
สธ. ตั้งคณะทำงานร่วม สปสช. สอบปมแอปฯ 'หมอพร้อม' รู้ผลใน 2 สัปดาห์
สธ. -สปสช. ตั้งคณะทำงานร่วมสอบปมแอปพลิเคชัน 'หมอพร้อม' หลังพบพิรุธข้อมูลสุขภาพไม่ตรงความจริง มุ่งเป้า 3 ปมร้อนทั้งฐานข้อมูล HDC ตัวชี้วัด KPI และการเบิกจ่ายงบประมาณ ยันหากพบเจตนาทุจริตไม่มีการละเว้นพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ สปสช. ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" แสดงข้อมูลสุขภาพของประชาชนไม่ตรงกับความเป็นจริง
- การตรวจสอบจะมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก คือ การบันทึกข้อมูลเท็จเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัด (KPI), เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนตามฐานข้อมูล และเพื่อนำไปใช้เบิกจ่ายงบประมาณ
- คณะทำงานคาดว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบได้ภายใน 2 สัปดาห์
30 กรกฎาคม 2569 นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า แอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" แสดงข้อมูลการรับบริการสุขภาพไม่ตรงกับความเป็นจริงและมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมโยงการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัด (KPI) นั้น
ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและข้อสังเกตจากประชาชนซึ่งถือเป็นเสียงสะท้อนที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพของประเทศให้มีความถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความห่วงใยของสังคมเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูล แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
"กระทรวงฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง แม่นยำ และโปร่งใสกลับคืนสู่มือประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิและประวัติสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ ข้อมูลที่ประชาชนเห็นผ่านแอปพลิเคชัน 'หมอพร้อม' เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงจากระบบบริการสุขภาพของหน่วยบริการต่าง ๆ ความถูกต้องของข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น หากพบข้อบกพร่องในจุดใด เราพร้อมปรับปรุงแก้ไขทันที โดยไม่มีการปกปิดหรือละเลยอย่างเด็ดขาด" นพ.เอกชัย กล่าว
นพ.เอกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อเป็นกลไกกลางในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยมี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากกองและสำนักที่เกี่ยวข้อง และมีสำนักสุขภาพดิจิทัล ทำหน้าที่เลขานุการคณะทำงาน
มุ่งตรวจสอบ 3 ประเด็นหลัก
ในส่วนของ สปสช. มี ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และนายประเทือง เผ่าดิษฐ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น คณะทำงานจะมุ่งเน้นตรวจสอบใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนตามรายการของฐานข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ (HDC)
2. กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัดการดำเนินงาน (KPI)
3. กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อนำไปใช้ประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณ และหากพบประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องจะขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบได้ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป
นพ.เอกชัย กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเป็นธรรม หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลหรือข้อผิดพลาดของกระบวนการ จะเร่งดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง พร้อมปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก แต่หากผลการตรวจสอบพบว่า มีการเจตนาบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้ข้อมูลโดยมิชอบ หรือมีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต จะดำเนินการตามระเบียบ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิด
"เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพข้อมูลและเสริมสร้างความโปร่งใสของระบบบริการสุขภาพ กระทรวงฯ จะใช้โอกาสนี้ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลสุขภาพ (Data Governance) ของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลสุขภาพทุกชุดมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และสามารถใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง" นพ.เอกชัยกล่าว
อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขนำส่งข้อมูล คำชี้แจง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพิ่มเติมให้ครบถ้วนเพื่อประเมินข้อเท็จจริง ขอบเขตผลกระทบ และความเหมาะสมของมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกรณี หลังจากมีผู้ใช้สิทธิการรักษาพยาบาล "หมอพร้อม" ร้องเรียนแล้วกว่า 30 ราย







