
วิกฤตของแพง ดัน 'เนื้อ-ไข่' ราคาพุ่ง กรมอนามัยแนะเคล็ดลับ 'กินดีในงบจำกัด'
กรมอนามัย เผยผลสำรวจพบ อาหารราคาแพงเป็นสาเหตุทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น 63.76 % สะท้อนผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชน เปิดเคล็ดลับ 'กินดีในงบจำกัด'
KEY
POINTS
- วิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารแพงขึ้น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และไข่ ซึ่งประชาชนระบุว่าหาซื้อได้น้อยลง
- ผลสำรวจอนามัยโพลชี้ว่า ประชาชนปรับตัวด้วยการซื้ออาหารราคาถูกลง ทำอาหารกินเองมากขึ้น และลดการบริโภคขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มรสหวาน
- กรมอนามัยแนะเคล็ดลับ "กินดีในงบจำกัด" โดยให้วางแผนเมนู เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล และเลือกแหล่งโปรตีนราคาเหมาะสม เช่น ไข่ เต้าหู้ และถั่ว
9 กันยายน 2569 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อและบริโภคอาหารของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อราคาวัตถุดิบ ค่าเดินทาง และต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนอาจต้องปรับลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร เลือกซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง หรือลดการบริโภคอาหารบางกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลต่อความหลากหลายและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ได้รับ
กรมอนามัย จึงสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผ่าน "อนามัยโพล" เรื่อง "ใช้ชีวิตยังไง ในยามยากลำบาก" เพื่อสะท้อนสถานการณ์ด้านการเข้าถึงอาหาร ความสามารถในการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น
จากผลการสำรวจอนามัยระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 941 พบว่า สถานการณ์ที่กระทบต่อการกินหรือการซื้ออาหารมากที่สุด คือ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น คิดเป็นร้อยละ 46.23 รองลงมาคือ เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 30.29 ส่วนกลุ่มอาหารที่ผู้ตอบระบุว่า หาซื้อยากหรือซื้อได้น้อยลง ได้แก่ เนื้อสัตว์ ร้อยละ 29.76 น้ำมันประกอบอาหาร ร้อยละ 26.35 และไข่ ร้อยละ 21.15 นอกจากนี้ยังมีอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป ผลไม้ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ข้าว แป้งหรือเส้นต่าง ๆ และผัก
อาหารราคาแพง ทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น
"สำหรับสาเหตุที่ทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น พบว่า อันดับแรก คือ อาหารราคาแพง ร้อยละ 63.76 รองลงมาคือ รายได้ลด ร้อยละ 36.66 หาซื้ออาหารได้ยาก ร้อยละ 17.22 เดินทางไปซื้อยาก ร้อยละ 15.83 และทำอาหารไม่เป็น ร้อยละ 10.10
ขณะเดียวกัน ผู้ตอบระบุว่ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินบางส่วน โดยลดการบริโภคอาหารบางกลุ่ม ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และไอศกรีม ร้อยละ 47.29 รองลงมาคือ อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป ร้อยละ 46.12 และเครื่องดื่มรสหวาน ร้อยละ 43.36
สำหรับการปรับตัวเรื่องการกิน พบว่า ส่วนใหญ่เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลงหรือซื้อช่วงลดราคา 64.82% รองลงมาคือ ทำอาหารกินเองมากขึ้น 37.51% ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง 33.58% ขณะที่ระบุว่าลดจำนวนมื้ออาหารหรือกินน้อยลง 32.83% ลดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน 25.71% และซื้ออาหารครั้งละมากขึ้นเพื่อเก็บไว้ 18.49% ตามลำดับ
กรมอนามัย แนะ เคล็ดลับกินดีในงบจำกัด
กรมอนามัย แนะนำประชาชน "กินดีในงบจำกัด" ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้
1. วางแผนเมนูและรายการซื้อ
2. เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลและที่หาได้ในท้องถิ่น
3. เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ
4. เลือกแหล่งโปรตีนที่มีราคาเหมาะสม เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และเนื้อสัตว์ พร้อมเพิ่มผักและผลไม้ตามฤดูกาล หากสามารถทำอาหารกินเองได้จะช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายและเลือกส่วนประกอบของอาหารได้เหมาะสมมากขึ้น
ทั้งนี้ แม้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีความหลากหลาย และไม่ลดหรืองดอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อสุขภาพ อธิบดีกรมอนามัย กล่าว







