thansettakij
thansettakij
“อภัยภูเบศร”ยกทัพเข้ากรุงชวนรู้ความเสี่ยง-ดูแลก่อนป่วย 23-25 ต.ค.นี้

“อภัยภูเบศร”ยกทัพเข้ากรุงชวนรู้ความเสี่ยง-ดูแลก่อนป่วย 23-25 ต.ค.นี้

21 ต.ค. 69 | 08:27 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 08:48 น.

“อภัยภูเบศร”ชวนรู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย เปิดปรึกษาสุขภาพฟรี พร้อมชูสวนสมุนไพรรับมือภาวะฉุกเฉิน ในงาน Thai FDA WELLNEXT 2026 ระหว่าง 23-25 ต.ค.นี้ ที่สยามพารากอน

KEY

POINTS

  • อภัยภูเบศรจัดงาน "Herbal Wellness รู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย" ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม ณ สยามพารากอน เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
  • เปิดให้ประชาชนเข้ารับการประเมินความเสี่ยงและปรึกษาสุขภาพ 3 ด้านฟรี ได้แก่ สุขภาพสมอง กระดูก และโรคเรื้อรัง โดยสามารถนำผลตรวจสุขภาพมาปรึกษาได้
  • มีกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสมุนไพรไทยที่น่าสนใจ เช่น บัวบก มะระขี้นก พร้อมจัดเวิร์กช็อป และแจกต้นพันธุ์สมุนไพรฟรีทุกวัน

อภัยภูเบศรยกทัพสมุนไพรไทยสู่ใจกลางกรุง เปิดพื้นที่เรียนรู้สุขภาพเชิงป้องกัน 3 ด้าน ทั้งสมอง กระดูก และโรคเรื้อรัง พร้อมให้ประชาชนนำผลตรวจสุขภาพรับคำปรึกษาฟรี ชูองค์ความรู้บัวบกและสมุนไพรใกล้ตัว ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพและการเตรียมพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉิน 

อภัยภูเบศรเตรียมเข้าร่วมงาน Thai FDA WELLNEXT 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Herbal Wellness รู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย” มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน รู้เท่าทันความเสี่ยงก่อนเกิดโรค พร้อมเปิดพื้นที่เรียนรู้การใช้สมุนไพรไทยอย่างเหมาะสม โดยผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพหลายประการ ทั้งความเครียด ปัญหาการนอนหลับ ภาวะกระดูกบาง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งหลายภาวะอาจค่อย ๆ พัฒนาโดยไม่แสดงอาการชัดเจน การดูแลสุขภาพจึงไม่ควรรอให้เจ็บป่วยก่อน แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจความเสี่ยงของตนเอง พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้

               “อภัยภูเบศร”ยกทัพเข้ากรุงชวนรู้ความเสี่ยง-ดูแลก่อนป่วย 23-25 ต.ค.นี้

“เราอยากให้คนไทยเปลี่ยนมุมมองจากการรอรักษาเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นการดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรค เพราะสุขภาพดีไม่ได้เกิดจากการกินยาหรือสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการกินอาหารที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนหลับ และการดูแลจิตใจควบคู่กัน สมุนไพรไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพได้ หากเลือกใช้อย่างถูกต้องและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับ” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

เปิดประเมินความเสี่ยงโรค

ภายในบูทอภัยภูเบศรเปิดให้ประชาชนเข้ารับการประเมินความเสี่ยงและปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ สุขภาพสมอง (Brain Health) ประเมินความเครียด พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเครียด การนอนหลับ และความจำ รวมถึงแนวทางดูแลสมองในชีวิตประจำวัน

สุขภาพกระดูก (Bone Health) ให้บริการประเมินความเสี่ยงด้านกระดูกและมวลกระดูกเบื้องต้น พร้อมคำแนะนำเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย และการป้องกันความเสี่ยงกระดูกหัก และ สุขภาพเมตาบอลิก (Metabolic Health) เปิดโอกาสให้ประชาชนนำผลตรวจสุขภาพเดิม เช่น ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมถึงค่าการทำงานของตับและไต มาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจผลตรวจและวางแนวทางปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับตนเอง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับ “บัวบก” สมุนไพรใกล้ตัวที่มีการศึกษาต่อยอดจากภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสารสำคัญกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ ได้แก่ Asiaticoside, Asiatic acid, Madecassoside และ Madecassic acid ซึ่งมีการศึกษาถึงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และปกป้องเซลล์ประสาท รวมถึงศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพดวงตาและระบบประสาทส่วนปลาย

                        “อภัยภูเบศร”ยกทัพเข้ากรุงชวนรู้ความเสี่ยง-ดูแลก่อนป่วย 23-25 ต.ค.นี้

ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดขนาดเล็กและระบบประสาท

ให้ความรู้สมุนไพรใกล้ตัว

อย่างไรก็ตาม หลักฐานการศึกษาบัวบกในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด และยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าบัวบกสามารถป้องกันหรือรักษาภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานได้ จึงไม่ควรใช้แทนการควบคุมระดับน้ำตาล การตรวจติดตาม หรือการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดสมุนไพร

นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน อภัยภูเบศรยังให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมของครัวเรือนและชุมชนผ่านแนวคิด “สวนสมุนไพรเพื่อสุขภาพ” เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือภาวะฉุกเฉิน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ยากขึ้น การมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรใกล้ตัว วิธีปลูก การเก็บรักษา และข้อควรระวังในการใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

สมุนไพรที่นำมาให้ความรู้ครอบคลุมการใช้ตามภูมิปัญญาและข้อบ่งใช้ที่เหมาะสม เช่น ขิงและตะไคร้สำหรับอาการท้องอืดหรือคลื่นไส้ ว่านหางจระเข้สำหรับแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกระดับเล็กน้อย และเสลดพังพอนหรือพญายอสำหรับอาการจากแมลงกัดต่อยบางประเภท ตลอดจนสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดเมื่อยและการดูแลสุขภาพทั่วไป

ทั้งนี้ การเลือกใช้ต้องคำนึงถึงความถูกต้องของชนิดสมุนไพร วิธีใช้ ข้อห้าม และความรุนแรงของอาการ โดยเฉพาะอาการที่อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงหรือภาวะฉุกเฉิน ควรรีบรับการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรพึ่งสมุนไพรเพียงอย่างเดียว

“เหตุการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความสำคัญของการเตรียมพร้อมด้านสุขภาพ สมุนไพรที่ปลูกไว้ในบ้านอาจเป็นแหล่งอาหารและเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นบางประเภทได้ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการมีต้นสมุนไพร คือการมีความรู้ว่าอะไรใช้ได้ อะไรไม่ควรใช้ และเมื่อใดจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เราจึงอยากชวนทุกบ้านเริ่มต้นสร้างสวนสมุนไพรเล็ก ๆ เพื่อเรียนรู้และเตรียมความพร้อมไปด้วยกัน” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

                                 “อภัยภูเบศร”ยกทัพเข้ากรุงชวนรู้ความเสี่ยง-ดูแลก่อนป่วย 23-25 ต.ค.นี้

 

เปิดกิจกรรมตลอด 3 วัน 

สำหรับกิจกรรมตลอด 3 วัน อภัยภูเบศรจัดเวทีให้ความรู้ เวิร์กช็อป และกิจกรรมฝึกปฏิบัติ ครอบคลุมประเด็นสุขภาพที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยวันที่ 23 ตุลาคม ภายใต้หัวข้อ “พักใจ หลับดี ดูแลตับ” จะชวนเรียนรู้ประโยชน์ของบัวบกและตำรับกลีบบัวแดง พูดคุยเรื่องการนอนหลับและความเครียด ฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย ตลอดจนกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลผิวและการนวดศีรษะด้วยตนเอง

วันที่ 24 ตุลาคม ในหัวข้อ “รู้ทันน้ำตาล ดูแลกระดูก” มุ่งให้ความรู้เรื่องมะระขี้นก การปรับพฤติกรรมเมื่อระดับน้ำตาลเริ่มสูง การดูแลกระดูกก่อนเกิดกระดูกหัก และการบริหารขาและน่อง พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปเครื่องดื่มมะระขี้นกและการดูแลมือเท้าเพื่อผ่อนคลาย

ส่วนวันที่ 25 ตุลาคม ในหัวข้อ “รู้จักกระดูกไก่ดำ เลือกใช้สมุนไพร” จะพาทำความรู้จักสมุนไพรกระดูกไก่ดำและการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ MusCool Spray ร่วมเวิร์กช็อป Derma Balm บาล์มสมุนไพรดูแลผิว เรียนรู้การดูแลระบบทางเดินอาหาร การใช้ตำรับตรีผลา และการพิจารณาคุณภาพสมุนไพรตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงผลิตภัณฑ์

ภายในงานยังมีกิจกรรมแจกต้นพันธุ์สมุนไพรฟรีวันละ 1 ชนิด ได้แก่ วันที่ 23 ตุลาคม แจกต้นบัวบกพันธุ์อุบลราชธานี วันที่ 24 ตุลาคม แจกต้นมะระขี้นก และวันที่ 25 ตุลาคม แจกต้นกระดูกไก่ดำ พร้อมคำแนะนำเรื่องการปลูก การดูแล ประโยชน์ และข้อควรระวัง โดยกำหนดแจกวันละ 2 รอบ เวลา 10.30–11.00 น. และ 14.30–14.45 น.

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “ดาวินชีสมุนไพร” เวลา 17.00–18.00 น. และช่วง “คุยเพลิน เล่นสนุก” ผ่านคลิปสั้นและเกมถามตอบ เวลา 18.00–19.30 น. ทุกวัน รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพจากอภัยภูเบศร ที่สะท้อนการพัฒนาภูมิปัญญาไทยควบคู่กับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

เป้าหมายอภัยภูเบศร

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสำคัญของการเข้าร่วมงานครั้งนี้ คือ การทำให้ประชาชนเข้าใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น เห็นความสำคัญของการป้องกันโรค และตระหนักว่าสมุนไพรเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง การปรับพฤติกรรมควบคู่กับการสร้างแหล่งเรียนรู้สมุนไพรในครัวเรือน จะช่วยเสริมความพร้อมในการดูแลสุขภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชนในระยะยาว

                         “อภัยภูเบศร”ยกทัพเข้ากรุงชวนรู้ความเสี่ยง-ดูแลก่อนป่วย 23-25 ต.ค.นี้

ขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรม Herbal Wellness ในงาน Thai FDA WELLNEXT 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ โดยสามารถเข้ารับการประเมินความเสี่ยงและคำปรึกษาสุขภาพเบื้องต้นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมกิจกรรมเรียนรู้สมุนไพรและรับต้นพันธุ์สมุนไพรตามรอบที่กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02-028-7710 หรือ เฟซบุ๊ก “สมุนไพรอภัยภูเบศร”