thansettakij
thansettakij
TRP ปรับทัพใหญ่ ปั้น Longevity Ecosystem ดันรายได้พันล้านใน 3 ปี

TRP ปรับทัพใหญ่ ปั้น Longevity Ecosystem ดันรายได้พันล้านใน 3 ปี

20 ส.ค. 69 | 09:30 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ส.ค. 69 | 09:38 น.

โรงพยาบาลธีรพร (TRP) ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ Transformation สู่ผู้นำนวัตกรรมศัลยกรรมความงาม สร้าง Medical-Wellness-Longevity Ecosystem ดันรายได้ 3 ปี ทะลุ 1,000 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • TRP ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ จากโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมใบหน้าสู่การสร้าง "Medical–Wellness–Longevity Ecosystem"
  • ตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้ให้แตะระดับ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี โดยใช้ธุรกิจด้าน Wellness และ Longevity เป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่
  • ต่อยอดจากธุรกิจศัลยกรรมซึ่งยังเป็นรายได้หลัก พร้อมขยายบริการใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ชะลอวัย และรุกขยายตลาดต่างประเทศ

โรงพยาบาลธีรพร หรือ บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP เดินเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากธุรกิจความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่เติบโตด้วย “ฝีมือแพทย์” สู่โครงสร้างรายได้ใหม่ ปรับโครงองค์กรครั้งใหญ่ จากฐานการศัลยกรรมใบหน้าที่ดำเนินงานมานานกว่า 4 ทศวรรษ ขยับสู่ Medical–Wellness–Longevity Ecosystem

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการแพทย์ (CO-CEO(MED)) บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจหลักของบริษัทมีรากฐานจากศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ซึ่งเป็นงานเฉพาะทางที่ทำมานาน แต่ทิศทางต่อจากนี้จะเร่งขยาย Wellness, Longevity และ Aging โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและการชะลอวัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการแพทย์ (CO-CEO(MED)) บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน)

เหตุผลสำคัญคือ หลังการผ่าตัด ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงผลลัพธ์ในช่วงแรก แต่ต้องการให้ผลลัพธ์ดูดีและคงอยู่ในระยะยาว จึงต้องมีการดูแล บำรุง และ Maintenance ต่อเนื่อง และจากเดิมธุรกิจกลุ่มนี้ถูกวางเป็นธุรกิจเสริม บริษัทจึงเตรียมผลักดันขึ้นมาเป็นธุรกิจหลัก เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมตั้งแต่ศัลยกรรม การฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลสุขภาพระยะยาว

เติมทีมแพทย์ รับธุรกิจที่กว้างกว่าการผ่าตัด

โดยบริษัทเน้นคัดเลือกแพทย์ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญและคุณธรรมจากองค์กรชั้นนำเข้ามาให้บริการ ซึ่งปัจจุบันม่ศัลยแพทย์เกือบ 10 ท่าน และแพทย์ในสาย Wellness ประมาณ 3 ท่าน ขณะที่แพทย์ Part-time และ Full-time มีสัดส่วนประมาณ 50:50

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนการเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับธุรกิจที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการผ่าตัด แต่กำลังขยายไปสู่บริการด้านสุขภาพและ Longevity ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา

จับตลาด Premium ไม่แข่งตามแฟชั่น

ทั้งนี้ TRP ได้วางตำแหน่งแตกต่างจากคลินิกความงามทั่วไป ไม่เน้นศัลยกรรมตามกระแส แต่ให้น้ำหนักกับคุณภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยมีฐานลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป กว่า 90% เป็นผู้หญิง ขณะที่กลุ่มผู้ชายเริ่มเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและการชะลอวัย

"แนวคิดของ TRP ไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าให้เป็นไปตามเทรนด์ แต่ต้องการให้ลูกค้ายังคงเป็นตัวเอง เพียงแต่ดูอ่อนเยาว์และสมดุลขึ้น พร้อมดูแลสุขภาพจากภายในควบคู่กัน ลูกค้าหลักเป็นกลุ่ม Premium ที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความประณีตของการรักษา มากกว่าการเลือกบริการจากราคาเพียงอย่างเดียว"

ขณะที่พฤติกรรมของลูกค้าต่างประเทศเริ่มเปลี่ยน จากเดิมฐานลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่มาจากอาเซียน ปัจจุบันพบคนไทยที่พำนักในยุโรปและสหรัฐฯ เดินทางกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่ง AI Search เริ่มเป็นอีกช่องทางที่ทำให้ลูกค้าต่างประเทศค้นพบโรงพยาบาล โดยบางส่วนใช้ AI ค้นหาข้อมูล ก่อนติดต่อนัดหมายและมาเข้ารับบริการ

โดยกลยุทธ์ของ TRP ยังคงให้น้ำหนักกับ Word of Mouth ควบคู่ Social Media ผ่าน Content ให้ความรู้ คลิปอธิบายบริการ และรีวิว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

Fresh Stem Cell–Soft Tissue Grafting และขยายพื้นที่บริการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ กล่าวว่า อีกหนึ่งในธุรกิจใหม่ที่บริษัทกำลังพัฒนาคือ Fresh Stem Cell และ Soft Tissue Grafting ซึ่งนำเนื้อเยื่อที่มี Stem Cell และเซลล์ประเภทอื่นมาใช้ในการปรับรูปหน้าพร้อมกันนี้ ยังขยาย Sports Medicine–Nutrition–Science รองรับบริการใหม่ ตั้งแต่ Sports Medicine, โภชนาการ, กายภาพบำบัด ไปจนถึงวิทยาศาสตร์การกีฬา

ดันให้ธุรกิจเริ่มขยับเข้าใกล้ Wellness และ Fitness Center แต่ใช้ทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมออกแบบการดูแล เพื่อให้บริการมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเหมาะกับแต่ละบุคคล

3–5 ปี เดินสองขาควบคู่ศัลยกรรม–Wellness

สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 3–5 ปี บริษัทจะต่อยอดธุรกิจเดิมควบคู่กับการสร้างธุรกิจใหม่ โดยศัลยกรรมยังเป็นแกนสำคัญ ขณะที่ Wellness และ Longevity จะเข้ามารับบทบาทมากขึ้น โดยธุรกิจใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาสร้างการรับรู้และฐานลูกค้า คาดว่าจะต้องใช้เวลา อย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่บริการใหม่จะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างและสร้างฐานผู้ใช้บริการได้มากขึ้น

ศัลยกรรมยังเป็น Core Business 90% แต่ต้องสร้างเครื่องยนต์ใหม่

นางพรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหาร (CO-CEO) บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการเตรียมองค์กรสำหรับการเติบโตระยะต่อไป โดยนำ Medical Excellence ซึ่งเป็นฐานเดิมของ TRP มาผสานกับ Professional Management

แต่ธุรกิจศัลยกรรมตกแต่งยังเป็น Core Business คิดเป็นประมาณ 90% ของรายได้จากการบริการ กลยุทธ์จึงไม่ได้ลดน้ำหนักธุรกิจศัลยกรรม แต่ใช้ฐานเดิมต่อยอดไปสู่บริการใหม่ โดยในปีนี้เตรียมฟื้นการเติบโตของ FaceLock พร้อมผลักดันบริการที่มีศักยภาพ เช่น Multi Cell

อีกแกนสำคัญคือการขยาย Customer Journey จากศัลยกรรมไปสู่บริการด้านความงาม สุขภาพ และการดูแลเชิงป้องกัน โดยเฉพาะ Wellness & Longevity, Weight Management และ Hormone Management เป้าหมายคือขยายบริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา การรักษา ไปจนถึง Aftercare เพื่อเพิ่มโอกาสการใช้บริการต่อเนื่อง และสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากฐานลูกค้าเดิม

นางพรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหาร (CO-CEO) บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน)

"รายได้ประมาณ 90% ในปัจจุบันมาจากหัตถการ ซึ่งเป็นธุรกิจที่พึ่งพาความสามารถของแพทย์โดยตรง และเป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ยาก ในระยะต่อไปจึงต้องรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหัตถการ พร้อมสร้างธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม โดยวางภาพในอนาคตให้โครงสร้างธุรกิจอาจขยับไปสู่สัดส่วนประมาณ 80:20 ระหว่างหัตถการกับธุรกิจ Longevity รวมถึงการกิน การใช้ชีวิต การพักผ่อน และการนอนหลับ เพื่อขยายธีรพรจาก “สถาบันความงาม” ไปสู่ “สถาบันชีวิต” ต่อไป"

ขณะเดียวกัน ธุรกิจศัลยกรรมความงามยังคงเป็นรายได้หลัก และบริษัท ไม่มีแผนขยายสาขา โดยต้องการรักษาฐานธุรกิจไว้ที่โรงพยาบาลแห่งเดียว

International Market จาก Organic สู่การทำตลาดเชิงรุก

นางพรพิวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันธีรพรเริ่มขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ลูกค้าต่างชาติเดินทางเข้ามาแบบ Organic ผ่านเว็บไซต์และการบอกต่อ ตลาด International จึงถูกวางเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ โดยกลยุทธ์และการตลาดในปีนี้ อยู่ระหว่างการพูดคุยประกอบด้วย กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย และอิสราเอล รวมถึงการทำตลาดผ่านเอเจนซี

โดย TRP เคยสร้างรายได้สูงสุดมากกว่า 800 ล้านบาท ก่อนชะลอตัวลงจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจ การเมืองโลก และการทำตลาดที่ยังไม่เต็มศักยภาพ ดังนั้น เป้าหมายระยะสั้นคือหยุดการลดลงของยอดขาย และต้องการเห็นรายได้กลับเข้าสู่ระดับ 3 หลักในปีหน้า ก่อนขยับสู่ระดับ 4 หลักภายใน 3 ปี หรือกล่าวในเชิงเป้าหมายธุรกิจ คือการกลับมาสู่รายได้ระดับหลายร้อยล้านบาท และขยับสู่ระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในกรอบ 3 ปี โดยมี Longevity เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ

จาก Word of Mouth สู่การรุกตลาดต่างประเทศ

นพ.ธนจักร สินรัชตานันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารรุ่นใหม่ โรงพยาบาลธีรพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเติบโตจากชื่อเสียงและการบอกต่อ หรือ Word of Mouth เป็นสำคัญ แต่ทิศทางต่อไปคือการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาออกไปสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพื่อขยายการเข้าถึงทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ

หนึ่งในแนวทางคือการต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์รวมทั้งนำเทคโนโลยีและแนวทางการรักษาใหม่มาพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์การรักษาและ Patient Experience ตลอดจรเตรียมเพิ่มน้ำหนักด้านงานวิจัย การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการผลักดันผลงานของแพทย์ไทยเข้าสู่เวทีวิชาการต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

บทบาทสำคัญคือการบริหารแบรนด์ การตลาดดิจิทัล และการขยายตลาด เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนจากธุรกิจที่มีศัลยกรรมเป็นแกนหลัก ไปสู่แบรนด์ที่ครอบคลุม Lifestyle & Wellness โดยยังคงจุดแข็งของธีรพรที่ม้ DNA ด้านนวัตกรรมศัลยกรรมเอาไว้ สร้างชื่อจาก Facial Plastic Surgeryครอบคลุมการรักษาทั้งหัตถการด้านความงาม Wellness และ Longevity

นพ.ธนจักร สินรัชตานันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารรุ่นใหม่ โรงพยาบาลธีรพร

"เรามีทีมบริหารมีประสบการณ์ในตลาดต่างประเทศ ทั้งจีน สหรัฐฯ และอาเซียน ทำให้สามารถเชื่อมต่อความเข้าใจตลาดฝั่งตะวันออก ตะวันตก และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการบริการด้านความงามสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของธีรพร และมีโอกาสแข่งขันได้ทั้งด้านราคาและระยะทาง"

Transformation แบบ Hybrid รักษา Family Business

นพ.ธนจักร กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านของธีรพรไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนจาก Family Business ไปเป็น Corporate แต่เป็นการสร้างโมเดล Hybrid ที่ผสมจุดแข็งของธุรกิจครอบครัวเข้ากับ Professional Management หัวใจสำคัญคือการไม่ทิ้ง Origin ขององค์กร โดยเฉพาะความเป็น Family ที่ถูกส่งต่อผ่านทั้งการแพทย์และการบริการ ขณะเดียวกันก็เติมระบบบริหารจัดการเพื่อรองรับการเติบโตในระดับที่ใหญ่ขึ้น

เป้าหมายของ Transformation จึงไม่ใช่เพียงการขยายขนาดโรงพยาบาล แต่คือการยกระดับ TRP ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีชื่อเสียงในระดับสากล จากธุรกิจที่เติบโตบนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมใบหน้ามานานกว่า 40 ปี วันนี้ธีรพรจึงกำลังวางหมากใหม่ โดยใช้ Medical Innovation เป็นรากฐาน, Longevity เป็น New Growth Area, International Market เป็นเครื่องยนต์การเติบโต และ Hybrid Management เป็นโครงสร้างรองรับอนาคต

อย่างไรก็ตามโจทย์ของ TRP ไม่ใช่การทิ้งธุรกิจศัลยกรรม แต่คือการเพิ่มเครื่องยนต์รายได้ใหม่ ที่จะไม่เป็นเพียงโรงพยาบาลศัลยกรรมใบหน้าอีกต่อไป แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็น Medical–Wellness–Longevity Ecosystem ที่ใช้ Medical Excellence เป็นรากฐาน และ Professional Management เป็นกลไกผลักดันธุรกิจจากตลาดไทยสู่เวทีสากล