thansettakij
thansettakij
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์พุ่ง กรมการแพทย์ดันไทยตรวจคัดกรองเร็ว-ชะรอโรค

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์พุ่ง กรมการแพทย์ดันไทยตรวจคัดกรองเร็ว-ชะรอโรค

14 ก.ย. 69 | 09:40 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 69 | 09:41 น.

ปี 2030 สมองเสื่อมในไทยจะพุ่ง 1.17 ล้านคน กรมการแพทย์ชูนวัตกรรมตรวจเลือด Biomarkers แม่นยำ 80-90% คัดกรองอัลไซเมอร์ระยะแรก ลดภาระเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในไทยมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น คาดว่าจะแตะ 1.17 ล้านคนในปี 2573 จากการที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว
  • กรมการแพทย์ผลักดันการใช้นวัตกรรมตรวจเลือดหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เพื่อช่วยคัดกรองโรคได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
  • ชี้สามารถลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้ด้วยการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการฝึกจิตใจให้ไม่เครียด มีมุมมองเชิงบวก และนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ

กรมการแพทย์ร่วมกับสถาบันประสาทวิทยา รับมือ “สมองเสื่อม-อัลไซเมอร์” พุ่ง 1.17 ล้านคนปี 2030 ชูตรวจเลือด Biomarker คัดกรองเร็ว ลดข้อจำกัด PET Scan-เจาะน้ำไขสันหลัง หวังชะลอโรค ลดภาระเศรษฐกิจและสังคม

เดินหน้ารับมือปัญหา “โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์” หลังไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดปี 2030 ผู้มีภาวะสมองเสื่อมในไทยพุ่งแตะ 1.17 ล้านคน และเพิ่มเป็น 2.4 ล้านคนในปี 2050 ขณะที่ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมกว่า 700,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์มากกว่า 500,000 คน

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ทำให้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงวัยมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะ “ภาวะสมองเสื่อม” ซึ่งโรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด

ภาวะสมองเสื่อมเกิดจากความเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อสมอง ไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านความจำ แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและการแสดงออกของผู้ป่วยด้วย จึงจำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

โดยกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายพัฒนาระบบบริการให้สอดรับกับสังคมผู้สูงอายุ โดยสถานพยาบาลมีการจัดระบบบริการในรูปแบบคลินิกผู้สูงอายุ ขณะที่กรมการแพทย์มุ่งเปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติผ่าน Service Plan และขยายระบบบริการไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรอง การรักษา และระบบดูแลอย่างครอบคลุมตั้งแต่ระยะแรก

สำหรับประชาชนอายุ 55 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองทางจิตวิทยาได้ฟรี และเข้าถึงยารักษาตามระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ชูตรวจเลือด Biomarker คัดกรองเร็ว

นอกจากนี้ กรมการแพทย์และสถาบันประสาทวิทยาเตรียมนำนวัตกรรมการตรวจเลือดหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ หรือ Blood-based Biomarkers ได้แก่ p-Tau181 และ p-Tau217 เข้ามาเสริมในระบบสุขภาพ เพื่อให้การคัดกรองทำได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น รวมถึงช่วยลดการตรวจยืนยันด้วยการถ่ายภาพสมองหรือการเจาะน้ำไขสันหลังที่ไม่จำเป็น

พร้อมเร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขาโรคสมองเสื่อม (National Dementia Service Plan) กระจายแนวทางปฏิบัติทางคลินิก (CPG) ฉบับใหม่ไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อศึกษาวิจัยด้านความคุ้มค่าทางการแพทย์ รองรับการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ผู้ป่วยกว่า 90% เข้าไม่ถึงการตรวจยืนยัน

ด้าน นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า ข้อจำกัดสำคัญในอดีตของการตรวจยืนยันโรคอัลไซเมอร์ คือจำเป็นต้องใช้การเจาะน้ำไขสันหลัง (CSF) หรือการตรวจ PET Scan ซึ่งมีความซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และดำเนินการได้เฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ป่วยกว่า 90% ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจดังกล่าว

ปัจจุบันสถาบันประสาทวิทยาจึงผลักดันการนำนวัตกรรมตรวจเลือดหาค่า Biomarker เช่น p-Tau181 และ p-Tau217 มาใช้ในระบบสุขภาพ เพื่อเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการคัดกรอง รวมถึงลดความจำเป็นในการส่งตรวจทางรังสีวิทยาขั้นสูง

“อาการหลงลืมในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องธรรมดาตามวัย แต่เป็นโรคทางชีววิทยาของสมอง ที่จำเป็นต้องตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม และเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม”

คาดสมองเสื่อมแตะ 2.4 ล้านคนปี 2050

ขณะที่ พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ามีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมกว่า 700,000 คน เป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์มากกว่า 500,000 คน

ยังมีข้อมูลระบุว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีภาวะสมองเสื่อมประมาณ 10% ขณะที่กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็น 35% และผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงถึง 50% สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรไทยที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวทำให้คาดว่าจำนวนผู้ป่วยสมองเสื่อมในประเทศไทยจะเพิ่มเป็น 1.17 ล้านคนในปี 2030 และ 2.4 ล้านคนในปี 2050 สะท้อนว่าโรคสมองเสื่อมจะกลายเป็นปัญหาสำคัญต่อระบบสุขภาพไทย และสร้างภาระทางเศรษฐกิจและสังคมจากค่าใช้จ่าย รวมถึงกำลังคนจำนวนมากที่ต้องใช้ในการดูแลผู้ป่วย

โครงการ Alzheimer โลก

ดังนั้น สถาบันประสาทวิทยาจึงเร่งผลักดันการคัดกรองให้สามารถตรวจพบผู้ป่วยได้เร็วขึ้น เพราะหากพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วขึ้น และสามารถชะลอการเสื่อมถอยของโรคได้เป็นเวลานาน ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดระยะเวลาการพึ่งพิง

ตรวจเลือดแม่นยำ 80-90% ลุ้นเข้าหลักประกันสุขภาพ

พญ.ทัศนีย์ กล่าวว่า การตรวจเลือดหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของโรคสมองเสื่อมเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างด้านการวินิจฉัย โดยมีความแม่นยำมากกว่า 80-90% และมีการรับรองจาก FDA ของสหรัฐฯ สำหรับการตรวจบางรูปแบบ

ปัจจุบันยังมีผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมสูงถึง 75-96% เนื่องจากข้อจำกัดของกระบวนการตรวจแบบเดิม ทั้งการเจาะน้ำไขสันหลังและ PET Scan ที่มีความซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และจำกัดอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่

ทั้งนี้ การตรวจเลือดเพื่อหาตัวบ่งชี้โรคสมองเสื่อมในปัจจุบันยังมีต้นทุนประมาณ 10,000 บาทต่อชุด แต่คาดว่าราคาจะลดลงในอนาคตจากการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก หากสามารถผลักดันให้การตรวจดังกล่าวเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ จะช่วยลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงการวินิจฉัย และมีส่วนสำคัญในการลดความรุนแรงของปัญหาโรคสมองเสื่อมในประเทศไทย

แนะ 3 แนวทางลดเสี่ยงสมองเสื่อม

อย่างไรก็ตาม นอกจากการตรวจคัดกรองและรักษาแล้ว ยังสามารถลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้ด้วยการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการฝึกจิตใจให้ไม่เครียด มีมุมมองเชิงบวก และนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ

โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) หากพบว่ามีความรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยรักษาภาวะดังกล่าว เนื่องจากการลดความเครียดและการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดูแลสุขภาพสมองและลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว