thansettakij
thansettakij
ส่องตลาดศัลยกรรมดึงหน้า “รพ.บางมดเอสเธติค” รุกตลาดรับเทรนด์สูงวัย

ส่องตลาดศัลยกรรมดึงหน้า “รพ.บางมดเอสเธติค” รุกตลาดรับเทรนด์สูงวัย

13 ก.ค. 69 | 08:43 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 09:07 น.

โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ชูแนวคิดการดึงหน้ามาตรฐานใหม่ มั่นใจบริการระดับ Luxury ตั้งเป้าปีนี้โต 20% กระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางศัลยกรรมความงามระดับสากล

KEY

POINTS

  • โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค เปิดตัวศูนย์ศัลยกรรมดึงหน้าโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัยและเทรนด์ Healthy Aging
  • กลุ่มผู้รับบริการหลักมีอายุระหว่าง 50-70 ปี โดยศัลยกรรมดึงหน้ามีสัดส่วนสูงถึง 70% ของบริการทั้งหมด
  • ใช้เทคนิค "Segmental Facelift" หรือการผ่าตัดแก้ไขเฉพาะจุดที่มีปัญหา เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและลดระยะเวลาพักฟื้น
  • ตั้งเป้าเติบโต 20% ในปีนี้ พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมความงามในระดับสากล

กว่า 38 ปี ของโรงพยาบาลบางมด ขยายตัวสู่ โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงาม ต่อยอดองค์ความรู้รับเทรนด์ Healthy Aging เปิดตัวศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ภายใต้แนวคิด "THE NEW ERA OF FACELIFT: Precision. Expertise. Rising The Standard." กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้าในประเทศไทย

โดย นายแพทย์สุรสิทธิ์ อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลบางมด และ โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital) โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงามครบวงจร กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาตั้งแต่ช่วยชีวิตผู้ป่วยและฟื้นฟูสภาพร่างกายรวมถึงจิตใจ ตอนนี้ได้พัฒนาองค์ความรู้ ไปสู่ศาสตร์ด้านศัลยกรรมความงามและการดึงหน้า 

ด้วยการเปิดศูนย์ศัลยกรรมดึงหน้า โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค  ตอบโจทย์สังคมสูงวัย รองรับผู้รับบริการที่ให้ความสำคัญกับการชะลอวัยและการดูแลภาพลักษณ์ พร้อมรวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ให้บริการตั้งแต่การประเมินโครงสร้างใบหน้า การวางแผนการรักษา การผ่าตัด การพักฟื้น และการติดตามผล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาล

ศัลยกรรมตอบโจทย์แนวคิด Healthy Aging และ Longevity 

ด้าน นายแพทย์ธนัญชัย อัจดามงคล ศัลยแพทย์ตกแต่งและ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ปัจจุบันโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคมีผู้มาใช้มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ลูกค้าต่างชาติมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ และออสเตรเลีย ซึ่งส่วนใหญ่รับรู้ข้อมูลผ่านการบอกต่อ (Word of mouth) จากญาติพี่น้องที่เป็นคนไทย 

ผู้เข้ารับบริการทั้งหมดมีสัดส่วนศัลยกรรมดึงหน้าสูงถึง 70% ถัดมาจะเป็นการศัลยกรรมตา จมูก และ อื่นๆ คิดเป็น 30% ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 50-70 ปี ซึ่งต้องการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัย อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มคนอายุน้อยที่มีความบกพร่องเฉพาะจุดเข้ามาปรึกษาและรับบริการด้วยเช่นกัน

นายแพทย์สุรสิทธิ์ อัศดามงคล และ นายแพทย์ธนัญชัย อัจดามงคล ศัลยแพทย์ตกแต่งและ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค

“ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาว แต่ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นใจในทุกช่วงวัย ส่งผลให้บทบาทของศัลยกรรมความงามเปลี่ยนจากการเสริมความงามเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและภาพลักษณ์ระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิด Healthy Aging และ Longevity โดยยังคงเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลเอาไว้”

นายแพทย์ธนัญชัย กล่าวว่า มาตรฐานความปลอดภัยและการบริการของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคอยู่ในระดับ Luxury ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะขยายการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปีนี้ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และศัลยกรรม ซึ่งใช้เทคนิคสมัยใหม่ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตา และเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน

วิเคราะห์ใบบหน้าและเลือกผ่าตัดอย่างเหมาะสม

ทีมแพทย์จะแบ่งการวิเคราะห์ใบหน้าและประเมินผู้เข้ารับบริการ ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ หน้าผาก ใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนล่าง และลำคอ และส่วนใหญ่จะแนะนำการผ่าตัดเฉพาะผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเกรด 3-4 เท่านั้น ยังยึดแนวคิด “ทำน้อยแต่ได้มาก” หรือ Segmental Facelift โดยแก้ไขเฉพาะจุดที่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทั้งใบหน้าหากมีความหย่อนคล้อยเพียงบางส่วน ซึ่งช่วยให้การพักฟื้นดีกว่าเดิม

 “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม“ ซูเปอร์โมเดลในฐานะผู้รับบริการ โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค จะเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมดึงหน้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการศึกษาเทคนิคใหม่และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับศัลยแพทย์จากทั่วโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยของผู้รับบริการ พร้อมผลักดันศัลยกรรมความงามของไทยสู่การเป็นผู้นำในระดับเอเชียและสากล

ทั้งนี้ “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม“ ซูเปอร์โมเดลในฐานะผู้รับบริการ กล่าวว่า เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50+ ปี จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า และการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถให้รูปทรงที่ต้องการได้ ดังนั้นการตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก แต่ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของตนเอง เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้