thansettakij
thansettakij
เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' ร้อง 7 พันรายการ สธ.-สปสช. ลุยสอบเบิกจ่ายผิดปกติ 0.3%

เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' ร้อง 7 พันรายการ สธ.-สปสช. ลุยสอบเบิกจ่ายผิดปกติ 0.3%

07 ส.ค. 69 | 10:16 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ส.ค. 69 | 11:01 น.

สาธารณสุข - สปสช. ตรวจสอบระบบ 'หมอพร้อม' เผย ปัญหาส่วนใหญ่มาจากงานคัดกรองเชิงรุก การเร่งทำตัวชี้วัด และ Human Error พร้อมเร่งตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย 0.3% ย้ำให้ความเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงาน เตรียมเชื่อมระบบแบบเรียลไทม์เพื่อความโปร่งใส

7 สิงหาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมด้วยนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดสธ. และ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สธ. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีข้อมูลผู้ป่วยในระบบ "หมอพร้อม"   

นพ.โสภณ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลสรุปเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 ขณะนั้นมีผู้แจ้งร้องมาจำนวน 7,164 คน เป็นรายการที่แจ้งเข้ามา 18,052 รายการ จากผลการดำเนินการตรวจสอบ 77 จังหวัดทั่วประเทศเฉลี่ย 2.5 รายการต่อประชาชน 1 คน โดยข้อมูลทุกหน่วยบริการผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ร่วมตรวจสอบ

สาธารณสุข แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีข้อมูลผู้ป่วยในระบบ "หมอพร้อม"

73% ของคำร้องเกี่ยวกับบริการคัดกรองส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค

พบว่า สถานพยาบาล 40% เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่อยู่ในสังกัดสธ. และ 18.8% เป็นรพ.สต.สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมกันสองส่วนที่ให้บริการปฐมภูมิเป็นหลักเกือบ 60% นอกจากนี้มีรพ.ชุมชน ซึ่งบริการปฐมภูมิเป็นส่วนใหญ่อีก 24%  ที่เหลือส่วนน้อยเกิดจากการการบริการ รพ.ทั่วไป และรพ.ศูนย์

นพ.โสภณ กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า มากกว่า 3 ใน 4 หรือ 73% ของคำร้องเกี่ยวข้องกับบริการคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเจ็บป่วย หรือรักษา แต่เป็นการทำงานเชิงรุกให้ประชาชนตรวจสุขภาพ  อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคำร้องอย่างละเอียด พบว่า 16,436 รายการจากที่แจ้งเข้ามากว่า 1.8 หมื่นรายการ ตรวจสอบเสร็จแล้ว 29.9% อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 70.1% 

สรุปผลตรวจสอบข้อมูลแอปฯ หมอพร้อม 

ผลการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลปกติ รับบริการจริงถึง 35.8%  อาจมีความเกี่ยวข้องกับตัวชี้วัด 32.9% และ Human Error 24.8%  อื่นๆ 6.2% และกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับความสนใจมาก คือ อาจมีความเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย 0.3% ทั้งนี้ สำหรับเหตุผลที่เกิดผิดพลาด สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก คือ 

1. กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เช่น การให้บริการภายในชุมชน เช่น การคัดกรองมะเร็งเต้านม อย่าง อสม.ไปตรวจและทราบว่าไม่เจอ เมื่อกลับมาก็แจ้ง รพ.สต.

สิ่งที่ปรากฏ คือ มีการค้นหามะเร็งเต้านมแต่คำอาจไม่มีให้เขียนชัดเจนว่า เป็นการไปสอนตรวจที่บ้าน และบริการเหล่านี้ไม่ได้มีเบิกค่าบริการ แต่เป็นการส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนตระหนักในการค้นหา คัดกรองด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเหล่านี้มาจากหน่วยบริการ หรือรพ.คีย์เข้ามาและปรากฎในหมอพร้อม

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

2. กรณีตัวชี้วัด KPI ซึ่งมองว่าการดำเนินการหลายอย่างไม่ตอบตัวชี้วัด เนื่องจากพบว่า ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ปฐมภูมิคีย์ข้อมูลในช่วงท้ายไตรมาสแรก และไตรมาสที่ 2 เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงหยุดยาว มีประชาชนเดินทางกลับบ้านเพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานมาก ดังนั้น จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ 

3. เรื่องความผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน คือ มีผู้รับบริการจริงแต่สลับคนเพราะชื่อต้นเหมือนกันแต่นามสกุลไม่เหมือนกันจึงกดเลือกชื่อแรกไป  

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องที่ 1 - 3 ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วแต่บางส่วนต้องทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการและผู้รับบริการเพื่อให้เข้าใจชัดเจนเพราะมีความผิดพลาดของข้อมูลซึ่งต้องหาวิธีการป้องกันแก้ไขต่อไป ขณะที่ 0.3% อาจเกี่ยวกับการเบิกจ่าย ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดต่อไป นพ.โสภณ ระบุ 

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลปมเบิกจ่าย  0.3%

ด้าน นพ.จเด็จ เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สปสช.ได้เข้าร่วม สธ.ในการตรวจสอบข้อมูลโดยภารกิจของ สปสช.จะร่วมกับสธ.คือ ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วและอาจมีความเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย 0.3% โดยสปสช.จะดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการ สปสช.ว่าด้วยวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขและการดำเนินการกรณีการตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข พ.ศ.2566

หากพบว่า ไม่ถูกต้อง สปสช.จะตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกิน 7 คนเพื่อตรวจสอบการเบิกจ่ายว่า ไม่ถูกต้องอย่างไร พร้อมขยายผลดำเนินการ จากนั้นจะดำเนินการปรับตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับผลงานและการเบิกจ่ายกับ สปสช.

นอกจากนั้นจะยกระดับด้วยการเชื่อมระบบร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข ทั้ง Moph PHR และ E -cailm เพื่อให้เชื่อมโยงข้อมูลเบิกจ่ายและจะมีการแจ้งผลไปยัง "หมอพร้อม" กลับคืนประชาชนแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนรู้ข้อมูลทันที นอกจากนี้จะมีระบบออดิทเข้าไปอีกทีเพื่อให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็งในอนาคต

กรณีเป็นการเบิกข้อมูลไม่ตรงตามจริง 0.3% คือ เป็นการเบิกเท็จและส่อไปในทางทุจริตหรือไม่นั้น นพ.โสภณ ระบุว่า รายการอาจสามารถเบิกค่าบริการได้ทั้งที่ไม่ได้ดำเนินการแต่ไปคีย์ข้อมูลก่อนซึ่งส่วนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า การบริการที่ประชาชนไม่ได้รับมีการเบิกเงินไปที่หน่วยบริการหรือไม่ ขอเวลาในการตรวจสอบร่วมกับสปสช.ก่อน

นพ.จเด็จ เลขาธิการ สปสช.

"ส่วนใหญ่เป็นสถานบริการปฐมภูมิ หน่วยบริการเชิงรุกกระจายอยู่ในหลายจังหวัด เบื้องต้นขอตรวจสอบรายละเอียดให้มีความชัดเจนก่อน เวลานี้อาจจะเร็วเกินไปที่จะระบุว่า มีบุคคลกระทำผิดแล้วหรือไม่ ขอเวลาตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด" 

ปลัดสธ. เชื่อมั่น บุคลากรทำงานด้วยความตั้งใจดี

ด้าน นพ.สมฤกษ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า เชื่อมั่นว่าบุคลากรสาธารณสุขทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจดีในการปฏิบัติงานเพื่อสุขภาพของประชาชน ไม่มีบุคลากรท่านไหนที่เจตนาสร้างความเสียหายให้ประชาชนในเรื่องข้อมูล ในประเด็นข้อกังขาเรื่องอาจมีเรื่องของการทุจริตสงสัยอยู่มีกระบวนการดำเนินการตรวจสอบว่าแต่ละรายดำเนินการอย่างไร

ยืนยันว่า หากพบจะดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. กรณีข้อมูลไม่ตรงตามจริงยังมีแอปฯ อื่นอย่างทางรัฐ ที่เชื่อมระบบ Health Link จะมีการดำเนินการตรวจสอบโดย รมว.สาธารณสุข ให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) หารือร่วมกันว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป

กรณีการตรวจสอบ 0.3% ถามว่า ส่วนหนึ่งมาจากงบส่งเสริมป้องกันอาจเป็นช่องทางของการทุจริตหรือไม่นั้น นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การให้บริการมีทั้งได้ค่าตอบแทนและไม่ได้ มี 0.3% ที่ข้อมูลไม่ตรงและมีการเบิกจ่ายซึ่งต้องเข้าไปดูว่า มีกี่รายเบื้องต้นพบประมาณ 40-50 รายขอให้รอผลตรวจสอบก่อน การมุ่งไปที่การคีย์ข้อมูลเพราะต้องการเคพีไอ คนทำงานจะเสียกำลังใจเพราะไม่ใช่ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี หากพบว่า การคีย์ข้อมูลตาม KPI เพราะถูกผู้บังคับบัญชาสั่งแต่ผู้น้อยกลับต้องรับผิดในเรื่องนี้นั้น นพ.สมฤกษ์ ยืนยันว่า ต้องรอข้อมูลก่อนว่า ผิดจริงหรือไม่ มีเจตนาหรือมีการทุจริตหรือไม่ หากเจอก็ต้องพิจารณาโทษ ส่วนกรณีผู้เสียหายกังวลว่า จะมีผลต่อประกันสุขภาพเอกชนและขอให้ทางกระทรวงฯทำหนังสือถึงประกันทุกแห่งนั้น เบื้องต้นขอรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายทั้งหมดหากข้อมูลชัดเจนแล้วหากต้องการให้ดำเนินการทางกระทรวงก็ยินดี

เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' ร้อง 7 พันรายการ สธ.-สปสช. ลุยสอบเบิกจ่ายผิดปกติ 0.3%