
วันแม่อย่าดูแลแค่ลูก ชี้ 3 ช่วงวัยสุขภาพผู้หญิงที่ควรใส่ใจ
เจาะลึก 3 ช่วงวัยสุขภาพผู้หญิงจาก DKSH ชี้ผู้หญิง 8 ใน 10 คนเสี่ยงติดเชื้อ HPV แนะแนวทางดูแลคุณแม่ วิธีรับมืออาการวัยทอง ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้หญิงไทยในระยะยาว
KEY
POINTS
- DKSH ชี้ 3 ช่วงวัยสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ สุขภาพปากมดลูก, การตั้งครรภ์ และวัยหมดประจำเดือน
- แต่ละช่วงวัยมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน เช่น การติดเชื้อ HPV ที่อาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก, ภาวะช่องคลอดอักเสบขณะตั้งครรภ์ และอาการช่องคลอดแห้งในวัยหมดประจำเดือน
- DKSH เน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสมตามช่วงวัย
"วันแม่" ไม่ใช่แค่วันที่ลูกบอกรักแม่ แต่ยังเป็นวันที่ชวนให้ผู้หญิงหันกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเอง เพราะร่างกายของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย ตั้งแต่สุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ การตั้งครรภ์ ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน แต่ละช่วงล้วนมีประเด็นสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด จึงชวนผู้หญิงให้หันมาใส่ใจสุขภาพใน 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่ 1.สุขภาพปากมดลูก 2.การตั้งครรภ์ และ 3.วัยหมดประจำเดือน ตอกย้ำความสำคัญของการตรวจสุขภาพและการรับคำปรึกษา เพื่อให้ได้รับการดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย
สุขภาพปากมดลูก ตรวจความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โดยสุขภาพปากมดลูก เป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้หญิงควรให้ความสำคัญ เพราะความผิดปกติสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ข้อมูลจาก DKSH ระบุว่า ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำประมาณ 8 ใน 10 คน เคยติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แม้การติดเชื้อหลายกรณีจะหายได้เองตามธรรมชาติ แต่มีมากกว่า 15% ที่การติดเชื้อยังคงเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปสู่มะเร็งปากมดลูก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
สำหรับการตรวจพบเชื้อเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพ ผู้หญิงบางส่วนยังลังเลที่จะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ หรือไม่กล้าเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที การเข้าถึงทางเลือกในการดูแลรักษาที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงมีส่วนช่วยสร้างความมั่นใจในการเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษา และลดความกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่โรคจะลุกลาม
ทั้งนี้ DKSH ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพ เช่น MSD เพื่อขยายการเข้าถึงวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี รวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันทางการแพทย์ที่มีข้อมูลทางคลินิกรองรับ เช่น สเปรย์พ่นช่องคลอดสำหรับดูแลรอยโรคบริเวณปากมดลูกระยะเริ่มต้น และผลิตภัณฑ์สำหรับอาการช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย
การตั้งครรภ์ การดูแลคุณแม่ควบคู่กับสุขภาพของลูกน้อย
ถัดมาคือการตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และผู้หญิงหลายคนอาจเผชิญกับปัญหาสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ นับเป็นหนึ่งในประเด็นที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะสุขภาพในช่องคลอด เนื่องจากภาวะบางอย่างอาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพของคุณแม่และผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์
จากข้อมูลพบว่า มากกว่า 50% ของผู้ป่วยภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรียมักกลับมาเป็นซ้ำภายใน 6-12 เดือน หลังการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
ดังนั้น เมื่อพบความผิดปกติหรือมีข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพช่องคลอด การปรึกษาแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อพิจารณาทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในช่วงการตั้งครรภ์และการให้นมบุตร
การดูแลสุขภาพของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์จึงไม่ได้จำกัดเพียงสุขภาพของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์ด้วย
วัยหมดประจำเดือน เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยน สุขภาพก็เปลี่ยนตาม
เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในช่องคลอด อาจทำให้เกิดอาการช่องคลอดแห้ง รู้สึกไม่สบายตัว ติดเชื้อซ้ำซ้อน และเกิดอาการผิดปกติทางระบบปัสสาวะ
อาการเหล่านี้สามารถส่งผลต่อความรู้สึกสบายตัวและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน การดูแลสุขภาพเชิงรุกจึงยังคงมีความสำคัญ แม้จะพ้นช่วงวัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์แล้วก็ตาม
ดังนั้น DKSH จึงสนับสนุนให้ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติในช่องคลอด และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในช่วงวัยหมดประจำเดือน
สุขภาพผู้หญิงต้องดูแลต่อเนื่องในทุกช่วงวัย
ตั้งแต่สุขภาพปากมดลูก การตั้งครรภ์ ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน แต่ละช่วงวัยมีความเปลี่ยนแปลงและประเด็นสุขภาพที่แตกต่างกัน การตรวจสุขภาพเป็นประจำ การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และการปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เมื่อพบอาการหรือข้อกังวล จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้หญิงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของ DKSH ระบุถึงพันธกิจในการส่งมอบ “บริการด้านสุขภาพสำหรับทุกคน” พร้อมเชื่อมโยงนวัตกรรมทางการแพทย์ให้เข้าถึงผู้คน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นและการมุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นหัวใจหลัก รวมถึงขยายการเข้าถึงโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพทั่วภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ผ่านเครือข่ายพันธมิตร การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และความมุ่งมั่นต่อผู้ป่วย







