thansettakij
thansettakij
รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ หัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า

ข้อเข่าเสื่อมพุ่งในผู้สูงวัย-วัยทำงาน แพทย์ชี้หุ่นยนต์เพิ่มทางเลือกการรักษาได้

19 ก.ค. 69 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 69 | 09:12 น.

ผู้สูงอายุและวัยทำงานป่วย “ข้อเข่าเสื่อม“ เพิ่มขึ้น แพทย์แนะรักษาตรงจุดตามสรีระช่วยได้ พร้อมชูนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแม่นยำ ไม่ต้องเปลี่ยนเข่าทั้งข้อเสมอไป

KEY

POINTS

  • โรคข้อเข่าเสื่อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์
  • แนวทางการรักษามีความหลากหลายและเป็นแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การรักษาแบบประคับประคองไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับระยะของโรค
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าถือเป็น "แชมป์อันดับ 1" ของการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนทางศัลยกรรมกระดูกในไทย
  • รพ.พระรามเก้า นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้เป็นทางเลือกใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและยกระดับประสิทธิภาพการรักษา

เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุค Super-Aged Society จำนวนผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเข่าเสื่อมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อเสมอไป เพราะข้อเข่าของแต่ละคนมีโครงสร้างและระดับความเสื่อมไม่เหมือนกัน แนวทางรักษาเฉพาะบุคคล และการใช้เทคโนโลยี จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยยุคปัจจุบัน

ข้อเข่าเสื่อมพุ่งในสังคมสูงวัน คนทำงานเริ่มมีปัญหามากขึ้น

รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ หัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิย” ว่า โรคข้อเข่าเสื่อมกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันยังพบผู้ป่วยในกลุ่มวัยทำงานอายุ 30-40 ปีเพิ่มขึ้น จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้งานข้อเข่าอย่างหนัก และภาวะน้ำหนักเกิน 

รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ หัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า

“หลายคนยังเข้าใจผิดว่าอาการปวดเข่าเป็นเรื่องปกติของอายุ จึงปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้น จนพลาดโอกาสในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จนกลายเป็นระยะรุนแรง แน่นอนว่าการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมมีทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ โดยแพทย์จะประเมินระยะของโรค ตำแหน่ง ลักษณะทางกายวิภาค รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด”

รักษาด้วยแนวคิด Personalized Knee Treatment

ทั้งนี้ แนวทางการรักษาจะครอบคลุมตั้งแต่การประคับประคอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขา ใช้ยา ฉีดสารหล่อลื่น ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ไปจนถึงการผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่นเดียวกัน โรงพยาบาลพระรามเก้า ที่มุ่งเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมนำแนวคิด Personalized Knee Treatment ภายใต้หลักการรักษาแบบ Patient-Specific Treatment มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย ตามโครงสร้างของผู้ป่วยแต่ละราย ตามระยะของโรคเป็นสำคัญ

รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ หัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า กำลังอธิบายเกี่ยวกับการใช้หุ่นยนต์ในการผ่านตัดข้อเข่าเสื่อม

ในผู้ป่วยระยะเริ่มต้น หรือระยะ 1-2 จะเน้นการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ลดน้ำหนักในผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 25 ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และใช้ยาตามความเหมาะสม ยังมีทางเลือกอย่างการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า หรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อก่อนที่จะถึงจุดที่ต้องผ่าตัด

ส่วนผู้ป่วยระยะรุนแรง หรือระยะ 3-4 หากรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่ได้ผลภายใน 3-4 เดือน หรือมีอาการปวดที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก จึงจะพิจารณาเข้ารับการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

เปลี่ยนข้อเข่าเลือกตามลักษณะความเสื่อม

สำหรับผู้ป่วยที่มีการเสื่อมเฉพาะบางตำแหน่งของข้อเข่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (Partial Knee Replacement) เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยรักษาโครงสร้างข้อเข่าปกติไว้ได้มากกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ 

“การเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนเปรียบเสมือนการ “อุดฟัน” เพราะซ่อมเฉพาะส่วนที่เสีย ขณะที่การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมดเปรียบเหมือนการ “ครอบฟัน” ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมลุกลามทั่วทั้งข้อ โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total Knee Replacement) ยังคงเป็นแนวทางรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมทั้งข้อ และให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว โดยมีโอกาสใช้งานได้ถึง 20 ปี สูงถึงประมาณ 92-95% ขณะที่การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วนมีอัตราการใช้งานในช่วงเวลาเดียวกันประมาณ 75%”

ปัจจุบันหัวใจสำคัญของการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้อยู่เพียงการเลือกวิธีผ่าตัดให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำมากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อน และคงโครงสร้างข้อเข่าที่แข็งแรงไว้ให้ได้มากที่สุด และโรงพยาบาลพระราม 9 ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม CORI จากประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผ่าตัด ซึ่งมีความคล่องตัวสูง ช่วยให้แพทย์ควบคุมการทำงานได้สะดวกและเข้าถึงตำแหน่งต่าง ๆ เพิ่มประสิทธิภาพของผลการรักษาในระยะยาว

รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ หัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายถึงการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนหรือการเปลี่ยนทั้งข้อ

ผู้หญิงเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 3-4 เท่า

รศ.นพ.พฤกษ์ กล่าวว่า โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับการใช้งานข้อเข่า น้ำหนักตัว และโครงสร้างของร่างกาย โดยพบว่าผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชายประมาณ 3-4 เท่าปัจจัยสำคัญมาจากผู้หญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้รองรับแรงกระแทกบริเวณข้อเข่าได้น้อยกว่า เมื่อกล้ามเนื้อช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ลดลง แรงที่เกิดขึ้นจึงตกสู่ข้อเข่ามากขึ้น ส่งผลให้ข้อเสื่อมได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของมวลร่างกายและฮอร์โมนในวัยทองยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพกระดูกและข้อในระยะยาว ขณะที่จากประสบการณ์การรักษาในประเทศไทย พบว่าสัดส่วนผู้หญิงที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเข่าสูงกว่าผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 3:1 หรือ 4:1

โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าถือเป็น "แชมป์อันดับ 1" ของการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนทางศัลยกรรมกระดูกในไทย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่มีแนวโน้มพบในกลุ่มที่อายุน้อยลงเรื่อยๆโดยประมาณ 10% อยู่ในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีอาการปวดเข่าต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์ หรืออาการปวดส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรปล่อยไว้จนโรคลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้าย และการป้องกันที่ดีที่สุด คือการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าขาและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า

รวมถึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงกดต่อข้อเข่า เช่น การนั่งยองหรือนั่งพับเพียบ รวมถึงพบแพทย์ทันทีเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาและลดโอกาสเกิดความพิการในอนาคต