thansettakij
thansettakij
สปสช. อัดงบเฉียด 190 ล้าน ขับเคลื่อน วัณโรคครบวงจร คัดกรอง 9 กลุ่มเสี่ยง

สปสช. อัดงบเฉียด 190 ล้าน ขับเคลื่อน วัณโรคครบวงจร คัดกรอง 9 กลุ่มเสี่ยง

สธ.-สปสช. ใช้งบกองทุนฯ ปี 2569 รวม 189.99 ล้านบาท เดินหน้าจัดระบบดูแลวัณโรคครบวงจร ขยายคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มเป็น 9 กลุ่มเป้าหมาย หนุนตรวจวินิจฉัยเชิงลึก ทุกช่วงวัย ทุกสิทธิ พร้อมใช้ AI Chest X-Ray เพิ่มประสิทธิภาพค้นหาผู้ป่วย

KEY

POINTS

  • สปสช. อนุมัติงบประมาณเกือบ 190 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนแผนกำจัดวัณโรคในประเทศไทยอย่างครบวงจร
  • ขยายกลุ่มเป้าหมายการคัดกรองวัณโรคจาก 7 เป็น 9 กลุ่ม โดยเพิ่ม "ผู้ที่เคยเป็นวัณโรค" และ "ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง"
  • ยกระดับการดูแลผู้ป่วยให้ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาเชิงรุก การวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ การรักษา และขยายการป้องกันวัณโรคระยะแฝงในทุกช่วงวัย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ การดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันทั้งระบบ โดยกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค หน่วยบริการ และภาคีในพื้นที่ เป็นกลไกหลักในการควบคุม ป้องกัน ค้นหา และดูแลรักษาผู้ป่วย

ขณะที่ สปสช. มีบทบาทสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ การบริหารงบประมาณ เงื่อนไขการจ่ายชดเชย และการติดตามผลในส่วนของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ต่อเนื่องและทั่วถึง

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบ "ข้อเสนอการจัดระบบครบวงจรเพื่อมุ่งเป้าสู่การกำจัดวัณโรคในประเทศไทย" หรือ Ending TB ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายยกระดับการดูแลวัณโรคทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การค้นหากลุ่มเสี่ยง การตรวจวินิจฉัย การรักษา การป้องกันวัณโรคระยะแฝง และการติดตามต่อเนื่อง

สาระสำคัญของข้อเสนอดังกล่าว ได้แก่ การขยายการคัดกรองและวินิจฉัยเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงระดับชุมชน หรือ Heat map การขยายกลุ่มเป้าหมายคัดกรองวัณโรคจากเดิม 7 กลุ่ม เป็น 9 กลุ่ม

โดยเพิ่ม "ผู้ที่เคยเป็นวัณโรค" และ "ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง" รวมถึงเพิ่มกลุ่ม "ผู้มีอาการสงสัยวัณโรค" ให้เข้าถึงการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธี Molecular testing เพื่อช่วยค้นหาผู้ป่วยได้เร็วขึ้น ลดการตกหล่นจากระบบ และเริ่มรักษาได้ทันท่วงที

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า บอร์ด สปสช. ยังเห็นชอบให้ขยายบริการป้องกันวัณโรคระยะแฝง ซึ่งเป็นบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับคนไทยทุกสิทธิ ให้ครอบคลุมทุกช่วงอายุ จากเดิมจำกัดเฉพาะผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงปรับแผนจัดหายารักษาวัณโรคดื้อยาในผู้ป่วยกลุ่ม MDR/RR, Pre-XDR และ XDR สำหรับสตรีตั้งครรภ์และเด็ก และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี AI Chest X-Ray ช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองในระบบบริการ

สำหรับงบประมาณสนับสนุนมาตรการวัณโรคครบวงจรในส่วนของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2569 สปสช. บริหารจัดการจากงบภายใน โดยไม่มีการของบเพิ่มใหม่ ประกอบด้วยการปรับเกลี่ยจากงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 187.57 ล้านบาท และงบที่ประหยัดจากแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ 2.42 ล้านบาท รวม 189.99 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนบริการวัณโรคที่จำเป็นให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

"บทบาทของ สปสช. คือสนับสนุนให้ระบบบริการที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการดำเนินการอยู่ สามารถเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ผ่านการจัดสิทธิประโยชน์และกลไกงบประมาณที่เหมาะสม เป้าหมายสำคัญคือค้นหาผู้ป่วยให้เร็ว รักษาให้ต่อเนื่อง ลดการแพร่เชื้อในชุมชน และร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายยุติวัณโรคอย่างเป็นรูปธรรม" นพ.จเด็จ กล่าว