thansettakij
thansettakij
ไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขโลกปี 2026 ไต้หวันครองแชมป์

ไทยติดอันดับ 8 ระบบสาธารณสุขโลกปี 2026 ไต้หวันครองแชมป์

02 ก.ค. 69 | 04:11 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 04:18 น.

ไต้หวันครองอันดับ 1 ระบบสาธารณสุขโลกปี 2026 จากดัชนี Health Care Index ของ Numbeo ไทยติดอันดับ 8 ส่วนสหรัฐใช้งบต่อหัวสูงที่สุด แต่รั้งอันดับ 40 ของโลก สะท้อนว่าประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการสำคัญกว่าระดับการใช้จ่าย

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับระบบสาธารณสุขดีที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลกในปี 2026 จากดัชนี Health Care Index ของ Numbeo
  • ไต้หวันครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับครั้งนี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขต่อหัวสูงที่สุดกลับอยู่อันดับที่ 40
  • ผลการจัดอันดับชี้ว่าประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงมีความสำคัญต่อคุณภาพระบบสาธารณสุขมากกว่าการใช้งบประมาณสูงเพียงอย่างเดียว

ดัชนี Health Care Index ปี 2026 ของ Numbeo จัดให้ไต้หวันเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ขณะที่ประเทศไทยติดอันดับ 8 ส่วนสหรัฐแม้ใช้จ่ายด้านสาธารณสุขต่อหัวสูงที่สุด แต่ได้เพียงอันดับ 40 ของโลก ผลการจัดอันดับสะท้อนว่าประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการมีความสำคัญต่อคุณภาพระบบสาธารณสุขมากกว่าระดับการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว 

อันดับระบบสาธารณสุขทั่วโลกโดยอ้างอิงจากดัชนี Health Care Index ปี 2026 ของ Numbeo ซึ่งอ้างอิงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ประเมินคุณภาพการรักษาพยาบาล โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรทางการแพทย์ ระยะเวลาการรอรับบริการ และค่าใช้จ่าย

ไต้หวันครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนดัชนี 87 คะแนน โดยมีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเฉลี่ยราว 2,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี (ข้อมูลปี 2023) ขณะที่สหรัฐใช้จ่ายราว 13,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี (ข้อมูลปี 2023) ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่อยู่ในการจัดอันดับ แต่กลับอยู่อันดับที่ 40 ของโลก

ผลการจัดอันดับสะท้อนแนวโน้มในระดับโลกว่า ระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดบางแห่งของโลกสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่ผู้ป่วยได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่ใช้จ่ายด้านสาธารณสุขสูงที่สุด

ระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่งที่สุด

รูปแบบที่เห็นได้ชัดที่สุดประการหนึ่งจากการจัดอันดับคือ ระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดของโลกไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนสูงที่สุด ประเทศที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นมักให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง การดูแลเชิงป้องกัน และประสิทธิภาพของระบบ มากกว่าการเพิ่มการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว

ไต้หวันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยใช้ ระบบหลักประกันสุขภาพแบบผู้จ่ายรายเดียว (Single-payer System) ที่ครอบคลุมประชากรเกือบทั้งหมด ขณะเดียวกันยังสามารถควบคุมต้นทุนด้านการบริหารจัดการให้อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ

เกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็ผสานระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้ากับเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีความหนาแน่นสูง ส่งผลให้ประชาชนมีความพึงพอใจต่อระบบสาธารณสุขในระดับสูง

ยุโรปยังครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของ 25 อันดับแรก โดยประเทศในยุโรปเหนือและยุโรปตะวันตกได้รับคะแนนสูงอย่างต่อเนื่อง จากการเข้าถึงบริการที่ครอบคลุม อุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า และประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยที่แข็งแกร่ง

ประเทศไทย (อันดับ 8) และเอกวาดอร์ (อันดับ 6) ต่างติดอันดับสูงอย่างน่าประหลาดใจ แม้ใช้จ่ายด้านสาธารณสุขต่อหัวเพียงเศษเสี้ยวของประเทศที่มีรายได้สูงกว่า ผลการจัดอันดับชี้ให้เห็นว่า การเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงและประสิทธิภาพของระบบอาจมีความสำคัญไม่แพ้ระดับการใช้จ่ายทั้งหมด

ประเทศที่มีอันดับระบบสาธารณสุขต่ำที่สุด

ในกลุ่มประเทศ ระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอที่สุดกระจุกตัวอยู่ในประเทศที่เผชิญความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง หรือการลงทุนในระบบสาธารณสุขที่ไม่เพียงพอมาอย่างต่อเนื่อง

ซีเรียอยู่ในอันดับสุดท้าย ด้วยคะแนนดัชนีระบบสาธารณสุข 35 คะแนน ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากสงครามที่ยืดเยื้อและความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์

เวเนซุเอลา บังกลาเทศ และอิรัก ต่างอยู่ในกลุ่มท้ายตารางเช่นกัน รวมถึงหลายประเทศในทวีปแอฟริกาที่กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแพทย์และศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่จำกัด

ในหลายประเทศที่มีอันดับต่ำ ความขัดแย้ง เงินเฟ้อ หรือการลงทุนที่ไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง ได้บั่นทอนศักยภาพของระบบโรงพยาบาล และลดโอกาสในการเข้าถึงแพทย์ ยา และบริการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน

ความย้อนแย้งของระบบสาธารณสุขสหรัฐ

สหรัฐใช้จ่ายด้านสาธารณสุขสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่อยู่ในการจัดอันดับ โดยเฉลี่ยประมาณ 13,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี (ข้อมูลปี 2023) แต่กลับอยู่อันดับที่ 40 ของโลกในดัชนี Health Care Index ปี 2026 ของ Numbeo

แม้จะใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงเผชิญปัญหาความสามารถในการเข้าถึงบริการ ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาการรอรับบริการ และการเข้าถึงการรักษา ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกและยุโรป ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

ความไม่สอดคล้องดังกล่าวเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขสหรัฐมาอย่างยาวนาน โดยผู้วิจารณ์มักชี้ว่า ต้นทุนการบริหารจัดการที่สูง ราคายาตามใบสั่งแพทย์ที่แพง ระบบประกันสุขภาพที่กระจัดกระจาย และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันต้นทุนให้สูงขึ้น

ผลการจัดอันดับตอกย้ำรูปแบบที่เห็นได้ชัดในระดับโลกว่า การใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่สูงกว่าไม่ได้แปลว่าจะมอบประสบการณ์การรักษาที่ดีกว่าแก่ผู้ป่วยเสมอไป และปัจจุบัน "ประสิทธิภาพ" ไม่ใช่เพียง "การใช้จ่าย" กำลังก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของระบบสาธารณสุขชั้นนำของโลก