมูลค่าการนำเข้าเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ความงามจากต่างประเทศในส่วนของผู้จัดจำหน่าย (Distributor Volume) มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาท”
SPTX จัดทัพ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก เร่งสร้างรายได้
ด้านโครงสร้างธุรกิจของ SPTX บริษัทวางทิศทางการดำเนินงานผ่านธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
1. Super Trader Republic (SPTR) ธุรกิจด้านการศึกษาและการสอนลงทุนในตลาดหุ้น ผ่านหลักสูตรอบรม สัมมนา และบริการด้านการเรียนรู้การลงทุน ถือเป็นธุรกิจหลักดั้งเดิมที่สร้างรายได้ให้บริษัท
2. กลุ่ม Doctor Jel (DRJ) ประกอบด้วย 3 บริษัท ได้แก่ Doctor Jel Company Limited (DRJ) ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และสารเคมีที่ใช้ทางการแพทย์, Organics Innovations Co., Ltd. (OIN) ธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ Organics Greens Farm Co., Ltd. (OGF) ธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์และซัพพลายเชนเกษตรอินทรีย์ โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเข้ามาเสริมพอร์ต Health & Beauty ของ SPTX
3. Learn Rocket ธุรกิจแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่ใช้ AI รวมถึงระบบการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลอง (AI Scenario-Based Learning) และตลาดกลางหลักสูตรออนไลน์ โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้าง Community และสนับสนุนการเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ Doctor Jel, Organics Innovations และ Organics Greens Farm เป็นกลุ่มกิจการที่ SPTX ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นตามมติคณะกรรมการเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ขณะที่บริษัทได้ดำเนินการจำหน่ายหุ้นใน Liberator Holding ออกจากพอร์ตแล้ว







