
แก้วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ ชูสิทธิประโยชน์ต้องเข้าถึงทุกกลุ่ม ลดเด็ก-ครอบครัวตกหล่น
กรมอนามัย ชวนรัฐ–สังคม–ยุติธรรม ปรับมาตรการดูแลแม่และเด็ก ชูสิทธิประโยชน์ต้องเข้าถึงทุกกลุ่ม ลดเด็ก-ครอบครัวตกหล่น
KEY
POINTS
- มีการจัดเสวนาระดับชาติเพื่อหาแนวทางแก้ไขวิกฤตอัตราการเกิดต่ำและคุณภาพของเด็ก
- เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำให้สิทธิประโยชน์และการดูแลแม่และเด็กเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและป้องกันไม่ให้มีครอบครัวตกหล่น
- เสนอให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพ สังคม และกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง
19 กันยายน 2569 กรมอนามัยเผยผลการเสวนาระดับชาติ "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ" ในเวที "สภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน" เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา ประเด็น "มาตรการการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็ก" เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับมาตรการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็กที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงสะท้อนช่องว่างและอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิและบริการ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงรูปธรรมที่ครอบคลุมและช่วยลดความเหลื่อมล้ำ
โดยมีนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย นางอภิญญา ชมพูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.วริศรา ศิริสุทธิเดชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย กรมราชทัณฑ์ นางสาวชนิดา วิชัยคำ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบสุขภาพเด็กและเยาวชน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมเสวนา โดยมี แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย ดำเนินการเสวนา
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยนมุมมองต่อมาตรการการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็กที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมพิจารณาช่องว่างและอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิและบริการ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและครอบครัวที่ยังตกหล่น เพื่อร่วมกันพัฒนาข้อเสนอที่สามารถนำไปสู่การดูแลแม่และเด็กอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยประเด็นสำคัญในการเสวนา ครอบคลุม 4 มิติ
1. มิติด้านสุขภาพ การดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็กตลอดช่วง 2,500 วันแรกของชีวิต
2. มิติด้านสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
3. มิติการคุ้มครองสิทธิและการดูแลต่อเนื่องในบริบทของกรมราชทัณฑ์
4. มิติการคุ้มครองสิทธิและการดูแลต่อเนื่องในบริบทของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากเวทีดังกล่าว คือการทำให้เห็นภาพรวมของมาตรการการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็กที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงค้นหาช่องว่างและอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิและบริการ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและครอบครัวที่ยังตกหล่น
ตลอดจนพัฒนาแนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพ หน่วยงานด้านสังคม และกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้แม่และเด็กได้รับการดูแลและเข้าถึงสิทธิอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน เพื่อให้มาตรการดูแลแม่และเด็กไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านสุขภาพ แต่ครอบคลุมมิติทางสังคม การคุ้มครองสิทธิ และการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมอันเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กไทยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต







