
สช. ถกเข้ม มุ่งสร้างนโยบายจากการมีส่วนร่วม สู่ 'นโยบายกินได้'
สช. ชูเวที สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เปิดโจทย์ใหญ่ส่งเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อมควบคู่การรังสรรค์ระบบนิเวศอุ้มชู "First Jobber" วัยทำงานรุ่นใหม่ เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พร้อมแปรข้อเสนอเชิงนโยบายเป็น "นโยบายกินได้"
KEY
POINTS
- สช. เตรียมจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 โดยมุ่งพัฒนานโยบายผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดเป็น "นโยบายกินได้" ที่นำไปปฏิบัติได้จริง
- มีการพิจารณา 2 ประเด็นนโยบายหลัก ได้แก่ "การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม" และ "การพัฒนาระบบนิเวศสำหรับกลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ (First Jobber)"
- ที่ประชุมเสนอให้ปรับกรอบประเด็นนโยบายทั้งสองให้ชัดเจนและสื่อสารเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนเห็นความเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น
- กระบวนการจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2569 โดย รศ.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล ประธานอนุกรรมการสนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ นำพิจารณาระเบียบวาระเรื่องความคืบหน้าการพัฒนาประเด็นสำหรับสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 และระเบียบวาระเรื่องการออกแบบกระบวนการมีส่วนร่วมและการจัดเวทีในระดับต่าง ๆ
สำหรับประเด็น "การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม" มุ่งเชื่อมโยงธรรมชาติ ทรัพยากร และพื้นที่สิ่งแวดล้อมกับสุขภาวะของประชาชน โดยอยู่ระหว่างการจัดทำร่างเอกสารหลักและร่างเอกสารมติจากข้อคิดเห็นของหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ที่ประชุมเสนอให้ปรับกรอบประเด็นให้แคบและชัดเจนขึ้น คำนึงถึงความแตกต่างของบริบทเมือง กึ่งเมืองกึ่งชนบท และชนบท รวมทั้งทบทวนการใช้คำว่า สิ่งแวดล้อม, ธรรมชาติ หรือ ระบบนิเวศ เพื่อให้สื่อสารกับประชาชนได้เข้าใจง่าย เห็นความเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และแสดงคุณค่าเพิ่มจากนโยบายเดิม
ส่วนประเด็น "การพัฒนาระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของกลุ่มเริ่มต้นทำงานใหม่ (First Jobber)" มุ่งสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยเรียนสู่ตลาดแรงงาน โดยครอบคลุมคุณภาพชีวิต การเปลี่ยนผ่านสู่อาชีพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต สุขภาพจิต การคุ้มครองทางสังคม และการใช้ข้อมูลประกอบการออกแบบนโยบาย
ที่ประชุมเสนอให้กำหนดนิยามและขอบเขตของ First Jobber ให้ชัดเจน โดยเน้นแนวคิด "ชีวิตที่เปลี่ยนผ่าน" และพิจารณาประเด็นคุณภาพงานและมาตรฐานการจ้างงานควบคู่กับการพัฒนาทักษะ เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีงานที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาวะ
พร้อมกันนี้กระบวนการมีส่วนร่วมจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่การพัฒนาร่างข้อเสนอ การรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศ การเตรียมทีมในพื้นที่ การรับฟังระดับภูมิภาคและจังหวัด จนถึงการพิจารณาและรับรองมติ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนอย่างมีความหมายและการนำความคิดเห็นไปใช้จริง
นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ยึดติดกับวงจรการศึกษาและการทำงานรูปแบบเดิมอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีการผลักดันแนวคิด สังคมแห่งความเป็นอยู่ที่ดี โดยถอดบทเรียนจากต้นแบบเมืองที่ประชากรอายุยืนในต่างประเทศ เพื่อสร้างพื้นที่ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพและ การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ เป้าหมายสำคัญคือการกำหนดทิศทางให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
สำหรับความคืบหน้าการเตรียมงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ใน 4 ด้าน ได้แก่ การสื่อสารสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมุ่งใช้ทั้งสื่อดิจิทัล และสื่อสุขภาวะชุมชนเพื่อสร้างการรับรู้ ผลักดัน "นโยบายกินได้" และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม พร้อมพัฒนารายการ "สมัชชาหน้าไมค์" และ "บันทึกคนต้นแบบ" เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างสุขภาวะจากพื้นที่ต่าง ๆ
ขณะเดียวกันมีการรายงานความคืบหน้าสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ รวมถึงร่างกำหนดการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2568 และรับทราบมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 และมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นเรื่อง การสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs)
ขั้นตอนต่อไป สช. จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศในประเด็น "การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม" วันที่ 7 ตุลาคม 2569 และประเด็น "การพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มเริ่มต้นทำงานใหม่" วันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยในช่วงเช้าเป็นเวทีรับฟังความคิดเห็น และช่วงบ่ายเป็นการประชุมคณะทำงานเพื่อนำข้อคิดเห็นไปปรับปรุงเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย
กระบวนการทั้งหมดเป็นการเตรียมความพร้อมสู่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายแบบมีส่วนร่วม และนำไปสู่ "นโยบายกินได้" ที่ตอบโจทย์สุขภาวะของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม







