thansettakij
thansettakij
ถอดสูตร “ออกแบบชีวิต 100 ปี” สร้างสุขภาพคู่การเงิน เกษียณอย่างมีคุณภาพ

ถอดสูตร “ออกแบบชีวิต 100 ปี” สร้างสุขภาพคู่การเงิน เกษียณอย่างมีคุณภาพ

20 ต.ค. 69 | 10:20 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 10:24 น.

เวที Nation Forum 2027 หัวข้อ "THE 100-YEAR LIFE อายุ 100 ปี ออกแบบได้" แนะรับมือสังคมสูงวัย เพราะสุขภาพดีต้องคู่ความมั่นคงทางการเงิน เร่งสร้างทรัพย์สินก่อนอายุ 50 ปี

KEY

POINTS

  • การวางแผนชีวิตสำหรับสังคมอายุยืนต้องสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพและการเงิน เพื่อยืดช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี (Healthspan) ให้ยาวนานควบคู่ไปกับอายุขัย
  • ควรเริ่มต้นดูแลสุขภาพองค์รวมก่อนอายุ 50 ปี และปรับเป้าหมายการออกกำลังกายให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงวัยเพื่อรักษาความแข็งแรงในระยะยาว
  • ความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งจำเป็น โดยต้องเร่งสร้างสินทรัพย์ วางแผนการลงทุน และพิจารณาการทำประกันตั้งแต่ในวัยทำงานเพื่อรองรับวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ

เวที Nation Forum 2027 ภายใต้หัวข้อ "THE 100 YEAR LIFE อายุ 100 ปี ออกแบบได้" เปิดวงสนทนา Session 1: Designing Your Life ว่าด้วยการออกแบบชีวิตให้สมดุลในระยะยาว โดยมี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และนางเบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group ร่วมแนะนำถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อใช้ชีวิตในสังคมอายุยืน ครอบคลุมทั้งสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ และการสร้างความสุขในแต่ละช่วงวัย

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มนุษย์ไม่สามารถเลือกอายุขัยของตนเองได้ และไม่ว่าจะมีอายุยืนยาวเพียงใด ทุกคนก็ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าชีวิตมีจุดสิ้นสุด แต่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการบริหารจัดการชีวิตให้สามารถดูแลตนเองได้

ชี้ประชากรศาสตร์กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ

ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ในฐานะนักวิชาการอาชีพ ต้องการอธิบายเรื่องอายุยืนผ่านมุมมองประชากรศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ซึ่งแนวคิดเศรษฐศาสตร์มองว่าประชากรเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จากเดิมนักเศรษฐศาสตร์เคยมองว่าการเพิ่มขึ้นของประชากรจะถูกจำกัดด้วยปริมาณอาหาร แต่ปัจจุบันนำไปสู่แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิตของประชากรมากกว่า ซึ่งส่งผลต่อขนาดประชากรและการพัฒนาเศรษฐกิจ

โดยการวิเคราะห์ประชากรต้องพิจารณาว่าคนแต่ละช่วงวัยเป็นสินทรัพย์หรือภาระทางเศรษฐกิจ อย่างประชากรวัยเด็กมีภาระในการเลี้ยงดูสูง เมื่อเข้าสู่วัยทำงานจะเริ่มสร้างสินทรัพย์และรายได้ให้แก่ตนเองและสังคม ส่วนประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปีมีแนวโน้มต้องการการดูแลเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องวางระบบรองรับให้เหมาะสม

สำหรับประเทศไทยมีประชากรอายุเกิน 60 ปีมีสัดส่วนประมาณ 20.8% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่คนรุ่นใหม่มีบุตรน้อยลง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศต้องเร่งบริหารจัดการสังคมสูงวัย ทั้งด้านการศึกษา การเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ การดูแลประชากรสูงอายุ และการพัฒนาระบบสังคมให้รองรับการมีชีวิตที่ยืนยาว

ถอดสูตร “ออกแบบชีวิต 100 ปี” สร้างสุขภาพคู่การเงิน เกษียณอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ แนวทางการแพทย์ยังเปลี่ยนจากการมุ่งรักษาโรคเมื่อเกิดขึ้น ไปสู่การดูแลสุขภาพเพื่อรองรับการมีอายุยืน จึงจำเป็นต้องจัดการระบบสุขภาพและนำความรู้กับเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์

แนะเริ่มดูแลสุขภาพก่อนอายุ 50 ปี

ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า การออกแบบชีวิตให้มีสุขภาพดีในวัยสูงอายุควรเริ่มตั้งแต่ก่อนอายุ 50 ปี เพื่อยืดช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีให้ใกล้เคียงกับอายุขัย โดยผู้ที่ยังไม่ได้เริ่มดูแลสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นก็ยังสามารถเริ่มต้นได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการร่างกายอย่างต่อเนื่อง เพราะการดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดเฉพาะการออกกำลังกายหรือการสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ต้องใส่ใจการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งการไหลเวียนของเลือด หัวใจ ระบบย่อยอาหาร สมอง และการทรงตัว ตลอดจนการดูแลกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างเหมาะสม

“อยากให้มองช่วงชีวิตเป็น 4 ไตรมาส หรือ 4 Quarters แทนการมองอายุขัยทั้งหมดเป็นก้อนเดียว เพื่อช่วยให้คนรู้สึกว่าตนเองยังมีเวลาเรียนรู้และพัฒนาชีวิตในแต่ละช่วงวัย โดยแนวคิดการแบ่งช่วงชีวิตและการเรียกคนตามเจเนอเรชันในวัยสูงอายุ จะช่วยให้การมองอายุเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น”

ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ก็ทำให้การดูแลสุขภาพมีทางเลือกมากขึ้น แต่ละบุคคลต้องลงมือดูแลตนเองด้วย ยกตัวอย่าง การเดินเป็นกิจกรรมที่ทำได้ต่อเนื่อง และการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

สุขภาพดีต้องเดินคู่กับความมั่นคงทางการเงิน

นอกจากนี้ สุขภาพก็เป็นสินทรัพย์สำคัญของชีวิต เพราะหากร่างกายแข็งแรงก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้ ผู้ที่ยังอยู่ในวัยทำงานควรพยายามสร้างรายได้และสะสมเงินให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะในช่วงก่อนอายุ 40–50 ปี พร้อมวางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับดูแลตนเองในวัยสูงอายุ ต้องเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ ก่อนอายุ 50 ต้องรู้จักสร้างทรัพย์สินเอนไว้ เพื่อให้ Healthspan ยาวพอ ๆ กับ Lifespan ต้องทำทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องการหาเงินจึงจะอยู่ได้

ทั้งนี้ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการใช้เวลาซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของชีวิต ต้องประเมินว่าเวลาที่ใช้ไปกับการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ ข้อสองคือการลงทุน ปัจจุบันมีวิธีลงทุนหลากหลายและเทคโนโลยีช่วยให้เข้าถึงการลงทุนได้สะดวกขึ้น แต่ผู้ลงทุนต้องใส่ใจและศึกษาวิธีการให้เหมาะสมกับตนเอง ข้อสามคือการทำประกันชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่มีภาระต้องดูแลคนอื่น เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้มีเงินส่วนหนึ่งไว้ดูแลตนเองและครอบครัว รวมทั้งประกันสุขภาพก็เป็นองค์ประกอบที่ควรพิจารณาควบคู่กัน

การออกกำลังกายเปลี่ยนตามวัย สิ่งสำคัญคือมี Healthspan

ด้าน นางเบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group กล่าวว่า อายุ 100 ปีอาจฟังดูยาวนาน แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การแพทย์ และการศึกษาที่เข้าถึงได้มากขึ้น การมีอายุยืนถึงระดับดังกล่าวมีความเป็นไปได้ สิ่งสำคัญคือการมี Healthspan หรือช่วงเวลาของชีวิตที่มีสุขภาพดีควบคู่กับอายุขัยที่ยืนยาว

คนแต่ละช่วงวัยมีวัตถุประสงค์ในการออกกำลังกายแตกต่างกัน จากประสบการณ์ในธุรกิจฟิตเนสที่มีสมาชิกตั้งแต่วัยประมาณ 20 ปี ไปจนถึงวัย 60–70 ปี พบว่าเป้าหมายของผู้ใช้บริการเปลี่ยนแปลงตามช่วงชีวิต

ถอดสูตร “ออกแบบชีวิต 100 ปี” สร้างสุขภาพคู่การเงิน เกษียณอย่างมีคุณภาพ

ในวัยหนุ่มสาว การออกกำลังกายอาจเน้นรูปร่างและความสวยงามเป็นหลัก แต่เมื่ออายุมากขึ้น ผู้คนจะให้ความสำคัญกับการรักษาความแข็งแรงในระยะยาวมากขึ้น ดังนั้น ต้องเลือกกิจกรรมและรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของตนเอง

“แม้เป้าหมายด้านรูปร่างยังคงสำคัญ แต่ลำดับความสำคัญจะขยับไปสู่การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงต่อเนื่องอีก 10–20 ปี หรือยาวนานกว่านั้น การออกกำลังกายจึงควรสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคนในแต่ละช่วงวัย”

เงินไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ต้องทำงานอย่างมีความสุข

นางเบญจพร กล่าวว่า ในมุมมองตนมองตนเองเป็นคนรุ่นกลางระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นผู้ใหญ่ จึงเข้าใจมุมมองของทั้งสองฝ่าย โดยคนรุ่นใหม่บางส่วนให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และต้องการแบ่งช่วงเวลาทำงานกับช่วงเวลาพักผ่อนอย่างชัดเจน ขณะที่ตนเองทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่เรียนจบ

คนรุ่นใหม่บางคนอาจต้องการหยุดพักจากการทำงานเป็นระยะเพื่อฟื้นฟูพลัง หรือเมื่อทำงานไปได้ประมาณ 3 ปีก็รู้สึกว่าตนเองเข้าใจงานแล้ว

ทั้งนี้ มองว่าการทำงานและการใช้ชีวิตไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด หากได้ทำงานที่ชอบและสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ทำได้ ก็อาจทำงานไปพร้อมกับการใช้ชีวิตอย่างสมดุล เพราะเงินไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความสำคัญของเงินได้ เพราะหากไม่มีเงิน ความเครียดก็อาจตามมาและส่งผลต่อสุขภาพ ขณะเดียวกัน แม้มีเงินมากแต่ไม่มีความสุขก็อาจเกิดความเครียดได้เช่นกัน

ดังนั้น การออกแบบชีวิตที่ยืนยาวจึงต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งสุขภาพ การเงิน งานที่เหมาะกับตนเอง และความสุขในการใช้ชีวิต โดยแต่ละคนต้องประเมินเงื่อนไขและภาระของตนเองประกอบการตัดสินใจ ซึ่งวินัยในการหาเงินและใช้เงินเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเตรียมพร้อมเข้าสู่วัย 60–70 ปี และหากคนในสังคมสามารถบริหารจัดการตนเองได้มากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สังคมมีความมั่นคงในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะอายุ 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ก็สามารถเริ่มต้นเตรียมตัวสำหรับชีวิตที่ยืนยาวได้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนผู้ที่เริ่มดูแลสุขภาพและวางแผนชีวิตไปแล้วก็ควรทำต่อเนื่อง พยายามรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง มีความสุขจากการทำสิ่งที่ตนเองต้องการ และมีความมั่นคงทางการเงิน โดยแต่ละคนควรมีเป้าหมายที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่สูงเกินกำลังหรือต่ำจนขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต เพื่อให้ชีวิตในแต่ละช่วงวัยยังมีสิ่งที่ทำให้รู้สึกมีคุณค่าและมีความสุข