thansettakij
thansettakij
เช็กอาการ โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราที่มาพร้อมกับน้ำท่วมขัง

เช็กอาการ โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราที่มาพร้อมกับน้ำท่วมขัง

หน้าฝน-น้ำท่วมขัง ทำผิวหนังอับชื้น เสี่ยงโรคเชื้อราที่เท้า-ฮ่องกงฟุต เปิดวิธีสังเกตอาการ พร้อมวิธีปฏิบัติตัวทันทีเพื่อลดความเสี่ยงหลังเดินลุยน้ำ

KEY

POINTS

  • โรคน้ำกัดเท้า (ฮ่องกงฟุต) เกิดจากการติดเชื้อราที่ผิวหนังบริเวณเท้า เนื่องจากการเดินย่ำน้ำหรือแช่เท้าในน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
  • อาการที่พบบ่อยคือผิวหนังเปื่อยยุ่ย เป็นขุยขาว มีอาการคันมาก โดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า อาจลอกเป็นแผ่น แตกเป็นร่อง และมีกลิ่น
  • การป้องกันคือหลีกเลี่ยงการแช่น้ำท่วมขัง หากจำเป็นให้รีบล้างเท้าและเช็ดให้แห้งทันที และรักษาความสะอาดของเท้าอยู่เสมอ

จากสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนและการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้ "โรคหน้าฝน" พบได้บ่อยมากขึ้นในประชากรทุกช่วงวัย พาไปทำความรู้จักพร้อมกับการสังเกตอาการของ "โรคน้ำกัดเท้า" กันบ้าง ข้อมูลจากระทรวงสาธารณสุข ได้อธิบายเกี่ยวกับ โรคน้ำกัดเท้า ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ 

สาเหตุ โรคน้ำกัดเท้า หรือ ฮ่องกงฟุต

สาเหตุมาจากการเดินย่ำน้ำหรือการแช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ บ่อย ๆ อาจทำให้เกิดโรคเชื้อราที่เท้าได้ จึงขอแนะนำประชาชนที่ประสบอุทกภัยระวังโรคน้ำกัดเท้า หรือบางคนอาจเรียกทั่วไปว่าฮ่องกงฟุต หรือ โรคน้ำกัดเท้า ทางวิชาการเรียกว่า โรคเชื้อราที่เท้า ซึ่งโรคนี้เกิดจากผิวหนังโดยเฉพาะส่วนของเท้า

แช่น้ำเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังอับชื้น

เริ่มแรกผิวหนังชั้นบนสุดจะขึ้นเป็นขุยขาวๆ และยุ่ย ต่อมาจะลอกเป็นแผ่นหรือสะเก็ดแล้วแตกเป็นร่องและมีกลิ่น ซึ่งเกิดจากเชื้อราที่สะสมในชั้นของผิวหนัง ถ้าแกะลอกขุยขาวๆ ที่เปียกยุ่ยออก จะเห็นผิวหนังข้างใต้มีลักษณะแดงๆ และมีน้ำเหลืองซึม มักมีอาการคันยิบๆ ร่วมด้วย

บางคนอาจลามไปที่ฝ่าเท้า หรือเล็บเท้า อาจทำให้ฝ่าเท้าลอกเป็นขุยขาวๆ หรือเป็นตุ่มพองใหญ่และคันมาก มักจะเห็นได้บริเวณซอกนิ้วเท้าและมีอาการคันถ้ามีอาการอักเสบเป็นหนองด้วย แสดงว่าอาจติดเชื้อแบคทีเรียจากการแกะ เกาผิวหนังบริเวณนั้น

การป้องกันความเสี่ยงจากโรคเชื้อราที่เท้า

  • รักษาผิวหนังโดยเฉพาะที่มือ เท้า ให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ

การดูแลรักษาโรคน้ำกัดเท้า

  • ให้ใช้ยารักษากลากเกลื้อนทาบาง ๆ ในบริเวณที่เป็น ทายารักษาต่อเนื่องนาน 3-4 สัปดาห์
  • ถ้ามีน้ำเหลืองเยิ้ม ต้องใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำด่างทับทิมหรือน้ำเกลืออ่อนๆโปะจนผ้าหมาดหรือใกล้จะแห้ง ปฏิบัติเช่นนี้บ่อยๆ จนกว่าผื่นคันจะแห้ง จึงใช้ยารักษากลากเกลื้อนได้
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำที่ท่วมขัง หรือหากเลี่ยงไม่ได้
  • ควรล้างทำความสะอาดผิวหนังและเช็ดให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทันทีที่ขึ้นจากน้ำ อาจใช้แป้งเด็กโรยที่เท้าบ้างแต่โรยบาง ๆ ก็เพียงพอ หรือใช้สารส้มถูผิวหนังบริเวณที่ต้องถูกน้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นเปื่อยน้อยลง