
เปิดวิธีสังเกต 5 อาการเตือน 'โรคไข้ฉี่หนู' ภัยร้ายหน้าฝน-น้ำท่วมขัง
สถานการณ์หน้าฝน-น้ำท่วมขัง เพิ่มความเสี่ยงแพร่กระจายของเชื้อโรคเลปโตสไปโรสิส โรคไข้ฉี่หนู เช็กลิสต์อาการป่วยรุนแรงตั้งแต่ไข้สูง ปวดน่อง ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนตับวายและไตวาย พร้อมข้อปฏิบัติป้องกันตัวที่ควรรู้
KEY
POINTS
- โรคไข้ฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในปัสสาวะสัตว์ สามารถติดต่อสู่คนผ่านบาดแผลหรือผิวหนังเมื่อสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ
- อาการเตือนที่สำคัญ ได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และตาแดงร่วมด้วย
- กลุ่มเสี่ยงหลักคือเกษตรกรและผู้สูงอายุ โดยสถานการณ์ล่าสุดพบผู้ป่วยแล้วกว่า 3,300 ราย และเสียชีวิต 46 ราย
- หากมีอาการป่วยหลังเดินลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลน ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติความเสี่ยงเพื่อรับการรักษาที่รวดเร็ว
จากสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนและการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้ "โรคหน้าฝน" พบได้บ่อยมากขึ้นในประชากรทุกช่วงวัย พาไปทำความรู้จักพร้อมกับการสังเกตอาการของ "โรคไข้ฉี่หนู" หรือ "โรคเลปโตสไปโรสิส" ที่ต้องระวัง
โรคเลปโตสไปโรสิส เกิดจากอะไร
โรคเลปโตสไปโรสิส หรือ โรคไข้ฉี่หนู เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า เลปโตสไปร่า (Leptospira) ซึ่งสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ โดยเชื้อจะปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ ได้แก่ หนู สุนัข โค กระบือ สุกร แพะ แกะ เป็นต้น โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล ผิวหนังที่อ่อนนุ่มจากการแช่น้ำ หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก เมื่อสัมผัสน้ำ ดิน หรือโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อโดยเฉพาะการเดินลุยน้ำหรือทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำท่วม จะมีความเสี่ยงต่อการติดโรคนี้เพิ่มขึ้น
สถานการณ์โรคไข้ฉี่หนู
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้ฉี่หนูว่า ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยแล้ว 3,303 ราย เสียชีวิต 46 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 1.39 โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 50 – 59 ปี และกลุ่มอายุ 40 – 49 ปี ตามลำดับ
พบผู้ป่วยมากที่สุดในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสดิน น้ำ หรือพื้นที่ชื้นแฉะจากการประกอบอาชีพ พื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูงกระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง ได้แก่ ระนอง น่าน ตรัง แม่ฮ่องสอน และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยแต่ละสัปดาห์ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และยังพบผู้เสียชีวิตในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีฝนตกและน้ำท่วมขัง
อาการของโรคไข้ฉี่หนู
เริ่มจากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือโคนขาจะปวดมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และตาแดง เป็นต้น หากมีอาการป่วยดังกล่าวขอให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว อย่าซื้อยามากินเองเพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้
ที่สำคัญขอให้แจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย แพทย์จะดำเนินการรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามอาการและความรุนแรงของโรค ยิ่งพบแพทย์เร็ว ยิ่งมีโอกาสหายเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เสียชีวิตเกิดจากพบแพทย์ช้าเกินไป จึงต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันทีที่มีอาการ
4 วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคไข้ฉี่หนู
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคไข้ฉี่หนู ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ควรสวมรองเท้าบูต หรือสวมถุงพลาสติกสะอาดที่หาได้ในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง กรณีมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
2. หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังจากเสร็จจากการทำงานหรือลุยน้ำ
3. หมั่นทำความสะอาดบ้านเรือนและสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีหนูชุกชุม
4. หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการผิดปกติภายหลังสัมผัสน้ำ/ดินโคลน ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินโคลนให้แพทย์ทราบ







