thansettakij
thansettakij
"ฮั้ว-กาญจนา" ผู้พิชิต "ไอรอนแมน-HYROX" สู่อาชีพที่ใช่ในวัย 48 ปี

"ฮั้ว-กาญจนา" ผู้พิชิต "ไอรอนแมน-HYROX" สู่อาชีพที่ใช่ในวัย 48 ปี

เมื่อเราหลงรักการออกกำลังกายทุกประเภท HYROX ไตรกีฬา พิลาทิส มาตลอดชีวิต ทำไมเราถึงจะเปลี่ยนอาชีพไม่ได้ มาฟังความเห็นของ "ฮั้ว-กาญจนา" เมื่อเธอเปลี่ยนอาชีพในวัย 48 ปี

KEY

POINTS

  • ThanTalk Interview คุยแบบเจาะลึกกับ “ฮั้ว-กาญจนา เอื้อวิทยา” จากอดีตนักวิ่งบล็อกเกอร์และนักการตลาด ผันตัวมาเป็นนักไตรกีฬาและสามารถพิชิต "ฟูลไอรอนแมน" ได้สำเร็จ แม้ต้องเผชิญอุบัติเหตุและการบาดเจ็บรุนแรงหลายครั้ง
  • ประสบการณ์บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา นำเธอไปสู่การค้นพบ "พิลาทิส" ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอค้นพบความหลงใหลครั้งใหม่
  • ในวัย 48 ปี เธอตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพที่ใช่ด้วยการเป็นครูสอนพิลาทิสและเทรนเนอร์ส่วนตัวอย่างเต็มตัวที่ประเทศอังกฤษ โดยเปลี่ยนแพสชันด้านสุขภาพให้เป็นอาชีพ

รายการ ThanTalk Interview ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ฮั้ว-กาญจนา เอื้อวิทยา” อดีตมาร์เก็ตติ้งสาวผู้สร้างชื่อในฐานะ “Runner Blogger” นักวิ่งแถวหน้าของเมืองไทย ที่ปัจจุบันได้ผันตัวเองไปสู่การเป็นครูสอนพิลาทิส (Pilates Instructor) และเทรนเนอร์ส่วนตัว (Personal Trainer หรือ PT) ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

เส้นทางชีวิตเกือบ 20 ปีบนถนนสายกีฬาของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ อุบัติเหตุ บทเรียนชีวิต และการค้นพบ “เป้าหมายที่แท้จริง” ในวันที่ก้าวสู่วัย 48 ปี ซึ่งน่าจะเป็นแรงบันดาลใจและบทเรียนชั้นดีให้กับทุกคน

 

ฮั้ว-กาญจนา เอื้อวิทยา เทรนเนอร์และครูสอนพิลาทิส

 

นักกีฬาผู้ไม่เคยยอมแพ้ และบทเรียนจากความเจ็บปวด

“ฮั้ว” เริ่มต้นเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน จากแรงบันดาลใจง่ายๆ หลังชมภาพยนตร์เรื่อง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” การวิ่งในประเทศไทยยังมีขนาดเล็กมาก ข้อมูลการฝึกซ้อมแทบไม่มีให้ค้นหา เธอจึงเริ่มศึกษาข้อมูลด้วยตนเองและเปิดเพจเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งเรื่องการซ้อมและอาการบาดเจ็บ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Runner Blogger ยุคแรก ๆ

แต่ความมุ่งมั่นที่มากจนกลายเป็นความ “บ้าพลัง” ทำให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานซ้ำๆ จนบาดเจ็บสะสม จุดเปลี่ยนแรกเกิดขึ้นเมื่อเธอเดินทางไปแข่ง “โตเกียวมาราธอน” แต่ต้องออกจากการแข่งขันที่กิโลเมตรที่ 30 “การเล่นกีฬาไม่ควรทำให้เราบาดเจ็บจนเดินไม่ได้” เธอเล่าถึงบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ต้องหยุดพักรักษาตัวยาวนานถึง 3-4 เดือน ผ่านทั้งการฝังเข็ม กายภาพบำบัด และการทำช็อกเวฟ

วิกฤตินี้ทำให้เธอตระหนักว่า ร่างกายต้องการความหลากหลายในการเคลื่อนไหว เธอจึงหันมาสนใจ “ไตรกีฬา” เพื่อสลับการใช้งานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แม้ว่าในเวลานั้นจะว่ายน้ำไม่เป็นและขี่จักรยานไม่แข็ง แต่เธอก็เลือกเผชิญหน้ากับความกลัว

 

"ชาญ-กาญจนา เอื้อวิทยา" ลงแข่ง RYROX BANGKOK ที่ผ่านมา

 

เธอเริ่มต้นจาก “ทวิกีฬา” (วิ่ง-ปั่น) ก่อนจะตัดสินใจหาโค้ชมาสอนว่ายน้ำอย่างจริงจัง “จำได้ว่าร้องไห้ทุกครั้งที่ลงน้ำ และกลัวการว่ายน้ำในทะเลมาก แต่ยิ่งทำไม่ได้ ยิ่งต้องพยายามทำ เพื่อเอาชนะความกลัวด้วยความสม่ำเสมอ” ฮั้วเล่าถึงวันที่ต้องฝ่าฟันกับความกลัวทั้งหมด

ความพยายามเหล่านั้นส่งผลให้เธอไต่เต้าจากระยะสั้น (Sprint) ระยะมาตรฐาน (Standard) ครึ่งไอรอนแมน (Half Ironman) จนก้าวไปสู่จุดสูงสุดของการเป็นผู้พิชิต “ฟูลไอรอนแมน” (Full Ironman) ที่พอร์ตเอลิซาเบธ แอฟริกาใต้ ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นได้มอบฉายา “เจ้าแม่ชนวัว” ให้กับเธอ

อุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นในกิโลเมตรที่ 100 ของช่วงปั่นจักรยาน ขณะที่เธอกำลังทำความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงลงจากเนินเขา จู่ ๆ มีวัวตัวหนึ่งวิ่งทะลุออกมากลางถนนที่ปิดทำการแข่งขัน การปะทะอย่างรุนแรงทำให้ร่างกระเด็น ใบหน้าซีกหนึ่งกระแทกพื้นอย่างจัง ฟันหน้าตาย แขนขาช้ำระบมไปทั้งตัว

ภายใต้กฎเหล็กของ Iron Man หากนักกีฬาได้รับการรักษาหรือช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก จะต้องถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันทันที ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวและการซ้อมอย่างหนักหน่วงมาหลายเดือน เธอจึงปฏิเสธการปฐมพยาบาลและฝืนความเจ็บปวดกลับขึ้นไปปั่นจักรยานต่อจนจบระยะ 180 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บและทรมาน ก่อนจะกัดฟัน “เดิน” ต่อไปอีก 42 กิโลเมตรในสเตจวิ่ง


“เดินไปร้องไห้ไป สู้กับใจตัวเองตลอดทางว่าพอก่อนไหม แต่ในที่สุดเราก็ผ่านมันมาได้”


เธอเข้าเส้นชัยก่อนเวลาปิดการแข่งขัน (Cut-off) เพียงแค่ 90 วินาทีเท่านั้น บทเรียนนี้สอนเธอว่า ความพยายามและการตั้งเป้าหมายที่แน่วแน่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้เสมอ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว

หลังจากผ่านศึกไอรอนแมน “ฮั้ว-กาญจนา” ยังคงแสวงหาความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการหันไปซ้อมวิ่งเทรล แต่ธรรมชาติก็มอบบทเรียนให้อีกครั้งเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุล้มจน “ข้อศอกหลุด” ระหว่างซ้อมที่เชียงใหม่เพื่อเตรียมไปแข่งเทรล 50 ฮ่องกง

อาการบาดเจ็บครั้งนี้รุนแรงจนต้องเข้าเฝือกและพักรักษาตัวยาวนาน เธอสูญเสียการใช้งานแขนขวาชั่วคราว จนต้องฝึกใช้มือซ้ายทำทุกอย่างแทน เธอเล่าว่าอุบัติเหตุครั้งนี้สอนให้เธอรู้จัก “การขอความช่วยเหลือ” และการ “ลดอีโก้” ของตัวเอง ยอมรับความอ่อนแอและได้รับการซัพพอร์ตจากผู้คนรอบข้าง

วิกฤติสู่โอกาสตกหลุมรัก “พิลาทิส” เริ่มต้นใหม่ในวัย48

“ตอนแรกคิดว่าพิลาทิสเป็นแค่การยืดเหยียดธรรมดา แต่พอได้สัมผัสจริงๆ มันคือการสร้างความแข็งแรงจากกล้ามเนื้อมัดลึกชั้นในสุดของร่างกาย (Deep Muscles) เช่น ท้องส่วนลึก ที่ปกติการออกกำลังกายทั่วไปเข้าไม่ถึง” พิลาทิสไม่ได้เป็นเพียงการฝึกร่างกาย แต่คือการฝึกสมาธิ จิตใจ และการควบคุมร่างกายให้ทำงานประสานกัน อย่างสมบูรณ์แบบ

 

"ชาญชัย-กาญจนา เอื้อวิทยา" จบอันดับสามในการแข่ง HYROX Bangkok รุ่น Double mix อายุ 50-54 ปี เป็นคนไทยคู่เดียวที่ได้ขึ้นโพเดียมในรุ่นนี้

 

ความหลงใหลในศาสตร์นี้จุดประกายให้เธออยากศึกษาหาความรู้อย่างลึกซึ้ง แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถาบันฝึกสอนในประเทศไทยในปี 2019 ที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด เธอจึงเก็บความฝันนั้นไว้ก่อนจนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อเธอแต่งงานและย้ายไปใช้ชีวิตที่เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษร่วมกับ ชาญ เอื้อวิทยา (สามี) เธอเลือกที่จะไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป และทบทวนสิ่งที่ตัวเองรักและตระหนักว่า “กีฬาและสุขภาพ” คือสิ่งที่อยู่เคียงข้างเธอมาเกือบ 20 ปี

เธอตัดสินใจเข้าเรียนและสอบใบรับรองมาตรฐานระดับสากลเพื่อก้าวสู่การเป็น Personal Trainer (PT) และ Pilates Instructor อย่างเต็มตัวในวัย 48 ปี เปลี่ยนจากแพสชันส่วนตัวสู่การเป็นผู้นำทางด้านสุขภาพให้แก่ผู้อื่นอย่างภาคภูมิใจ

ถอดสูตร “การออมสุขภาพ” เพื่อสร้าง Longevity

ในฐานะเทรนเนอร์มืออาชีพ ฮั้วได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับวัยทำงานและผู้สูงอายุ “เราต้องมองการออกกำลังกายเหมือนกับการเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณ เราสะสมร่างกายและความแข็งแรงในวันนี้ เพื่อที่เราในวัย 70 ปีจะยังสามารถออกไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยวต่างประเทศ ถือของช้อปปิ้ง หรือเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือเป็นภาระให้ลูกหลาน” เธอกล่าว

สำหรับสูตรสำเร็จในการสะสม “ทุนสุขภาพ” เธอได้จัดลำดับความสำคัญตามความเป็นจริงของร่ายกายไว้ดังนี้

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือหัวใจอันดับหนึ่ง

ร่างกายต้องการการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ความสำคัญกับการนอนหลับมาเป็นอันดับแรก เคล็ดลับของเธอคือการนอนหลับให้เป็นเวลา โดยเธอจะเข้านอนตอน 22:00 น. และปล่อยให้ร่างกายตื่นเองตามธรรมชาติโดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก เพื่อรักษาดุลยภาพของนาฬิกาชีวิต และประเมินคุณภาพการนอนให้ได้คะแนน สูงกว่า 80% ในทุกๆ คืน

“โภชนาการแบบยืดหยุ่น” เน้นสารอาหารครบถ้วน

 ไม่อดอาหารหรือตัดมื้อโปรดออกไปอย่างสุดโต่ง เพราะชีวิตต้องมีความสุข แต่จะใช้การปรับสมดุล เช่น หากมื้อนี้รับประทานอาหารรสจัดหรือไขมันสูง มื้อถัดไปจะชดเชยด้วยสลัดหรืออาหารคลีน สิ่งสำคัญคือต้องเน้นสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมันดีให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

การออกกำลังกายที่สมํ่าเสมอและพอดี

สร้างพื้นฐานด้วยแรงต้าน (Resistance/Strength Training) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน การเล่นเวทเทรนนิ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อ ช่วยให้ยกสิ่งของหรือเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว

ความสม่ำเสมอชนะทุกสิ่ง (Consistency) แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ วันละ 1 ชั่วโมง หรือหากเวลาน้อยก็สามารถทำแบบเข้มข้นสั้นๆ (HIIT) เพียง 15-20 นาที เลือกประเภทกิจกรรมที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงการหักโหม การออกกำลังกายที่มากเกินไปส่งผลเสียมากกว่าผลดี ร่างกายจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างสมดุล (ทางสายกลาง)

เป้าหมายสูงสุดในระยะยาว “ฮั้ว-กาญจนา” ในวัย 48 ปี ไม่ใช่การเอาชนะใคร แต่คือความตั้งใจที่จะลงแข่งไตรกีฬาได้อย่างแข็งแรงสง่างามในวัย 70 ปี เรื่องราวของเธอสะท้อนให้เห็นว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นทำในสิ่งที่รัก และการลงทุนออมสุขภาพเพื่อตัวเราเองในอนาคต”