thansettakij
thansettakij
มช.จับมือเอกชน เปิดตัว “LEPSIA”ยากันชักเด็ก จากสารสกัดช่อดอกกัญชา

มช.จับมือเอกชน เปิดตัว “LEPSIA”ยากันชักเด็ก จากสารสกัดช่อดอกกัญชา

16 ก.ย. 69 | 10:57 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 69 | 11:07 น.

นวัตกรรมไทยก้องโลก มช.ร่วมจับมือ "ภาคเอกชน" เปิดตัว "LEPSIA" ยากันชักเด็ก สารสกัดจากช่อดอกกัญชา ลดค่ายา 64.8%

KEY

POINTS

  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับภาคเอกชน เปิดตัว "LEPSIA" ยารักษาโรคลมชักสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นสารสกัดจากช่อดอกกัญชาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. แล้ว
  • เป็นยาที่พัฒนาและผลิตโดยคนไทยแบบครบวงจร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาเมื่อเทียบกับยานำเข้า และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาของผู้ป่วยเด็ก
  • "LEPSIA" เป็นยาแผนปัจจุบันในรูปแบบสารละลายรับประทานที่มีสาร CBD เป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งต้องใช้ภายใต้การดูแลและคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

มช. ร่วม แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ ผลักดันงานวิจัยจากห้องทดลองสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรม ต่อยอดงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์ครบวงจรสู่ยาแผนปัจจุบัน ผลิตโดยคนไทย-ผ่านการขึ้นทะเบียน อย. “LEPSIA” สารละลายรับประทานที่มี cannabidiol เป็นสารสำคัญ สำหรับใช้ทางการแพทย์ ช่วยลดภาระค่ายาเมื่อเทียบกับยานำเข้า พร้อมเดินหน้าขยายการเข้าถึงผู้ป่วยเด็กไทย

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด เปิดตัว “LEPSIA” ผลิตภัณฑ์ยาสารสกัด cannabidiol (CBD) ในรูปแบบ oral solution สำหรับใช้ทางการแพทย์ โดยพัฒนาจากสารสกัดช่อดอกกัญชาเกรดการแพทย์ ต่อยอดจากโครงการวิจัยกัญชาทางการแพทย์แบบครบวงจรของ มช. ซึ่งดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชนต่อเนื่องหลายปี

ผลิตภัณฑ์ LEPSIA ได้รับการขึ้นทะเบียนยา โดยฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุชื่อการค้าว่า LEPSIA สารสำคัญคือ cannabidiol รูปแบบ oral solution เลขทะเบียน 1A 18/69(NG) 

                   มช.จับมือภาคเอกชน เปิดตัว LEPSIA ยากันชักเด็ก

การพัฒนาครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบ การปลูกและควบคุมคุณภาพ การสกัดสาร CBD การพัฒนาตำรับยา ตลอดจนการทดสอบและประเมินการใช้ทางการแพทย์ โดยมีนักวิจัยจากหลายคณะของ มช.ร่วมดำเนินการ ขณะที่ภาคเอกชนเข้ามาต่อยอดงานวิจัยสู่กระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม 

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ความสำเร็จของ LEPSIA เป็นผลจากการผลักดันงานวิจัยสารสกัด Pure CBD เพื่อพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบัน โดย มช.เริ่มขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคเอกชนมาตั้งแต่ปี 2562 และบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา ตั้งแต่การเกษตร เภสัชศาสตร์ แพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์

จุดสำคัญของโครงการคือการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การสกัดและควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยา เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในแต่ละขั้นตอนได้อย่างเป็นระบบ

                     มช.จับมือภาคเอกชน เปิดตัว LEPSIA ยากันชักเด็ก

ด้าน นายศุภเดช อำนวยสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของการนำสารสกัดจากธรรมชาติมาผลิตในระดับอุตสาหกรรม คือการควบคุมให้ผลิตภัณฑ์แต่ละล็อตมีคุณภาพและความสม่ำเสมอ จึงมีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกระบวนการผลิตระดับ Pharma Grade เพื่อรักษาคุณภาพของสารสกัด Pure CBD

ขณะที่ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. ระบุว่า การพัฒนายาแผนปัจจุบันจากวัตถุดิบภายในประเทศถือเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมยา โดยการขึ้นทะเบียนยาต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับด้านต้นทุน ผู้พัฒนาระบุว่า การผลิตภายในประเทศสามารถ ลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 64.8% เมื่อเทียบกับยานำเข้าในปริมาณที่เท่ากัน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น 

                     มช.จับมือภาคเอกชน เปิดตัว LEPSIA ยากันชักเด็ก

ทั้งนี้ LEPSIA เป็น ยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนสามารถซื้อมาใช้เองโดยทั่วไป ดังนั้นการใช้ยาต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้และคำสั่งของแพทย์ รวมถึงอยู่ภายใต้ระบบการจัดซื้อและการใช้ยาของสถานพยาบาล

โครงการนี้ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องกว่า 7 ปี โดย อย. มีบทบาททั้งในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลให้การพัฒนาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการ จนสามารถก้าวมาถึงการขึ้นทะเบียนยาได้ ช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับนวัตกรรมทางการแพทย์สู่มาตรฐานสากล