thansettakij
thansettakij
ห่วง รพ.รายจ่ายพุ่งเกินรายรับ แบกคนไข้บัตรทอง 87% แต่ได้รับงบแค่ 64%

ห่วง รพ.รายจ่ายพุ่งเกินรายรับ แบกคนไข้บัตรทอง 87% แต่ได้รับงบแค่ 64%

03 ส.ค. 69 | 07:15 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 07:30 น.

สธ. ห่วง รพ.รายจ่ายพุ่ง รายรับไม่พอ เผยดูแลคนกลุ่มใหญ่แต่ได้งบรายหัวบัตรทอง 2,618 บาท/คน เสนอทบทวนจัดสรรให้สอดคล้องสถานการณ์จริง

KEY

POINTS

  • โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังเผชิญปัญหารายจ่ายสูงกว่ารายรับ เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
  • รพ.สธ. ต้องดูแลผู้ป่วยสิทธิบัตรทองมากถึง 87% ของประชากรทั้งหมด แต่กลับได้รับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพียง 64%
  • งบเหมาจ่ายรายหัวที่ รพ.สธ. ได้รับเฉลี่ยอยู่ที่ 2,618 บาทต่อคน ซึ่งน้อยกว่าหน่วยบริการอื่นที่ดูแลประชากรส่วนน้อยกว่า แต่ได้รับงบเฉลี่ยสูงถึง 10,063 บาทต่อคน หรือมากกว่าเกือบ 4 เท่า

กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานะการเงินโรงพยาบาลในสังกัดรายรับต่ำกว่ารายจ่าย เหตุต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่รายรับก้อนหลักมาจากงบ "บัตรทอง" ชี้ดูแลประชากรบัตรทองมากถึง 87% แต่ได้รับงบบัตรทองแค่ 64% เฉลี่ยเหมาจ่ายรายหัวเพียง 2,618 บาทต่อคน ขณะที่หน่วยบริการอื่นรวมกันดูแลประชากรอีก 13% ได้รับงบเฉลี่ยเหมาจ่ายรายหัว 10,063 บาทต่อคน มากกว่าถึง 4 เท่า เสนอทบทวนจัดสรรโดยคำนึงถึงต้นทุนและรายหัวประชากรที่ต้องดูแล

นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงงบประมาณที่ได้รับจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ปัจจุบันรายรับของโรงพยาบาลต่ำกว่ารายจ่าย เนื่องจากมีต้นทุนในการให้บริการเพิ่มสูงขึ้น ทั้งเรื่องของยา เวชภัณฑ์ เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา รวมถึงค่าจ้างบุคลากรที่ไม่ได้บรรจุ

โดยปีงบประมาณ 2568 มีรายรับของโรงพยาบาลจากแหล่งรายได้นอกงบประมาณรวม 246,916.3 ล้านบาท แยกเป็น จากกองทุน 30 บาท จำนวน 107,713.10 ล้านบาท คิดเป็น 43.6% รองลงมาคือ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ 43,107 ล้านบาท คิดเป็น 17.5% และกองทุนประกันสังคม 16,349 ล้านบาท คิดเป็น 6.6% 

นพ.สุภโชค กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาเฉพาะเงินของกองทุน 30 บาท ซึ่งเป็นเงินภาษีก้อนใหญ่ของประเทศที่ใช้เพื่อดูแลสุขภาพของคนไทย สปสช.ได้รับงบประมาณปี 2568 จำนวน 168,296 ล้านบาท สำหรับประชากรสิทธิบัตรทอง 47.15 ล้านคน เฉลี่ยงบเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ 3,856 บาทต่อคน โดยโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ดูแลประชากรบัตรทอง 41.13 ล้านคน คิดเป็น 87% ได้รับเงินจากกองทุน 107,731 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของงบทั้งหมด เฉลี่ยเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ 2,618 บาทต่อคน

ขณะที่หน่วยบริการอื่นๆ เช่น โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และอื่นๆ ดูแลประชากรอีก 13% ได้รับเงินจากกองทุน 60,584 ล้านบาท คิดเป็น 36% เฉลี่ยเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ 10,063 บาทต่อคน มากกว่าถึง 4 เท่า

นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งบเหมาจ่ายรายหัวสำหรับการจัดบริการพื้นฐานให้ประชาชน 47 ล้านคน และงบนอกเหมาจ่ายรายหัวสำหรับกิจกรรมสาธารณสุขที่มุ่งเน้น เช่น คลินิกนวัตกรรม กองทุนผู้ติดเชื้อ HIV ไตวาย เป็นต้น ซึ่งปี 2568 จัดสรรให้ ถึง 54,545 ล้านบาท พบว่า ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน งบเหมาจ่ายรายหัวบริการพื้นฐานเพิ่มขึ้นเพียง 26% ขณะที่งบเหมาจ่ายรายหัวกิจกรรมมุ่งเน้น เพิ่มขึ้นถึง 71% 

"การที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลคนส่วนใหญ่ได้รับงบประมาณต่อหัวน้อย ขณะที่หน่วยบริการที่ดูแลคนน้อยแต่ได้งบประมาณต่อหัวสูงกว่า รวมถึงการเพิ่มงบสำหรับบริการพื้นฐานน้อยกว่างบสำหรับกิจกรรมมุ่งเน้น แสดงให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณยังไม่สอดคล้องภาระงานและต้นทุนจริง

ซึ่งเรื่องนี้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอให้มีการทบทวนเงื่อนไขการจัดสรร โดยคำนึงถึงต้นทุนและรายหัวต่อประชากรให้ใกล้เคียงกับประชากรที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องดูแล และต้องเรียงลำดับความสำคัญของการใช้งบ โดยเฉพาะในส่วนของงบนอกเหมาจ่ายกิจกรรมมุ่งเน้น เช่น กองทุนผู้ติดเชื้อ HIV ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้หน่วยบริการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ การใช้งบประมาณเกิดผลลัพธ์ที่ดี และประชาชนทุกคนได้รับบริการที่ดีอย่างเท่าเทียม " นพ.สุภโชคกล่าว