
สปสช. เปิด 5 อันดับโรคมะเร็งร้ายรักษาสิทธิบัตรทองปี 2568
สปสช. เปิดข้อมูลเจาะลึก 5 อันดับ 'โรคมะเร็ง' ที่มีผู้ป่วยนอก-ผู้ป่วยใน เข้ารับการรักษาในระบบบัตรทองสูงสุด ปี 2568 เผย 'มะเร็งเต้านม' ครอ'อันดับ 1 พบมากที่สุดในผู้หญิง ขณะที่ 'มะเร็งลำไส้ใหญ่' ครองอันดับผู้ป่วยมะเร็งสูงสุดในผู้ชาย
KEY
POINTS
- สปสช. เผยข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทองปี 2568 พบ "มะเร็งเต้านม" มีผู้เข้ารับการรักษาสูงสุด รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งลำไส้ตรง
- เมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า "มะเร็งเต้านม" เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง ขณะที่ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" พบมากที่สุดในผู้ชาย
- สำหรับผู้ป่วยใน "มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ" เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลมากที่สุด สะท้อนถึงความรุนแรงของโรค
9 มิถุนายน 2569 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดข้อมูลการบริการผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2568 พบมีผู้ใช้สิทธิรักษากว่า 6.34 แสนคน ครอบคลุมทั้งบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน พบ "มะเร็งเต้านม" ครองอันดับ 1 พบมากที่สุดในผู้หญิง ขณะที่ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" ครองอันดับ ผู้ป่วยมะเร็งสูงสุดในผู้ชาย
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า มะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศโดยมีผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับบริการในระบบบัตรทอง รวมทั้งสิ้น 633,866 คน
ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 247,608 คน หรือร้อยละ 39.1 และผู้ป่วยรายเก่า 386,258 คน หรือร้อยละ 60.9 ครอบคลุมการดูแลทั้งบริการรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นของการจัดสิทธิประโยชน์บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในทุกระยะของโรค
เมื่อพิจารณาข้อมูลการเข้ารับบริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคที่ต้องติดตามอาการและรับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
บริการรักษาผู้ป่วยนอก 5 อันดับแรก
1. มะเร็งเต้านม มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการสูงสุด 92,966 คน หรือเป็นจำนวน 683,717 ครั้ง
2. มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ 44,489 คน จำนวน 224,042 ครั้ง
3. มะเร็งลำไส้ตรง มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ 29,482 คน จำนวน 248,737 ครั้ง
4. มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ 26,591 คน จำนวน 129,387 ครั้ง
5. มะเร็งปอดและหลอดลม มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ 26,416 คน จำนวน 203,918 ครั้ง
บริการรักษาผู้ป่วยใน 5 อันดับแรก
1. มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการสูงสุด 20,312 คน จำนวน 44,230 ครั้ง
2. มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 18,644 คน จำนวน 54,790 ครั้ง
3. มะเร็งเต้านม เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 17,910 คน จำนวน 34,260 ครั้ง
4. มะเร็งปอดและหลอดลม เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 16,107 คน จำนวน 31,579 ครั้ง
5. มะเร็งลำไส้ตรง เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 14,394 คน จำนวน 43,250 ครั้ง
สะท้อนว่ามีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยได้เข้าสู่ระบบรักษาในระยะที่ต้องอาศัยการดูแลในโรงพยาบาลและการรักษาเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้เมื่อจำแนกโรคมะเร็งในผู้ป่วยชายและผู้ป่วยหญิง พบว่า ในกลุ่มผู้ป่วยชาย พบว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด จำนวน 24,144 คน รองลงมา คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ 21,705 คน มะเร็งลำไส้ตรง 17,819 คน มะเร็งต่อมลูกหมาก 17,343 คน และมะเร็งปอดและหลอดลม 16,717 คน
ขณะที่ใน กลุ่มผู้ป่วยหญิง พบว่า มะเร็งเต้านม ยังคงพบมากที่สุดสูงถึง 93,495 คน รองลงมา ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ 24,643 คน มะเร็งปากมดลูก 22,084 คน มะเร็งลำไส้ตรง 14,488 คน และมะเร็งปอดและหลอดลม 14,256 คน สะท้อนรูปแบบภาระโรคที่แตกต่างกันในแต่ละเพศอย่างชัดเจน
ข้อมูลดังกล่าวนี้นอกจากชี้ให้เห็นถึงการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทองแล้วยังสะท้อนถึงสถานการณ์โรคมะเร็งในระดับประเทศโดยสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนได้หลายมิติ ทั้งการวางแผนป้องกันโรค การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคอย่างเหมาะสม
การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและศักยภาพหน่วยบริการ ตลอดจนการออกแบบระบบดูแลรักษาให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่พบผู้ป่วยอันดับต้น ๆ ทั้ง โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก
ทั้งนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปีงบประมาณ 2569 สปสช. ยังคงจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษาด้วยยา เคมีบำบัด รังสีรักษา การผ่าตัด ไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
อย่างไรก็ดี จะต้องขับเคลื่อนร่วมกับการป้องกันโรค รวมถึงการตรวจคัดกรอง เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงยังลดภาระค่ารักษาพยาบาลจากโรคมะเร็งด้วย







