
อย. เตรียมจัดใหญ่ ThaiFDA WELLNEXT 2026 ดันไทยฮับ Wellness โลก
อย. เปิดตัว ThaiFDA WELLNEXT 2026 เวทีนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ดึงภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และนักลงทุน ลุยตลาดสากล ดันไทยเป็นฮับ Wellness โลก
KEY
POINTS
- อย. เตรียมจัดงาน “ThaiFDA WELLNEXT 2026” ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ของโลก
- งานนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับบทบาทของ อย. จากองค์กรกำกับดูแล สู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพเชิงรุก
- มุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยด้วยนวัตกรรมและสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ผ่านเวทีแสดงสินค้า การเสวนานานาชาติ และการจับคู่ธุรกิจ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมจัดงาน “ThaiFDA WELLNEXT 2026” หรือชื่ออย่างเป็นทางการ “ThaiFDA International Health, Wellness and Longevity Innovation Forum 2026” งานนวัตกรรมสุขภาพและสุขสภาวะระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน
โดยมุ่งปรับบทบาทจากองค์กรผู้กำกับดูแลและอนุมัติอนุญาต สู่การเป็นตัวขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพเชิงรุก ทั้งนังเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ Startup และนักลงทุนผ่านนิทรรศการ การเสวนาระดับโลก การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยด้วยนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิดหลัก “From Thai Innovation to Global Trust” และแนวคิดการจัดงาน “INFINITY WELLNESS” สะท้อนบทบาทใหม่ของ อย. ในระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ ผ่าน 3 บทบาทสำคัญ ได้แก่
- การคุ้มครอง: มุ่งให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสมประโยชน์
- การส่งเสริม: สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม ให้คำปรึกษา และพัฒนากรอบกฎหมายผ่าน Regulatory Science เพื่อเอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจระเบียบ
- การเชื่อมโยง: อย.จะทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย Startup ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้บริโภคไว้ในเวทีเดียวกัน เพื่อต่อยอดโอกาสเชิงพาณิชย์
ตอบโจทย์กลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ
สำหรับงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จะผสานพลังและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสุขภาพ โดยประชาชนทั่วไปและผู้บริโภคจะได้เลือกชม สัมผัสประสบการณ์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวัตกรรมชะลอวัย และบริการความงามที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และผ่านการรับรองจาก อย.อย่างปลอดภัย
ส่วนผู้ประกอบการ Startup และนักลงทุนจะได้รับโอกาสขยายตลาด โชว์ศักยภาพนวัตกรรมสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จัก และเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัวกับกองทุน Venture Capital นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
"จากประสบการณ์การจัดงานที่ผ่านมา ความน่าเชื่อถือของ Thai FDA ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ว่าสินค้าได้รับมาตรฐานสากล ซึ่งทิศทางใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะมุ่งไปที่เทรนด์สุขภาพและความงามในยุคปัจจุบันเปิดกว้างไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สุขสภาวะ และวิทยาศาสตร์การชะลอวัย สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน"
ดังนั้น อย.จึงไม่สามารถทำหน้าที่เพียงนั่งอยู่ในที่ตั้งเพื่อรอให้ผู้ประกอบการเดินเข้ามาหาเพื่อขออนุมัติหรืออนุญาตได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องปรับตัวเชิงรุก ก้าวออกไปจับมือร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อร่วมกันผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโต เจริญก้าวหน้า และทัดเทียมนานาอารยประเทศ ควบคู่ไปกับความถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย
เสนอแนวคิด Golden Zone จับกระแสโลก
ด้าน ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ กล่าวในช่วงเสวนา "การปรับบทบาทใหม่ของ อย. และภาพรวมงาน THAI FDA Wellness 2026" ว่า กระแสสุขภาพโลกในปัจจุบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วยไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการสร้างสุขสภาวะที่ดี ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ชาญฉลาด เพราะการลงทุนกับการป้องกันคุ้มค่าและประหยัดงบประมาณกว่าการรักษาอย่างมาก
จึงอยากเสนอแนวคิด “Golden Zone” ซึ่งเป็นมาตรฐานสุขสภาวะใหม่ที่ยกระดับเหนือกว่าแนวคิด Blue Zone โดยการสร้างสุขสภาวะที่สมบูรณ์แบบต้องวัดผลผ่านสมการ 3 ประการ ได้แก่
- การมีอายุยืนยาว
- การมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่ติดเตียงและสามารถทำหน้าที่ในชีวิตประจำวันได้
- การมีความสุขในการดำรงชีวิต
ดังนั้น บทบาทของ อย. ยุคใหม่ที่ทำงานเชิงรุก ดึงภาคธุรกิจเข้ามาร่วมเชื่อมโยงกับงานวิจัยและภาครัฐในการจัดงานครั้งนี้ จะช่วยแปลงงานวิจัย "บนหิ้ง" ให้ลงมาขายได้ "บนห้าง" และเสนอให้ อย. ขยายบทบาทจากการตรวจรับรองเฉพาะผลิตภัณฑ์ (อาหาร/ยา) ไปสู่การรับรองฝั่ง ภาคบริการ (Services) เช่น สปา นวด หรือสถานบริการสุขภาพ เพราะภาคบริการมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าผลิตภัณฑ์ และเป็นตัวปั่นเศรษฐกิจที่แท้จริง
ดันการจัดงานสู่แพลตฟอร์มในโลกจริง
ด้าน นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ยาสีฟัน เครื่องสำอาง อาหาร อาหารเสริม และยา ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี AI ดังนั้น บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงไม่ได้มีเพียงการกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ประชาชน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จะเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือร่วมกัน นำทรัพยากรและภูมิปัญญาของไทยมาผสานกับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม พร้อมเชื่อมโยงกับบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล นวด และสปา ช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสุขภาพของไทยเติบโตในประเทศและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง
4 โซนไฮไลต์ เชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ธุรกิจ
สำหรับพื้นที่จัดงาน THAI FDA Wellness 2026 แบ่งเป็น 4 โซนไฮไลต์
โซนที่ 1 นิทรรศการ “From Thai Innovation to Global Trust” นำเสนอทิศทางและแนวโน้มสุขภาพในอนาคต พร้อมฉายภาพเส้นทางการพัฒนานวัตกรรมไทยตั้งแต่ระดับแนวคิด งานวิจัย จนถึงการสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือในระดับสากล
โซนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม ประกอบด้วย Experience Lab / Workshop สำหรับทดลองและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์จริง, Mini Stage เวทีย่อยและกิจกรรมเชิงมีส่วนร่วม, FDA Consultation Clinic พื้นที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ, Business Matching พื้นที่เชื่อมโยงนวัตกรรมและธุรกิจกับผู้ประกอบการ และ WELLNEXT Pitching Challenge สำหรับเปิดโอกาสให้ Startup รุ่นใหม่ได้นำเสนอโมเดลธุรกิจนวัตกรรมสุขภาพ
โซนที่ 3 International Symposium เวทีสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ สำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการกำกับดูแล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทั้งในและต่างประเทศ
โซนที่ 4 WELLNEXT Stage เวทีกลางสำหรับการสื่อสารทิศทางนโยบายและการเสวนาในประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีเป้าหมายให้ไทยพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ให้มีความน่าเชื่อถือ สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้มากขึ้น เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พาประเทศก้าวพ้นการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในอนาคต







