
เช็กด่วน 'โรคไหลตาย' ทำไมคนแข็งแรง เสียชีวิตกะทันหันขณะหลับ
ไขปริศนา "โรคไหลตาย" ภัยเงียบ Brugada Syndrome เผยสัญญาณเตือนใจสั่น-วูบ และพฤติกรรมเสี่ยงพักผ่อนน้อย-ดื่มจัด อาจทำหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
KEY
POINTS
- โรคไหลตาย เกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงเฉียบพลันขณะหลับ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจ (Brugada Syndrome) ทำให้หัวใจหยุดเต้น
- กลุ่มเสี่ยงหลักคือผู้ชายวัยทำงานอายุ 20-50 ปี โดยเฉพาะผู้มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหัน และมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การพักผ่อนน้อย หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก
- แม้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเตือน แต่สัญญาณที่อาจพบได้คืออาการวูบ ใจสั่น หรือหายใจเฮือกขณะหลับ ซึ่งผู้มีความเสี่ยงสูงสามารถป้องกันได้โดยการฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD)
จากกระแสข่าวการเสียชีวิตของ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ (YouTuber), คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ซึ่งยังไม่มียืนยันอย่างเป็นทางการว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร แต่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับ “โรคไหลตาย” หรือไม่ โดยโรคนี้เป็นภาวะที่ควรรู้จัก เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจและนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลัน สามารถคร่าชีวิตได้ในขณะนอนหลับ และไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
“โรคไหลตาย” คือกลุ่มอาการเสียชีวิตขณะนอนหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบนำไฟฟ้าหัวใจ หรือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เลือดไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญได้ จนหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
หนึ่งในภาวะสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคไหลตาย คือ Brugada Syndrome (บรูกาดา ซินโดรม) โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนซึ่งควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยมักเกิดขึ้นในช่วงนอนหลับ เพราะเป็นช่วงที่อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงตามธรรมชาติ ทำให้ความผิดปกติของการนำไฟฟ้าหัวใจแสดงอาการชัดเจนขึ้น
อัตราการตรวจพบโรคไหลตาย
แม้โรคไหลตายจะสร้างความกังวลทุกครั้งที่เกิดข่าวการเสียชีวิตกะทันหัน แต่ในความเป็นจริงพบผู้ป่วยไม่มาก โดยพบประมาณ 0.004% ของประชากร ขณะที่ประเทศไทยพบผู้ป่วย Brugada Syndrome ราว 40 คนต่อประชากร 100,000 คน ส่วนใหญ่พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-50 ปี และพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไหลตาย ได้แก่
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลันตั้งแต่อายุน้อย
- ผู้ที่เคยมีอาการวูบ หมดสติ หรือหน้ามืดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ชายวัยทำงาน อายุ 20-50 ปี
- ผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าหัวใจ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เช่น
- ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ
- มีไข้สูง
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
- ร่างกายขาดน้ำและแร่ธาตุ
- ขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรง
- รับประทานอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก โดยขาดผักและผลไม้ ทำให้โพแทสเซียมต่ำ
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาต้านเศร้า หรือยาที่มีผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ
อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
แม้ผู้ป่วยจำนวนมากจะไม่มีอาการเตือนก่อนเสียชีวิต แต่บางรายอาจมีสัญญาณผิดปกติ ได้แก่
- ใจสั่น
- วูบ เป็นลม หรือหมดสติชั่วคราว
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- ชัก
- หายใจลำบาก
- เจ็บหน้าอก
- เคยตรวจพบหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
- นอนหลับแล้วมีเสียงหายใจครืดคราดหรือหายใจเฮือกคล้ายขาดอากาศ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจเพื่อตรวจหาสาเหตุ
การวินิจฉัยโรคไหลตาย
แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงได้จากหลายวิธี ได้แก่
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- ตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
- ตรวจระบบไฟฟ้าหัวใจ (EP Study)
- ตรวจพันธุกรรม (Genetic Testing)
หากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD หรือ AICD) เพื่อช่วยปรับจังหวะการเต้นของหัวใจเมื่อเกิดภาวะผิดปกติ
โรคไหลตายรักษาได้หรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคไหลตายให้หายขาด แต่สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ยา การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (RFA) หรือการฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ รวมถึงหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
สำหรับผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับ หรือมีอาการผิดปกติที่เข้าข่ายโรคไหลตาย ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองกับแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะแม้โรคนี้จะพบไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้นแล้วอาจนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันได้โดยไม่มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือทันเวลา







