thansettakij
thansettakij
อย. เตรียมจัดใหญ่ ThaiFDA WELLNEXT 2026 ดันไทยฮับ Wellness โลก

อย. เตรียมจัดใหญ่ ThaiFDA WELLNEXT 2026 ดันไทยฮับ Wellness โลก

05 ต.ค. 69 | 11:20 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 11:30 น.

อย. เปิดตัว ThaiFDA WELLNEXT 2026 เวทีนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ดึงภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และนักลงทุน ลุยตลาดสากล ดันไทยเป็นฮับ Wellness โลก

KEY

POINTS

  • อย. เตรียมจัดงาน “ThaiFDA WELLNEXT 2026” ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ของโลก
  • งานนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับบทบาทของ อย. จากองค์กรกำกับดูแล สู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพเชิงรุก
  • มุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยด้วยนวัตกรรมและสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ผ่านเวทีแสดงสินค้า การเสวนานานาชาติ และการจับคู่ธุรกิจ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมจัดงาน “ThaiFDA WELLNEXT 2026” หรือชื่ออย่างเป็นทางการ “ThaiFDA International Health, Wellness and Longevity Innovation Forum 2026” งานนวัตกรรมสุขภาพและสุขสภาวะระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

โดยมุ่งปรับบทบาทจากองค์กรผู้กำกับดูแลและอนุมัติอนุญาต สู่การเป็นตัวขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพเชิงรุก ทั้งนังเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ Startup และนักลงทุนผ่านนิทรรศการ การเสวนาระดับโลก การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยด้วยนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิดหลัก “From Thai Innovation to Global Trust” และแนวคิดการจัดงาน “INFINITY WELLNESS” สะท้อนบทบาทใหม่ของ อย. ในระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ ผ่าน 3 บทบาทสำคัญ ได้แก่

  • การคุ้มครอง: มุ่งให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสมประโยชน์
  • การส่งเสริม: สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม ให้คำปรึกษา และพัฒนากรอบกฎหมายผ่าน Regulatory Science เพื่อเอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจระเบียบ
  • การเชื่อมโยง: อย.จะทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย Startup ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้บริโภคไว้ในเวทีเดียวกัน เพื่อต่อยอดโอกาสเชิงพาณิชย์

ตอบโจทย์กลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ

สำหรับงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จะผสานพลังและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสุขภาพ โดยประชาชนทั่วไปและผู้บริโภคจะได้เลือกชม สัมผัสประสบการณ์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวัตกรรมชะลอวัย และบริการความงามที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และผ่านการรับรองจาก อย.อย่างปลอดภัย

ส่วนผู้ประกอบการ Startup และนักลงทุนจะได้รับโอกาสขยายตลาด โชว์ศักยภาพนวัตกรรมสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จัก และเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัวกับกองทุน Venture Capital นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

งานแถลงข่าวเปิดตัว ThaiFDA WELLNEXT 2026 เตรียมพร้อจัดงานระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569

"จากประสบการณ์การจัดงานที่ผ่านมา ความน่าเชื่อถือของ Thai FDA ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ว่าสินค้าได้รับมาตรฐานสากล ซึ่งทิศทางใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะมุ่งไปที่เทรนด์สุขภาพและความงามในยุคปัจจุบันเปิดกว้างไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สุขสภาวะ และวิทยาศาสตร์การชะลอวัย สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน"

ดังนั้น อย.จึงไม่สามารถทำหน้าที่เพียงนั่งอยู่ในที่ตั้งเพื่อรอให้ผู้ประกอบการเดินเข้ามาหาเพื่อขออนุมัติหรืออนุญาตได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องปรับตัวเชิงรุก ก้าวออกไปจับมือร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อร่วมกันผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโต เจริญก้าวหน้า และทัดเทียมนานาอารยประเทศ ควบคู่ไปกับความถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย

เสนอแนวคิด Golden Zone จับกระแสโลก

ด้าน ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ กล่าวในช่วงเสวนา "การปรับบทบาทใหม่ของ อย. และภาพรวมงาน THAI FDA Wellness 2026" ว่า กระแสสุขภาพโลกในปัจจุบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วยไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการสร้างสุขสภาวะที่ดี ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ชาญฉลาด เพราะการลงทุนกับการป้องกันคุ้มค่าและประหยัดงบประมาณกว่าการรักษาอย่างมาก

จึงอยากเสนอแนวคิด “Golden Zone” ซึ่งเป็นมาตรฐานสุขสภาวะใหม่ที่ยกระดับเหนือกว่าแนวคิด Blue Zone โดยการสร้างสุขสภาวะที่สมบูรณ์แบบต้องวัดผลผ่านสมการ 3 ประการ ได้แก่

  • การมีอายุยืนยาว
  • การมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่ติดเตียงและสามารถทำหน้าที่ในชีวิตประจำวันได้
  • การมีความสุขในการดำรงชีวิต

เวทีเสวนา การปรับบทบาทใหม่ของ อย. และภาพรวมงาน THAI FDA Wellness 2026

ดังนั้น บทบาทของ อย. ยุคใหม่ที่ทำงานเชิงรุก ดึงภาคธุรกิจเข้ามาร่วมเชื่อมโยงกับงานวิจัยและภาครัฐในการจัดงานครั้งนี้ จะช่วยแปลงงานวิจัย "บนหิ้ง" ให้ลงมาขายได้ "บนห้าง" และเสนอให้ อย. ขยายบทบาทจากการตรวจรับรองเฉพาะผลิตภัณฑ์ (อาหาร/ยา) ไปสู่การรับรองฝั่ง ภาคบริการ (Services) เช่น สปา นวด หรือสถานบริการสุขภาพ เพราะภาคบริการมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าผลิตภัณฑ์ และเป็นตัวปั่นเศรษฐกิจที่แท้จริง

ดันการจัดงานสู่แพลตฟอร์มในโลกจริง

ด้าน นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ยาสีฟัน เครื่องสำอาง อาหาร อาหารเสริม และยา ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี AI ดังนั้น บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงไม่ได้มีเพียงการกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ประชาชน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จะเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือร่วมกัน นำทรัพยากรและภูมิปัญญาของไทยมาผสานกับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม พร้อมเชื่อมโยงกับบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล นวด และสปา ช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสุขภาพของไทยเติบโตในประเทศและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง

4 โซนไฮไลต์ เชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ธุรกิจ

สำหรับพื้นที่จัดงาน THAI FDA Wellness 2026 แบ่งเป็น 4 โซนไฮไลต์

โซนที่ 1 นิทรรศการ “From Thai Innovation to Global Trust” นำเสนอทิศทางและแนวโน้มสุขภาพในอนาคต พร้อมฉายภาพเส้นทางการพัฒนานวัตกรรมไทยตั้งแต่ระดับแนวคิด งานวิจัย จนถึงการสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือในระดับสากล

โซนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม ประกอบด้วย Experience Lab / Workshop สำหรับทดลองและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์จริง, Mini Stage เวทีย่อยและกิจกรรมเชิงมีส่วนร่วม, FDA Consultation Clinic พื้นที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ, Business Matching พื้นที่เชื่อมโยงนวัตกรรมและธุรกิจกับผู้ประกอบการ และ WELLNEXT Pitching Challenge สำหรับเปิดโอกาสให้ Startup รุ่นใหม่ได้นำเสนอโมเดลธุรกิจนวัตกรรมสุขภาพ

โซนที่ 3 International Symposium เวทีสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ สำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการกำกับดูแล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทั้งในและต่างประเทศ

โซนที่ 4 WELLNEXT Stage เวทีกลางสำหรับการสื่อสารทิศทางนโยบายและการเสวนาในประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีเป้าหมายให้ไทยพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ให้มีความน่าเชื่อถือ สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้มากขึ้น เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พาประเทศก้าวพ้นการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในอนาคต